โปรเจกต์ร่วมทุน-บิ๊กอสังหาฯกว้านซื้อที่ดิน ดันราคาที่ดินในซีบีดี-คอนโดฯขยับสูงขึ้น

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

หลายฝ่ายประเมินอสังหาฯปี 2561 สดใส ภาคส่งออกดี ภาคการเกษตรเติบโต นายกสมาคมอาคารชุดไทย ชี้ ราคาที่ดินในซีบีดีถูกปั่นราคาแพงขึ้น หลังรายใหญ่และบริษัทร่วมทุน โหมโรงควักเงินซื้อที่ดินในเมือง ดันราคาขยับขึ้นไป 7-10% ทำให้ราคาห้องชุดในซีบีดีแพงขึ้นอีก 5-7% ด้านนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย คาดยอดเปิดโครงการพ.ย.ทะลัก จับตางานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 37 เงินสะพัดต่อเนื่องหลังงานถึง 12,000 ล้านบาท

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2561 ว่า ด้วยสภาพของการแข่งขันที่รุนแรง และมีผู้ประกอบการขนาดใหญ่จากต่างประเทศเข้ามาร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะเงินทุนบริษัทอสังหาริมทรัพย์จากประเทศญี่ปุ่น ทำให้ต้องเร่งแผนพัฒนาโครงการที่วางไว้ และต้องพิจารณาเลือกซื้อที่ดินในทำเลศักยภาพอย่างเช่น ที่ดินในพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจ(ซีบีดี) เพื่อพัฒนาโครงการได้ตามเป้าหมาย ส่งผลให้ราคาที่ดินในซีบีดีเพิ่มขึ้น 7-10% และมีผลต่อราคาขายโครงการคอนโดมิเนียม คาดว่าในปีหน้าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 5-7%

“ ปัจจุบันที่ดินในเมืองมีค่อนข้างจำกัด หากจะเป็นแปลงใหญ่ๆจะเป็นของหน่วยงานรัฐ ซึ่งจะเป็นปล่อยเช่าระยะยาว ขณะเดียวกัน มีบริษัทอสังหาริมทรัพย์สนใจที่จะเข้าร่วมพัฒนาที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย เนื่องจากเป็นแปลงใหญ่ ในส่วนของภาพรวมตลาดอสังหาฯในปีนี้ คาดว่าทั้งมูลค่าการโอนและจำนวนยูนิต จะเติบโตเฉลี่ย 10% ”

นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวเชื่อว่า นับตั้งแต่เดือนพ.ย.เป็นต้นไป ผู้ประกอบการจะหันมาเปิดโครงการที่อยู่อาศัย แต่ตัวเลขโครงการไม่มาก เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจยังไม่เอื้ออำนวย แต่คาดว่าภาพรวมการเติบโตอสังหาฯในปีนี้จะขยายตัวประมาณ 5% แม้จะเติบโตไม่สูง แต่หากรวมกับตลาดอาคารสำนักงานแล้ว ซึ่งในปีนี้และปีหน้าจะมีการลงทุนจำนวนมาก หากนับรวมเข้าไป จะทำให้ภาคอสังหาฯมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้น สำหรับแนวโน้มในปี 2561 เศรษฐกิจน่าจะดี เนื่องจากภาคการส่งออกดีขึ้น ส่งผลถึงภาคการเกษตร ธุรกิจขนาดใหญ่น่จะดีขึ้น แต่รายเล็กจะค่อนข้างลำบาก

นายอธีป พีชานนท์ นายกสมาคมบ้านจัดสรร กล่าวคิดว่า ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่ไตรมาส 3 และต่อเนื่องถึงไตรมาส 4 เริ่มมีสัญญาณในเชิงบวก เนื่องจากมีหลายปัจจัยเข้ามาสนับสนุน ทั้งเรื่องอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ รวมถึงสภาพตลาดเริ่มปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากมีสภาพคล่องจากต่างประเทศไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย แต่ต้องพิจารณาให้รอบคอบ เนื่องจากกังวลว่าจะเป็นแค่ช่วงสั้น

“ มองว่า ในปีหน้า ภาคสถาบันการเงิน จะมีการขยับเพิ่มเป้าการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยมากขึ้น ซึ่งตัวเลขยอดปฎิเสธสินเชื่อจะไม่สูง คาดจะปรับมาอยู่ระดับ 30% จากระดับ 40% อย่างไรก็ตาม ประเมินว่า ตลาดอสังหาฯในกรุงเทพฯและปริมณฑล ยังไม่น่าเป็นห่วง แต่ในต่างจังหวัดคิดว่า คงต้องจับตาตลาดคอนโดมิเนียม เนื่องจากสภาพตลาดยังไม่เอื้ออำนวยและเป็นนิวส์โปรดักส์ ต่างกับโครงการแนวราบที่ยังเติบโตได้ เนื่องจากเป็นตลาดที่เป็นเรียวดีมานด์”

นายอดิเรก แสงใสแก้ว ประธานคณะกรรมการการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 37 กล่าวว่า ภาคอสังหาฯของไทยยังคงมีอัตราการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอยู่ในอัตราที่น่าพอใจในระดับ 5-10% เพราะในปีที่ผ่านมายังมีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตอยู่หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นอิทธิพลจากเศรษฐกิจโลกในครึ่งปีหลังที่มีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้น โดยเฉพาะในอเมริกาเหนือและยุโรป ทำให้เศรษฐกิจและการค้าโลกขยายตัวเร่งขึ้น

ส่วนในประเทศไทย ภาครัฐได้มีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเห็นได้จากการเร่งรัดเบิกจ่ายเงินงบ ประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 และงบเพิ่มเติม รวมไปถึงงบลงทุนรัฐวิสาหกิจมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่องจากครึ่ ง ปีแรก ขณะที่การก่อสร้างภาครัฐก็กลับมาขยายตัวสูง ตามการเบิกจ่ายงบประมาณและโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่เดินหน้าดำเนินการต่อ เช่นเดียวกับภาคเอกชนที่ มีปริมาณการนำเข้าสินค้าทุนเพิ่มขึ้น5.3% ในไตรมาสสอง และพื้นที่รับอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยกลับมาขยายตัว 16.7% ส่วนภาคการเงิน การปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยน่าจะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น เนื่องจากธนาคารเริ่มผ่อนปรนเงื่อนไขการขอสินเชื่อด้านอัตราดอกเบี้ยนั้นก็ยังคงอยู่ในระดับต่ำ และคาดว่าจะคงอัตรา 1.50% จนถึงสิ้นปี เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อของประเทศที่ยังอยู่ในระดับต่ำ จึงมีส่วนช่วยในเรื่องของต้นทุนในการก่อสร้างและค่าเช่า”

โดยวานนี้ (5 ต.ค.) ทาง สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย โดย 3 สมาคม ได้แก่ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และสมาคมอาคารชุดไทย ร่วมกันจัดงานและเปิดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 37 ภายใต้คอนเซ็ปต์การจัดงาน “Living Solution มิติใหม่แห่งพื้นที่ ที่อยู่อาศัย” โดยมีมากกว่า 1,000 โครงการมาร่วมออกบูธ การจัดงานจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 5-8 ต.ค.นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยเชื่อว่าจะมี ยอดคนเดินงานตลอดการจัดงาน 4 วันกว่า 100,000 คน และมียอดขายในงานมากกว่า 4,000 ล้านบาท และยอดขายต่อเนื่องตามหลังงานอีกอย่างน้อย 8,000 ล้านบาท รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 12,000 ล้านบาท.

6/10/2560  MGR Online (6 ตุลาคม 2560)

ผู้สนับสนุน