คอนโดสายสีม่วงเดี้ยง บิ๊กแบรนด์ไม่ไปต่อพับโครงการคืนเงินลูกค้า

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

จับชีพจรรถไฟฟ้าสายสีม่วงเส้นปราบเซียน โค่นเบอร์ใหญ่ 2 ค่ายในตลาดหลักทรัพย์ฯ พับแผนคืนเงินลูกค้า ไปต่อไม่ได้ ทำเลเตาปูนยันบางใหญ่ยังเฉา ซัพพลายไม่ขยับเหลือนับหมื่นหน่วย เผยปี 61 ลุ้นเศรษฐกิจช่วยดันกำลังซื้อ

คอนโดมิเนียมแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง ยังตกที่นั่งลำบาก ดูจากสต๊อกที่เหลือยังไม่ถูกดูดซับเพิ่ม แม้เชื่อมต่อเส้นทางกับสายสีนํ้าเงินที่สถานีเตาปูนแล้วก็ตามยอดที่เพิ่มจะเป็นผู้ใช้บริการเสียมากกว่า “ฐานเศรษฐกิจ” สำรวจคอนโดมิเนียมแนวรถไฟฟ้าเส้นปราบเซียน “สายสีม่วง” พบว่า ตลอดแนวมีโครงการ ประชันป้ายลดแลกแจกแถมอยู่มาก ทำเลที่เปิดโครงการมากจะอยู่ฝั่งกรุงเทพมหานคร สถานีเตาปูน ทำเลติดแม่นํ้าเจ้าพระยา ทั้งฝั่งกรุงเทพฯและฝั่งนนทบุรีที่สถานีไทรม้า ฯลฯ ผู้ประกอบการระบุว่า ไม่สามารถลดราคาเกินกว่า 20-30% จากราคาที่ตั้งขาย 6-7 หมื่นบาทต่อตารางเมตรได้ 1. เกิดความเหลื่อมลํ้ากับลูกค้าที่ซื้อรายแรกๆ 2. กระทบต้นทุน 3. ภาพลักษณ์เสียหาย ทางออกต้องใช้วิธีแจกของแถมเท่านั้นขณะที่ ลูกค้าทิ้งโอนทิ้งดาวน์ นำกลับมาหมุนเวียนขายใหม่ก็มีมากเช่นกัน

ค่ายศุภาลัย ยอมรับว่าได้เปรียบทั้งทำเลติดริมแม่นํ้าเจ้าพระยาและอยู่ในฝั่งกรุงเทพมหานคร แต่การลดราคาขาย ไม่สามารถทำได้มากนักสอบถามพนักงานขายโครงการริชชี่เพลส 2002 ทำเลสถานีไทรม้า ระบุว่า เปิดขายโครงการจำนวน 2,000 หน่วยเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมาล่าสุดเหลือ 400 หน่วย มองว่าปีนี้น่าจะมีดีมานด์ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาโดยบริษัทลดราคาสูงถึง 20% เนื่องจากอาคารเริ่มเก่า และเชื่อว่าลูกค้าที่ซื้อก่อนหน้านี้น่าจะเข้าใจ ทางริชชี่ยอมรับว่าเหนื่อย และเชื่อว่าทุกโครงการที่ตั้งอยู่บนเส้นทางรถไฟสายนี้หนักไม่แพ้กัน ที่สำคัญไม่มีใครตอบได้ว่า เมื่อไหร่จะระบายสินค้าหมด ซึ่งปัจจุบันจริงๆแล้วยังเหลืออีกหลายหมื่นหน่วย

ไม่ห่างจากโครงการริชชี่ วิ่งไปตามถนนรัตนาธิเบศร์ พบว่ามีโครงการนอตติ้งฮิลล์ สกาย สแครปเปอร์ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ ของบริษัทออริจิ้น ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ยังคงล้อมรั้วแต่ได้นำพื้นที่สำนักงานขายและห้องตัวอย่างออก สอบถามคนละแวกใกล้เคียงได้คำตอบว่า ได้ยกเลิกก่อสร้างโครงการและคืนเงินให้กับลูกค้าที่ซื้อห้องเมื่อปลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากยอดขายไม่เป็นไปตามเป้า เช่นเดียวกับค่ายโนเบิล ทำเลแจ้งวัฒนะ เมื่อ 2 ปีก่อน หรือปี 2559 ได้ยกเลิกโครงการและคืนเงินลูกค้าเช่นเดียวกัน เช่นเดียวกับโครงการเดอะทรัสต์ ค่ายคิวเฮ้าส์ ยอมถอยตั้งแต่ 2 ปีที่ผ่านมา

