รฟท.ขอคุมสายสีแดง ตีกันเอกชนเดินรถ/ชง คนร. 11ตุลาฯ

Transportation News / ข่าวหมวดระบบขนส่ง

นายเอก สิทธิเวคิน รองผู้ว่าการกลุ่มอำนวยการ การรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) เปิดเผยความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต ว่า สำหรับสัญญาที่ 1 งานก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อ ศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้า และศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟทางไกล ขณะนี้มีคืบหน้าไปแล้ว 57.50%, สัญญาที่ 2 งานก่อสร้างทางรถไฟบางซื่อ-รังสิต มีความคืบหน้าไปแล้ว 88.63% ขณะที่สัญญาที่ 3 งานระบบไฟฟ้า และจัดหาขบวนรถมีคืบหน้าไปแล้ว 16.99%

โดยในการประชุม คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ในวันที่ 11 ตุลาคม 2560 นี้ การรถไฟฯจะเสนอขอเดินรถไฟสายดังกล่าวเองโดยเชื่อมั่นว่าการรถไฟฯสามารถดำเนินการเดินรถเองได้ หากคนร.มีมติเห็นชอบก็จะมีการเสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)ต่อไป

ด้านแหล่งข่าวจาก การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่าโครงการรถไฟสายสีแดงนั้นมีกำหนดเปิดให้บริการปี 2563 จะไม่เหมือนกับโครงการรถไฟฟ้าทั่วไปเพราะระบบรถไฟฟ้ามีสถานีทุก 500-800 เมตร ถ้าหากการรถไฟฯเป็นผู้ดำเนินการเองก็มีโอกาสที่จะควบคุมเพดานราคา และอัตราค่าโดยสาร รวมถึงสามารถทำโปรโมชั่นหรือยกเว้นค่าโดยสารในช่วงเทศกาลสำคัญตลอดจนช่วงพิธีการสำคัญต่างๆ ที่มีความต้องการเดินทางจำนวนมากได้ โดยทางการรถไฟฯได้มีการคำนวณค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดงจากการประมาณการผู้โดยสารในเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 85,000 คนต่อวัน

ทั้งนี้ หากทางการรถไฟฯต้องการที่จะดำเนินการเดินรถเองก็จะต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 32,399 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาที่ 3 ที่เป็นงานในส่วนของการจัดหาขบวนรถ งานระบบการเดินรถ รวมถึงงานรักษา และซ่อมบำรุง

นางสิริมา หิรัญเจริญเวช รองผู้ว่าการกลุ่มบริหารธุรกิจทรัพย์สิน การรถไฟฯเปิดเผยกรณีเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรว่า ตามครม.เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2541 ที่กำหนดให้สามารถรับพนักงานใหม่เพิ่มได้ 5% ของพนักงานที่เกษียณอายุราชการ ทำให้ไม่เพียงพอต่อการรองรับให้บริการ โดยในเบื้องต้นทางการรถไฟฯได้ทำเรื่องเสนอขอเพิ่มจำนวนบุคลากรประมาณ 4,000 คน ไปยังกระทรวงคมนาคมตั้งแต่ช่วงปลายปี 2559 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาและทางกระทรวงคมนาคมได้มีการขอรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป

ก่อนหน้านี้ทางสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) ที่เป็นหน่วยงานที่อยู่ในสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) ได้เคยทำการศึกษาถึงจำนวนบุคลากรของการรถไฟฯและระบุว่าจะต้องมีบุคลากรทั้งสิ้น 14,000 คน หากมีโครงการรถไฟทางคู่เกิดขึ้นจะต้องมีบุคลากรเพิ่มขึ้นเป็น 16,000 คน รวมลูกจ้างอีก 2,000 คน รวมทั้งสิ้น 18,000 คน เนื่องจากรถไฟทางคู่จะต้องมีการเพิ่มจำนวนขบวนรถเป็น 2 เท่า จึงส่งผลให้จะต้องมีการเพิ่มบุคลากรเพื่อให้สอดคล้องกับการให้บริการในโครงการดังกล่าว ในขณะที่ปัจจุบันมีบุคลากรรวมทั้งสิ้น 11,000 คน และทำงานเกินกว่า 10 ชั่วโมง จึงมีความเสี่ยงต่อการให้บริการ และไม่เพียงพอต่อการรองรับโครงการระบบรางที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งหลังจากนี้การรถไฟฯได้เตรียมเสนอกระทรวงคมนาคมให้พิจารณารับพนักงานเพิ่มให้เท่ากับจำนวนพนักงานที่เกษียณอายุราชการหรือลาออกที่คาดการณ์ว่าน่าเพียงพอได้ในช่วงระยะ 1-2 ปี ในระหว่างยังไม่สามารถเพิ่มอัตราจำนวนบุคลากรได้

9/10/2560  แนวหน้า (9 ตุลาคม 2560)

ผู้สนับสนุน