สถาพร บุ๊คส์ ขยายฐานลูกค้าลึกถึงตำบล

Retails News / ข่าวหมวดห้างสรรพสินค้า

สถาพรบุ๊คส์ เดินหน้ารุกผลิตหนังสือเฉพาะกลุ่ม หวังรักษาฐานลูกค้า พร้อมขยายช่องทางร้านหนังสือในอำเภอ ตำบลเพิ่ม รวมทั้งเพิ่มช่องทางอีบุ๊กรับเทรนด์คนรุ่นใหม่ ด้านสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ เผยหนังสือนิยาย สอนภาษายังโต ขณะที่แนวให้กำลังใจ ธรรมะประยุกต์ส่อเค้าโตหลังเศรษฐกิจถดถอย การเมืองป่วน

วรพันธ์ โลกิตสถาพร นายวรพันธ์ โลกิตสถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท สถาพรบุ๊คส์ จำกัด ผู้บริหารสำนักพิมพ์ "มายดรีม" เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า เหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้นยังไม่น่ากังวล แม้จะมีร้านหนังสือจำนวนกว่า 10 ร้านในศูนย์การค้าย่านบริเวณที่ชุมนุม ที่สถาพรบุ๊คส์ส่งหนังสือให้อยู่และได้รับผลกระทบเล็กน้อยจากเหตุการณ์ดังกล่าวเนื่องจากช่วงเวลาที่ชุมนุมส่งผลให้ลูกค้าเข้ามาร้านหนังสือลำบากมากขึ้น แต่ก็เป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ ต่างจากตอนน้ำท่วมที่ได้รับความเสียหายมากกว่า อีกทั้งในปีนี้ภาพรวมเศรษฐกิจค่อนข้างชะลอตัว ผู้อ่านจับจ่ายใช้สอยน้อยลง บริษัทมองว่าอาจจะมาจากโครงการรถยนต์คันแรก ดังนั้นในปีหน้าบริษัทจึงมีแนวคิดผลิตหนังสือเฉพาะกลุ่มมากขึ้น เนื่องจากบริษัทต้องการขยายฐานผู้อ่านให้มากขึ้น พร้อมทั้งรักษาฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

พร้อมทั้งบริษัทวางแผนขยายตลาดให้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดต่างจังหวัด เช่น ร้านหนังสือขนาดเล็ก และกลางในอำเภอและตำบล เป็นต้น ซึ่งหากบริษัทสามารถเจาะตลาดดังกล่าวได้จะช่วยกระตุ้นยอดขายของสำนักพิมพ์ให้เติบโตเพิ่ม ส่วนในสิ้นปีนี้บริษัทตั้งเป้ามียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 10% โดยคาดว่าจะเป็นไปตามเป้าหมาย ขณะเดียวกันเมื่อปลายปีที่ผ่านมาบริษัทได้เปิดสำนักพิมพ์ "มายดรีม" ขึ้นโดยเน้นผลิตหนังสือนวนิยายเป็นหลัก เนื่องจากบริษัทมองว่ากลุ่มหนังสือนวนิยายเป็นพอร์ตใหญ่ที่มีผู้อ่านจำนวนมาก อีกทั้งเป็นหนังสือที่อ่านง่ายและสนุก สำหรับแผนการตลาด บริษัทวางกลยุทธ์โดยเน้นสัดส่วนการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางโซเชียลเน็ตเวิร์กมากขึ้น พร้อมทั้งโฆษณาหนังสือใหม่ตามสื่อสิ่งพิมพ์และงานอีเวนต์ต่างๆ ซึ่งแผนโฆษณาดังกล่าวบริษัทจะใช้งบประมาณอยู่ที่ 5% ของยอดขาย "หนังสือเล่มและอีบุ๊กต้องเดินไปคู่กัน เนื่องจากในปีที่ผ่านมาพบว่ายอดขายหนังสือการศึกษาลดลงไปมาก สาเหตุเพราะภาครัฐแบ่งสัดส่วนงบประมาณที่จะซื้อหนังสือไปลงห้องสมุด นำไปซื้ออุปกรณ์แท็บเลตแทน แต่สิ่งที่เป็นปัญหาตามมาภายหลังพบว่าอุปกรณ์ดังกล่าวยังขาดแอพพลิเคชัน เนื้อหาด้านความรู้ ดังนั้นผู้ประกอบการสำนักพิมพ์จึงควรปรับตัวและพัฒนาหนังสือการศึกษาในรูปแบบอีบุ๊กด้วยต่อจากนี้ ขณะเดียวกันในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาบริษัทได้เปิดตัวอีบุ๊ก พบว่าผู้อ่านให้ความสนใจและนิยมดาวน์โหลดนวนิยายจำนวนมาก"

ด้านนายจรัญ หอมเทียนทอง นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) กล่าวว่า การชุมนุมหรือการประท้วงที่เกิดขึ้นในขณะนี้ไม่ส่งผลกระทบกับธุรกิจหนังสือมากนัก เนื่องจากธุรกิจหนังสือเป็นสิ่งสุดท้ายที่ผู้บริโภคจะคำนึงถึง และอิงกับเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันเริ่มใกล้ช่วงเทศกาลปีใหม่ ตลอดเวลาที่ผ่านมาสมาคมจะคอยกระตุ้นให้ผู้บริโภคเลือกซื้อหนังสือมอบให้ครอบครัวหรือคนรักในวันปีใหม่แทน แต่ผลตอบรับยังไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากผู้บริโภคยังยึดติดกับการให้แบบเดิม

สำหรับในช่วงที่ผ่านมามีจำนวนผู้เข้าชมงานกว่า 2.5 ล้านคน ซึ่งยอดขายโดยรวมไม่เติบโตมากนักประมาณ 900 ล้านบาทเท่านั้น โดยสาเหตุน่าจะเกิดจากเพราะนักอ่านระมัดระวังในการใช้จ่ายเงินเพื่อซื้อหนังสือมากขึ้น โดยประเมินได้จาก 1 ใบเสร็จจะมียอดเงินน้อยลง ซึ่งน่าจะเป็นเพราะความไม่มั่นใจในสภาวะเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ในขณะนี้ จึงทำให้เลือกซื้อหนังสือเล่มที่ต้องการอ่านจริงๆเท่านั้น แต่ยังซื้อหนังสืออยู่ นี่คือจุดแข็งของอุตสาหกรรมหนังสือ "แนวหนังสือที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในครั้งนี้นั้น คือหนังสือนิยายที่มีภาพประกอบ เน้นเรื่องราวที่มาพร้อมกับภาพประกอบซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของนักเขียน จากสำนักพิมพ์รุ่นใหม่ๆที่สร้างผลงานได้ตรงใจวัยรุ่น ,หนังสือสอนภาษาต่างๆ ซึ่งเกิดจากการตื่นตัวต่อกระแสของประชาคมอาเซียน ส่วนหนังสือประเภทจิตวิทยาสร้างกำลังใจ และธรรมะประยุกต์มีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้น เพราะผู้คนต้องการที่พึ่งทางใจท่ามกลางสภาวะบ้านเมืองที่มีปัญหาและเศรษฐกิจที่ถดถอย ขณะที่หนังสือนวนิยายที่ครองตลาดส่วนใหญ่ในธุรกิจหนังสือก็ยังอยู่ในสภาวะที่น่าพอใจ แม้จะไม่ได้โดดเด่นเหมือนช่วงก่อนหน้านี้ก็ตาม"

19/11/2556  ฐานเศรษฐกิจ (19 พฤศจิกายน 2556)

ผู้สนับสนุน