อาคารใหม่ 9 ประเภทเตรียมลุ้น “กพช.” 7 มี.ค.จ่อบังคับให้ออกแบบอนุรักษ์พลังงาน

Building News / ข่าวหมวดอาคารทั่วไป

“กบง.” เตรียมนำเสนอที่ประชุม “กพช.” 7 มี.ค.นี้คลอดมาตรการบังคับอาคารใหม่ 9 ประเภทที่มีขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตร.ม.ขึ้นไปต้องออกแบบให้สอดรับกับการอนุรักษ์พลังงาน หาก กพช.เห็นชอบจะนำร่องอาคารตั้งแต่หมื่น ตร.ม.ขึ้นไปก่อนปี 2561

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มีนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน เป็นประธานว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบที่จะนำเสนอ กฎกระทรวงกำหนดประเภท หรือขนาดของอาคาร และมาตรฐาน หลักเกณฑ์และวิธีการในการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. .... (Building Energy Code : BEC) ให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) วันที่ 7 มี.ค.เห็นชอบเพื่อประกาศเป็นมาตรการบังคับใช้“หากมีการเห็นชอบก็จะมีขั้นตอนในการนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็จะออกประกาศซึ่งจะมีผลบังคับใช้ 120 วัน ซึ่งหากเป็นไปตามนี้ก็จะบังคับใช้ได้ไม่เกินสิ้นปีนี้” นายทวารัฐกล่าว

สำหรับ BEC จะบังคับใช้กับอาคารขนาดใหญ่ที่มีปริมาณการใช้พลังงานสูง เรียกว่าเกณฑ์มาตรฐานประสิทธิภาพด้านพลังงานในอาคาร (Building Energy Code) เพื่อให้อาคารมีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดให้อาคารที่จะก่อสร้างใหม่หรือดัดแปลง 9 ประเภทอาคาร ได้แก่ 1) สำนักงาน 2) โรงแรม 3) โรงพยาบาล 4) ศูนย์การค้า 5) โรงมหรสพ 6) สถานบริการ 7) อาคารชุมนุมคน 8) อาคารชุด และ 9) สถานศึกษา ที่มีขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป ต้องออกแบบให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่ระบุในกฎกระทรวงฯ โดยทยอยบังคับใช้กับอาคารทั้ง 9 ประเภท ภายใน 3 ปี ดังนี้

ปีที่ 1 บังคับใช้กับอาคารขนาดตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป ปีที่ 2 บังคับใช้กับอาคารขนาดตั้งแต่ 5,000 ตารางเมตรขึ้นไป ปีที่ 3 บังคับใช้กับอาคารขนาดตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะส่งผลให้ประหยัดพลังงานได้มากกว่า 10% โดยมีเป้าหมายว่าภายใน 20 ปีจะสามารถประหยัดไฟฟ้าได้รวมประมาณ 13,700 ล้านหน่วย หรือคิดเป็นมูลค่าเท่ากับ 48,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ จะมีการเสนอ กพช.ให้เปลี่ยนมติจากก่อนหน้านี้ กพช.ได้มีมติให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กำกับดูแลค่าบริการขนส่งน้ำมันทางท่อ ซึ่งจากการศึกษามีข้อคิดเห็นว่า กิจกรรมขนส่งน้ำมันทางท่อมีในการควบคุมอัตราค่าบริการให้มีความเหมาะสม และมีการแข่งขันกับผู้ประกอบกิจการขนส่งน้ำมันด้วยวิธีการอื่นๆ อย่างกว้างขวางอยู่แล้ว รวมทั้งในขณะนี้มีการกำกับดูแลธุรกิจการขนส่งน้ำมันทางท่อ โดยการขึ้นทะเบียนกับกรมธุรกิจพลังงาน ประกอบกับคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าภายใต้พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 สามารถกำกับการใช้อำนาจเหนือตลาดได้อยู่แล้ว จึงมีความเห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่ กกพ.จะต้องกำกับดูแลในเรื่องค่าบริการขนส่งน้ำมันทางท่อ

นายทวารัฐกล่าวว่า กบง.ยังได้รับทราบถึงความคืบหน้าตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2558-2579 (PDP 2015) โดยในปี 2560 มีการผลิตไฟฟ้ารวม 1.97 แสนล้านหน่วย เพิ่มขึ้น 0.8% จากปี 2559 โดยปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak) ในระบบของ 3 การไฟฟ้าอยู่ที่ระดับ 30,373 เมกะวัตต์ ลดลง 2.2% สัดส่วนของการใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติยังสูงถึงกว่า 60% ซึ่งตามแผน PDP ภายในปี 2560 กำหนดสัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติต้องอยู่ที่ 59% ซึ่งเป็นผลจากการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมีสัดส่วนเพียง 7% น้อยกว่าที่แผนตั้งเป้าหมายไว้ 10%

8/2/2561  MGR Online (8 กุมภาพันธ์ 2561)

ผู้สนับสนุน