“PF-GRAND”มั่นใจปี60โกยรายได้19,010 ล้าน

Hotel News / ข่าวหมวดโรงแรม

กลุ่ม พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค และ แกรนด์ แอสเซทฯ คาดรายได้ปีนี้ 19,010 ล้านบาทตามเป้า มั่นใจผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังไปได้สวย คาดไตรมาส 4 มียอดโอนสูงสุด ทั้งยอดขายฟื้นตัวชัดเจน ยอดโอน Backlog คอนโดโครงการใหม่ พร้อมตั้งกอง REIT ของ GRAND และรับรู้รายได้เพิ่มจากการขายที่ดิน เผยแผนร่วมทุนคืบหน้า กับผู้ประกอบการรายใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ

นายชายนิด อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจในครึ่งหลังของปี60มีแนวโน้มดีขึ้น ทั้งการเติบโตของเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคส่งผลต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ภาพรวมธุรกิจและการดำเนินงานของครึ่งปีหลังปรับตัวดีขึ้น การเติบโตในส่วนของแนวราบดีขึ้น ขณะที่คอนโดยังมี ซัพพลายล้นในบางทำเล

“ต้นปี กลุ่มPFตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 18,300 ล้านบาท และรายได้รวมที่ 22,260 ล้านบาท แต่ครึ่งปีแรกธุรกิจอสังหาฯเติบโตต่ำกว่าคาดการ จึงปรับลดเป้าขายเป็น15,100 ล้านบาท และปรับตัวเลขรายได้เป็น 19,010 ล้านบาท ทั้งนี้ ผลประกอบการของกลุ่มบริษัท ดีขึ้นอย่างเด่นชัดในครึ่งปีหลัง คาดว่าในปีนี้จะทำได้ตามเป้าเดิมที่วางไว้”

ในครึ่งปีแรกของปี60 สามารถทำยอดขายได้ 35% และรายได้รวม 32% ของเป้าหมาย โดยรายได้หลักมาจากโครงการแนวราบ ขณะที่ครึ่งปีหลังยอดขายและยอดโอนทั้งแนวราบและคอนโด ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง คาดว่าไตรมาส 4 จะมียอดโอนสูงสุดของปี เพราะนอกจากยอดขายที่ดีขึ้น ยังจะมียอดโอนคอนโดโครงการใหม่ โดยปลายไตรมาส 3 จะมีการบันทึกรายได้จากโครงการ “เมโทรลักซ์ รัชดา” เป็น Backlog มูลค่า 600 ล้านบาทเพิ่มเข้ามา โดย Backlog ณ สิ้นไตรมาส 3 มีจำนวน 3,620 ล้านบาท

“ไตรมาส 4 นอกจากยอดโอนเมโทรลักซ์ รัชดาที่ยังเหลือ จะมียอดโอนจาก Backlog โครงการ “เดอะไฮด์ สุขุมวิท 11” อีก 2,200 ล้านบาท ยังมีการจัดตั้งกองทรัสต์ ของ GRAND ขนาดกองทุน 1,750 ล้านบาท รวมทั้งจะมีรายได้จากการขายที่ดินประมาณ 2,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่รับรู้รายได้ในไตรมาส 4 ทั้งนี้ การรับรู้รายได้เพิ่มจากการขายที่ดินและเงินลงทุน ถือเป็นจุดแข็ง และข้อได้เปรียบคู่แข่งเนื่องจากบริษัทมีแลนด์แบงก์จำนวนมาก”

นายชายนิดกล่าวว่า จากนโยบายการเพิ่มความสามารถในการทำกำไรและลดภาระหนี้สินจะเริ่มสัมฤทธิ์ผลในไตรมาส 4 จากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น และจากการขายที่ดินและเงินลงทุน ส่งผลให้กำไรของกลุ่มบริษัทจะปรับไปในทิศทางที่ดีขึ้นต่อเนื่อง และเสริมความแข็งแกร่งให้กับฐานะการเงิน คาดว่าอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิ (Net IBD/E) จะลงมาอยู่ที่ระดับ 1.6 เท่าในปี 60 และปรับลงมาอยู่ที่ระดับประมาณ 1.3 เท่าในปี 61 โดยแผนในเรื่องการเพิ่มความสามารถในการทำกำไรและลดภาระหนี้สิน ยังคงมีการดำเนินการต่อเนื่องไปในปี 2561 ซึ่งตั้งเป้ารายได้จากการขายที่ดินที่ 3,000 ล้านบาท โดยมีที่ดินและทรัพย์สินที่อยู่ระหว่างการเจรจามูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท

สำหรับแผนการดำเนินงานในปีหน้า 2561 ว่า คาดรายได้รวมจะเติบโตต่อเนื่องที่ระดับ 24% จากการเติบโตของทุกธุรกิจหลัก ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์หรือโรงแรม ในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ที่ระดับ 21% โดยแนวราบจะเติบโต 25% และคอนโดเติบโตขึ้น 16% ในปี 61 มีแผนเปิดโครงการใหม่ รวม 25 โครงการ มูลค่า 31,413 ล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ 21 โครงการ มูลค่า 26,513 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 4 โครงการ มูลค่า 4,900 ล้านบาท สำหรับการร่วมทุนกับพันธมิตรทางธุรกิจต่างๆ ทั้งกับผู้ประกอบการรายใหญ่ในประเทศและต่างประเทศ ขณะนี้มีความคืบหน้าอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการร่วมทุนกับบริษัทยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น การร่วมทุนกับผู้ประกอบการรายใหญ่ในประเทศอีก 2 ราย เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการของ บมจ.วีรีเทล ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ตลอดจนการเจรจาต่อยอดความร่วมมือกับผู้ร่วมทุนต่างประเทศเพื่อพัฒนาโครงการแนวราบเพิ่มเติม

ในส่วนธุรกิจโรงแรม นายไพสิฐ แก่นจันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า คาดว่ารายได้และกำไรจากธุรกิจโรงแรมจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่ารายได้ในปี 2560 จะโตขึ้น 16% และโตขึ้น 22% ในปี 2561 จากการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยว การจัดประชุมสัมมนาขององค์กร ซึ่งมีการใช้ห้องพักในวันธรรมดามากขึ้น กำไรจากการจัดตั้งกองทรัสต์ แกรนด์ โฮสพีทาลิตี้ (GAHREIT) โรงแรมเชอราตัน หัวหิน การเปิดตัวโรงแรมใหม่ “ไฮแอท รีเจนซี่ สุขุมวิท กรุงเทพ” ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2561 บริเวณสุขุมวิทซอย 13 เพียง 80 เมตร จากสถานีบีทีเอส นานา จำนวนห้องพัก 273 ห้อง ตลอดจนการเปิดตัว “ไฮแอท รีเจนซี่ ระยอง” โครงการแบบมิกซ์ยูส เป็นรีสอร์ทและเรสซิเดนซ์บริเวณหาดแม่พิมพ์ ในช่วงกลางปี 2561

6/10/2560  MGR Online (6 ตุลาคม 2560)

ผู้สนับสนุน