ที่น่าแปลกใจ คือ ค่ายดีคอนยักษ์ใหญ่วัสดุก่อสร้างในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้พัฒนาโครงการดีคอน ซึ่งตั้งอยู่ติดสถานีไทรม้า พบว่าได้ปิดสำนักงานขายคอนโดมิเนียม โดยขณะนี้ไม่มีการขายแต่อย่างใด ทั้งๆที่ยังเดินหน้าก่อสร้างภายนอกเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นไปได้คือประหยัดค่าใช้จ่ายจากการขาย อาทิ นํ้า ไฟ แอร์ พนักงาน หรือรอให้ก่อสร้างเสร็จก่อนถึงเปิดขาย แต่ทั้งนี้ การก่อสร้างย่อมมีต้นทุนวันละไม่ตํ่ากว่า 50 ล้านบาท เว้นแต่ มีสภาพคล่องมากพอ

สำหรับการระบายสต๊อกคอนโดมิเนียมสายสีม่วง มองว่าไม่ง่าย เพราะขณะนี้รถไฟฟ้า เกิดขึ้นอีกหลายสาย ทำให้ผู้บริโภคสนใจทำเลอื่นมากกว่า สายสีม่วง นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สะท้อนว่าคอนโดมิเนียมสายสีม่วง โอเวอร์ซัพพลายเกิดจากผลการศึกษาของรัฐ ก่อนก่อสร้างคาดการว่าจะมีผู้โดยสาร 2 แสนคนต่อวัน แต่กลับมีเพียง 2 หมื่นคนต่อวัน ในช่วงที่ยังไม่ต่อเชื่อมกับสายสีนํ้าเงินที่สถานีเตาปูน และเมื่อมีการเชื่อมต่อสถานี เมื่อเดือนสิงหาคม 2560 แม้จะมีคนใช้บริการมากขึ้นแต่อยู่ที่ 5 หมื่นคนต่อวันเท่านั้น สาเหตุที่คนใช้บริการน้อยเกิดจากค่าโดยสารแพง เฉลี่ยไป-กลับวันละ 200 บาทไม่รวมรถโดยสารเชื่อมต่อ

นายสุรเชษฐ กองชีพ นักวิเคราะห์อสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า การระบายสต๊อกคอนโดฯรถไฟฟ้าสายสีม่วงยังไม่ขยับดูจากจำนวนหน่วยเหลือขายยังอยู่ที่ 8,000-9,000 หน่วย หากเทียบช่วงก่อนหน้าที่สายสีม่วงเปิดให้บริการ มีจำนวนหน่วยรอขาย 1.3 หมื่นหน่วย เปิดให้บริการแล้วเหลือ 1 หมื่นหน่วย และช่วงเชื่อมต่อ เหลือ 8,000-9,000 หน่วยดังกล่าว ยอมรับว่าสายสีม่วงยังสาหัสต่อเนื่อง

“ไม่เพียงแต่ขายยากเท่านั้นห้องที่ขายได้ลูกค้าไม่โอนและทิ้งดาวน์ก็ยังมี ทางออกหากยอดขายไปไม่ไหวก็คงต้องชะลอโครงการและคืนเงินให้กับลูกค้าจะเหมาะสมกว่า” จากการสำรวจพบว่าช่วง 5 ปีที่ผ่านมาช่วงรถ ไฟฟ้าอยู่ระหว่างก่อสร้างมีคอนโดมิเนียมเกิดขึ้น 7.5 หมื่นหน่วย ไม่ตํ่ากว่า 100-200 โครงการ แต่ระบายไปได้ ในช่วงต้นๆ และต่อมาผู้ประกอบการเข้าไปลงทุนใหม่ จนเกิดวิกฤติขายไม่ออกดังกล่าว

4/2/2561  ฐานเศรษฐกิจ (4 กุมภาพันธ์ 2561)

ผู้สนับสนุน