สรุปแผนแม่บทพัฒนาฮับ “บางซื่อ” คมนาคม จ่อเปิดทาง ปตท.ร่วมลงทุนระบบพลังงาน

Transportation News / ข่าวหมวดระบบขนส่ง

“คมนาคม” สรุปแผนแม่บทพัฒนาสถานีกลางบางซื่อ หรือศูนย์การคมนาคมพหลโยธิน เร่ง ร.ฟ.ท.ชงบอร์ด ใน ม.ค.นี้ ก่อนเสนอ ครม.อนุมัติ ด้าน ปตท.สนลงทุนระบบพลังงานป้อนภายในพื้นที่ทั้งหมด “อาคม” เปิดช่องให้สิทธิ์ลงทุนในฐานะรัฐวิสาหกิจ คาดจะดำเนินการภายในปีนี้เพื่อวางโครงสร้างพื้นฐานก่อน เปิดสถานีกลางบางซื่อ ขณะที่พื้นที่แปลง A จะเปิดประมูลได้ก่อนในปีนี้เช่นกัน

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมแนวทางการพัฒนาเมืองอัจฉริยะบริเวณพื้นที่โดยรอบศูนย์การคมนาคมพหลโยธิน ร่วมกับนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและบริหารความยั่งยืน บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ สร้างการมีส่วนร่วม นำไปสู่การประสานความร่วมมือที่ดีตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการพัฒนาประเทศในอนาคต โดยมีนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เข้าร่วม

โดยนายอาคมกล่าวว่า บมจ.ปตท.มาติดตามโครงการพัฒนาสถานีกลางบางซื่อ ขณะนี้องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (ไจก้า) ได้สรุปการศึกษาแผนแม่บทการพัฒนาสถานีกลางบางซื่อและการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท) ได้เตรียมนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ร.ฟ.ท.พิจารณาภายในเดือน ม.ค.นี้ จากนั้นจะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติต่อไป

โดยแผนแม่บทที่ไจก้าศึกษา พัฒนาสถานีกลางบางซื่อ จะมีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน คือ 1. สถานีรถไฟเป็นหลัก ระบบขนส่งมวลชนเชื่อมภายในพื้นที่ ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง บมจ.ปตท.ได้มีการศึกษาแนวคิดสมาร์ทซิตี้ ในการพัฒนาสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งได้นำมาบูรณาการร่วมในแผนแม่บทของไจก้าแล้ว เช่น บมจ.ปตท.เสนอ เป็นระบบรถไฟฟ้ารางเบา หรือ Light Rail แต่ทางไจก้าพิจารณาจากปริมาณความต้องการแล้ว เห็นว่า ในระยะแรก ควรเป็นระบบ BRT ส่วน Light Rail อาจจะพัฒนาในภายหลัง 2. โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิตอลต่างๆ 3. โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเช่น ระบบท่อแก๊ส ที่ส่งต่อพลังงานที่ใช้หมุนเวียนในพื้นที่ ให้ประหยัดมากที่สุด 4. การพัฒนาเชิงพาณิชย์ Business Center ศูนย์ธุรกิจและโรงแรม ช้อปปิ้งมอลล์ เป็นต้น

โดยหลังจาก ครม.อนุมัติแผนแม่บทแล้วจะพิจารณาการพัฒนาในแต่ละส่วนระยะเวลาในการพัฒนาทั้งหมด 10-15 ปี โดยจะเริ่มดำเนินการในส่วนของการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และดิจิตอล ก่อนภายในปีนี้บางส่วน เนื่องจากต้องวางแผนล่วงหน้า ซึ่งทาง บมจ.ปตท.สนใจเข้ามาลงทุนด้านพลังงาน ซึ่งอาจจะมีการพิจารณา ระหว่างแนวทางการเปิดประมูล PPP หรือจะตกลงมอบสิทธิ์ ในรูปแบบการลงทุนระหว่างรัฐวิสาหกิจต่อรัฐวิสาหกิจได้หรือไม่ ทั้งนี้ต้องพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง

ส่วนการพัฒนาเชิงพาณิชย์นั้น โครงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์แปลง A (ขนาดพื้นที่ประมาณ 32 ไร่) บริเวณสถานีกลางบางซื่อได้ผ่านการพิจารณาคณะกรรมการ PPP แล้ว คาดว่าจะเปิดประมูลได้ก่อน ซึ่งมีมูลค่าลงทุนก่อสร้างประมาณ 11,573.56 ล้านบาท โดย ร.ฟ.ท.เสนอแผนให้เอกชนลงทุนทั้งหมดในรูปแบบสร้าง-บริหาร-โอน (Build-Operate-Transfer : BOT) เพื่อพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ตามหลักการของการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีระบบขนส่งมวลชน (Transit Oriented Development (TOD)) เพื่อสนับสนุนการเป็นศูนย์กลางการเดินรถไฟ โดยมีระยะเวลาดำเนินธุรกิจ 30 ปี และระยะเวลาก่อสร้าง 4 ปี ขณะที่พื้นที่ แปลง B, แปลง C, แปลง D จะมีการพัฒนาต่อเนื่องหลังจากนั้น

อย่างไรก็ตาม โครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะตันแบบ (Smart City) ศูนย์คมนาคมพหลโยธิน เป็นโครงการแรกตามความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พร้อมทั้งมอบให้กระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทย กระทรวงพลังงาน บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เป็นเจ้าภาพร่วม และกรุงเทพมหานคร การไฟฟ้านครหลวง การประปานครหลวง หน่วยงานภาครัฐอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชนภายในประเทศและต่างประเทศที่สนใจเป็นหน่วยงานร่วมสนับสนุน ผลักดันให้ดำเนินงาน ในลักษณะความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อน Smart City พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ในมิติของโครงข่ายการให้บริการภาครัฐ การคมนาคมขนส่ง ความปลอดภัย การศึกษา พลังงานสะอาด การสื่อสารข้อมูล และสิ่งแวดล้อมที่ปราศจากมลภาวะ

4/1/2561  MGR Online (4 มกราคม 2561)

ผู้สนับสนุน