โฮมโปรลั่นฆ้องQ4สู่เป้าขาย4หมื่นล้าน

Retails News / ข่าวหมวดห้างสรรพสินค้า

โฮมโปรลั่นยอดขายปีนี้ 4 หมื่นล้าน รุกเปิดสาขาใหม่เพิ่มเท่าตัวจากปีก่อนๆ รับไตรมาส 4 ปีนี้มู้ดช็อปปิ้งลดลุ้นการเมืองร้อนจบเร็ว ชี้แนวโน้มปีหน้าโมเดิร์นเทรดวัสดุแต่งบ้านครบวงจรแข่งสูง อานิสงส์การลงทุนจากภาครัฐ

นายคุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ไตรมาสสุดท้ายปีนี้เหตุการณ์ทางการเมืองทำให้ผู้บริโภคไม่ค่อยจับจ่ายใช้สอย ดังนั้นถ้าการชุมนุมจบเร็วจะทำให้คนคลายความวิตกกังวล ก็จะกระตุ้นตลาดวัสดุก่อสร้างดีขึ้น ทั้งนี้ปกติไตรมาส 4 จะเป็นไตรมาสที่ดีเพราะเป็นช่วงที่ผู้บริโภควางแผนทำอะไรใหม่ๆ อาทิ แต่งงาน หรือขึ้นบ้านใหม่ แต่ปีนี้ค่อนข้างเงียบ สำหรับโฮมโปรจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย "โฮมโปร เอ็กซ์โป" ตั้งแต่ 15-24 พฤศจิกายนนี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 700 ล้านบาท ซึ่งกิจกรรมนี้จัดประจำทุกปี ปีละ 2 ครั้ง ต้นปีและปลายปี

นอกจากนั้นในไตรมาส 4 ปีนี้วางแผนเปิดสาขาใหม่อีก 4 สาขามากกว่าทุกไตรมาสที่ผ่านมา โดยขณะนี้เปิดไปแล้ว 3 สาขาได้แก่ สาขาสระบุรี ชัยภูมิ และเพชรบูรณ์ และจะเปิดที่เชียงรายและเลย รวมแล้วปีนี้โฮมโปรขยายสาขา 11 แห่ง รวมเป็น 64 สาขา ถือว่ามากกว่าทุกปีซึ่งจะขยายเพิ่ม 5-6 สาขา เพราะเห็นถึงโอกาส โดยที่ปีนี้การส่งมอบบ้านค่อนข้างมาก โดยเฉพาะไตรมาส 3 และ 4 ถือเป็นช่วงที่บริษัทพัฒนาที่อยู่อาศัยจะเร่งส่งมอบบ้านให้กับผู้ซื้อ และในปีหน้าตลาดวัสดุก่อสร้างยังคงดีต่อเนื่อง เพราะโครงการต่างๆ ของรัฐบาลจะออกมา "ยอดขายปีนี้คาดทำได้ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีก่อนประมาณ 17-18% สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ปีละ 15% ตลอด 12 ปีที่ผ่านมายอดขายของโฮมโปรขยายตัวเฉลี่ยปีละ 18% ทั้งนี้การที่บริษัทสามารถรักษาระดับการเติบโตไว้ได้อย่างเหนียวแน่นและต่อเนื่อง มาจากว่า 1.เรื่องเกี่ยวกับบ้านเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคจะวางแผนไว้ล่วงหน้าไม่ว่าจะปรับปรุงบ้าน ซื้อบ้านใหม่ หรือแต่งงาน ดังนั้นต้องเตรียมงบประมาณไว้แล้ว แม้จะมีเหตุการณ์อะไรมากระทบก็ยังเดินตามแผนชีวิตที่วางไว้ 2.บ้านเป็นปัจจัยสี่ 3.ชีวิตความเป็นอยู่ในบ้านเป็นไลฟ์สไตล์ ฉะนั้นเมื่อสถานการณ์เศรษฐกิจไม่ดีผู้บริโภคจะใช้อย่างระมัดระวัง แต่เรื่องบ้านยังคงทุ่มทำบ้านให้น่าอยู่"

สำหรับตลาดตกแต่งบ้านและวัสดุก่อสร้างมีมูลค่าประมาณ 1.7 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนไม่มากนัก ประมาณ 5-10% โดยโมเดิร์นเทรดวัสดุตกแต่งบ้านครบวงจรมีส่วนแบ่งตลาด 45% และร้านค้าแบบดั้งเดิม 55% ซึ่งแนวโน้มสัดส่วนโมเดิร์นเทรดจะเพิ่มขึ้น หากร้านค้าวัสดุก่อสร้างแบบดั้งเดิมไม่เร่งปรับตัวก็จะอยู่ลำบาก ฉะนั้นการแข่งขันในปีหน้าจะสูงกว่าปีที่ผ่านมา

19/11/2556  ฐานเศรษฐกิจ (19 พฤศจิกายน 2556)

ผู้สนับสนุน