บอร์ดรฟม.เคาะเปิดประมูลพัฒนาพื้นที่สถานีสีม่วง ไม่เลือกเจรจาBEM เกรงครหาเอื้อประโยชน์

Transportation News / ข่าวหมวดระบบขนส่ง

บอร์ดรฟม.เห็นชอบเปิดประมูลงานพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์สถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง (คลองบางไผ่-เตาปูน) เหตุมีความโปร่งใสกว่าเลือกวิธีเจรจา BEM แม้ว่าจะใช้เวลามากกว่า 6-8 เดือน สั่งรฟม.เร่งประเมินมูลค่าโครงการ และดูขั้นตอนในพ.ร.บ.ร่วมทุนฯ56 อย่างละเอียด พร้อมอนุมัติแผนวิสาหกิต ปี 60-64 เร่งสร้างรถไฟฟ้าให้ครบโครงข่ายตามแผนเพื่อเพิ่จำนวนผู้โดยสาร

นายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล ผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ที่มีพล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ เป็นประธาน เมื่อวันที่ 16 พ.ย.ได้เห็นชอบในหลักการให้ รฟม. เปิดประกวดราคางานพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง (คลองบางไผ่-เตาปูน) จำนวน 16 สถานี เห็นว่าการเปิดประกวดราคาจะมีความโปร่งใสมากกว่าวิธีเจรจากับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ผู้ให้บริการเดินรถสายสีม่วง โดยให้ทบทวนเรื่องขั้นตอนการดำเนินงานที่รวดเร็วที่สุด โดยให้พิจารณาแนวทางและเสนอให้บอร์ดพิจารณาโดยเร็ว

กรณีที่บอร์ดไม่เห็นด้วยกับการใช้วิธีเจรจากับ BEM เป็นเรื่องความโปร่งใส และกังวลประเด็นข้อกฎหมาย ขณะที่ระยะเวลาระหว่างการประกวดราคาอาจจะมากกว่า การเจรจา 6-8 เดือน โดยให้พิจารณาแนวทางที่สามารถเร่งรัดขั้นตอนได้ ซึ่งจะมีการศึกษารายละเอียด เช่นมูลค่าโครงการจะเข้าข่าย โครงการร่วมลงทุนขาดเล็ก ประมาณ 1,000 ล้านบาท ขนาดกลาง 5,000ล้านบาท หรือขนาดใหญ่ เกิน 5,000 ล้านบาท ซึ่งการประเมินมูลค่าจะอยู่ที่ ทรัพย์สินหรือพื้นที่ ที่จะนำมาใช้ในการดำเนินโครงการมีมูลค่าเท่าใด โดยจะเป็นการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 ซึ่งมีเกณฑ์ของสคร. ในการพิจารณาขนาดโครงการจะมีผลต่อระยะเวลาในการดำเนินงาน เพราะหากขนาดเล็ก ไม่ถึง 5,000 ล้านบาท สามารถเสนอรมว.คมนาคมอนุมัติได้ คาดว่าจะเสนอบอร์ดรฟม.ได้อีกครั้งประมาณต้นปี 2560

"เดิมมีแนวคิดจะเจรจากับBEM เพราะมีความสะดวกในการพัฒนา ซึ่งเป็นพื้นที่เกี่ยวเนื่องกับที่BEM ให้บริการเดินรถ ดังนั้นหากเป็นเอกชนรายอื่นจะเกิดความไม่สะดวกในการ ช้พื้นที่แต่บอร์ดเห็นว่าควรหลีกเลี่ยงประเด็นที่อาจถูกมองว่าเอื้อเอกชน"

นอกจากนี้ ที่ประชุมอนุมัติแผนวิสาหกิจปี2560-2564 เป้าหมายในการดำเนินงาน ซึ่งเป็นเป็นหมาย วิสัยทัศน์ อย่างไร ซึ่งหลังจากนี้จะเสนอไปยัง สคร.ต่อไป โดยเป้าหมายจะต้องดำเนินโครงการรถไฟฟ้าให้ได้ตามแผน แผนงานเพื่มจำนวนผู้โดยสาร การเพิ่มรายได้ และกาทำให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้

ทั้งนี้ รถไฟฟ้าในบางสาย จำนวนผู้โดยสารยังไม่เป็นไปตามแผน จะต้องหาแผน และแนวทาง ซึ่งประเด็นที่สำคัญคือ ความสมบูรณ์ของโครงข่ายรถไฟฟ้าแล้วเสร็จเมื่อใด จะมีส่วนทำให้จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น โดยตามแผนงานายในปี 2564 จะสามารถเปิดเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ (หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) และเขียวใต้ (แบริ่ง-สมุทรปราการ) สีน้ำเงินส่วนต่อขยาย (บางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค) ส่วนที่เหลือจะเริ่มเปิดช่วงปี 2565 เช่นสายสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) จะก่อสร้างประมาณ 5 ปี

นอกจากนี้ในปี 2560 จะเป็นปีที่หลายโครงการได้เริ่มต้น เช่นสายสีม่วงใต้( เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ) สายสีน้ำเงินต่อขยาย( บางแค-พุทธมณฑลสาย4) ส่วนต่อขยายสีเขียว(คูคต-ลำลูกกา) และสีเขียว(สมุทรปราการ-บางปู) รวมไปถึงระบบขนส่งในภูมิภาค ที่จังหวัดภูเก็ตจะได้เริ่มทำการศึกษา ออกแบบรายละเอียด และปี 2561 จะสามารถขออนุมัติโครงการได้

"แผนรายได้ของรฟม.มี 2 ส่วนคือ 1.รายได้จากค่าโดยสาร ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายที่เคยประมาณการณ์ไว้ เช่นสายสีน้ำเงิน ซึ่งได้จากส่วนแบ่งค่าโดยสารเฉลี่ยปีละ 1,000 ล้านบาท ปัจจุบันมีผู้โดยสารเฉลี่ยเกือบ 3 แสนคน/วัน หากสามารถเกิดเดินรถส่วนต่อขยาย ใปลายปี 2563 หรือต้นปี 2563 จำนวนผู้โดยสารจะขึ้นมาอยู่ที่ 5-6 แสนคน/วัน ส่วนสายสีม่วง ยังต่ำกว่า เป้าหมาย โดยมีหลายปัจจัย ทั้งเรื่องการเติบโตของประชากรในจังหสัดนนทบุรี อีกทั้งรูปแบบของสายสีม่วงเป็นฟีดเดอร์ แต่โครงข่ายยังไม่ครบถ้วนโดยเฉพาะสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย และ2. รายได้จากเชิงพาณิชย์ ซึ่งมีประมาณ 150 ล้านบาทต่อปี คาดว่าจะเติบโตประมาณ 5%ต่อปี "

17/11/2559  MGR Online (17 พฤศจิกายน 2559)

ผู้สนับสนุน