กกพ.เคาะ 17 โครงการคว้าขายไฟ SPP Hybrid Firm

Power Plant News / ข่าวหมวดโรงไฟฟ้า

กกพ.ประกาศรายชื่อเอกชน 17 โครงการที่ได้รับคัดเลือกให้ลงนามขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนรูปแบบ SPP Hybrid Firm รวม 300เมกะวัตต์ตามเป้าหมาย โดยภาคใต้มีผู้เสนอขายไฟ 5 ราย ปริมาณขายสูงสุดรวม 100.85 เมกะวัตต์ รายชื่อพาเหรดมากันครบ ทั้งซุปเปอร์ โซล่าร์ ไบโอพาวเวอร์ฯ มิตรผล ไบโอ พาวเวอร์ ไทยโก้เทคโนโลยีฯ ขีดเส้นจ่ายไฟเข้าระบบ 31 ธ.ค. 64

นางสาวนฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ในฐานะรองโฆษก กกพ. เปิดเผยถึงผลการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนรูปแบบ SPP Hybrid Firm ปี 2560 ว่า มีโครงการที่ผ่านการประเมินข้อเสนอด้านราคาและเป็นผู้ที่ได้รับคัดเลือกให้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจำนวน 17 โครงการ โดยมีปริมาณเสนอขายรวมทั้งสิ้น 300 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายการรับซื้อไม่เกิน 300 เมกะวัตต์

“กกพ.ได้ประกาศโครงการที่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติและข้อเสนอด้านเทคนิค จำนวน 42 โครงการ (ขนาดกำลังผลิตติดตั้งรวม 1,062.2 เมกะวัตต์ โดยมีปริมาณพลังไฟฟ้าเสนอขายรวมทั้งสิ้น 755.3 เมกะวัตต์) ไปเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา และต่อมาได้พิจารณาโครงการที่ผ่านการคัดเลือกทั้ง 17 โครงการ มีปริมาณเสนอขายรวมทั้งสิ้น 300 เมกะวัตต์ และกำลังผลิตติดตั้งรวม 434.60 เมกะวัตต์” น.ส.นฤภัทรกล่าว

ทั้งนี้ ทั้ง 17 รายแบ่งตามรายภาค ดังนี้ ภาคใต้ 5 โครงการ ปริมาณเสนอขาย 100.85 เมกะวัตต์ ได้แก่ 1. บ.ศรีเจ้าพระยา จำกัด (โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดทุ่งใหญ่ 1) จ.นครศรีธรรราช ปริมาณขาย 21.5 เมกะวัตต์ 2. บริษัทไบโอ พาวเวอร์ แพลนท์ จำกัด (โรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดทุ่งใหญ่ 2) จ.นครศรีธรรมราช 21.50 เมกะวัตต์ 3. บ.ไทยโก้ เทคโนโลยี จำกัด (แบบSPP Hybrid Firm ) จ.กระบี่ 24 เมกะวัตต์ 4. บ.ศรีเจ้าพระยา (พลังงานสะอาดระนอง) จ.ระนอง 20 เมกะวัตต์ 5. บ.ไทยโก้ เทคโนโลยี (SPP Hybrid Firm สวี-ชุมพร) จ.ชุมพร 13.85 เมกะวัตต์

ภาคตะวันออกเฉียง 5 โครงการ ปริมาณเสนอขาย 84.13 เมกะวัตต์ ได้แก่ 1. บ.เกษตรผล พาวเวอร์ แพลนท์ จ.อุดรธานี 27 เมกะวัตต์ 2. บ.อุตสาหกรรมโคราช (ชีวมวลโครงการ 3) จ.นครราชสีมา 13.84 เมกะวัตต์ 3. บ.ไทยโก้เทคโนโลยีฯ จ.อุดรธานี 16 เมกะวัตต์ 4. บ.มิตรผลไบโอพาวเวอร์ จ.ขอนแก่น 16 เมกะวัตต์ 5. บ.ไฟฟ้าสุรินทร์ จ.สุรินทร์ 11.29 เมกะวัตต์

ภาคเหนือ 4 โครงการ ปริมาณเสนอขาย 71.02 เมกะวัตต์ ได้แก่ 1. บ.ไบโอ พาวเวอร์ แพลนท์ จ.กำแพงเพชร 13.31เมกะวัตต์ 2. บ.บางไทร ภูมิพัฒน์ 16 จำกัด จ.สุโขทัย 13.29 เมกะวัตต์ 3. บ.บางไทร ภูมิพัฒน์ 20 จำกัด จ.พิจิตร 21 เมกะวัตต์ 4. บ.พีเอสที เอนเนอร์ยี่ 1 จำกัด จ.แพร่ 23.42เมกะวัตต์

ภาคตะวันตก 1 โครงการ ปริมาณเสนอขาย 16 เมกะวัตต์ ได้แก่ บ.ไทยโก้ เทคโนโลยี (ปะทิว ชุมพร) จ.ชุมพร ภาคตะวันออก 1 โครงการ ปริมาณเสนอขาย 16 เมกะวัตต์ ได้แก่ บ.ซุปเปอร์ โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จ.สระแก้ว และภาคกลาง 1 โครงการ ปริมาณเสนอขาย 12 เมกะวัตต์ ได้แก่ บ.บลู โซลาร์ฟาร์ม 1 จ.สุพรรณบุรี

ทั้งนี้ ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการทั้ง 17 โครงการต้องเร่งดำเนินการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) หรือรายงานการปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน แก้ไข และติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Code of Practice : CoP) ตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้ทันกำหนดวันลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. ภายในวันที่ 13 ธันวาคม 2562 และสามารถดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (SCOD) ได้ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2564

14/12/2560  MGR Online (14 ธันวาคม 2560)

ผู้สนับสนุน