เร่งผุด12เมืองนำร่องสมาร์ทซิตี สกว.ชงเปิดทางท้องถิ่นร่วมพัฒนาขนส่ง-ศูนย์เศรษฐกิจ

Transportation News / ข่าวหมวดระบบขนส่ง

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ผนึก 12 บริษัทพัฒนาเมือง ระดมกึ๋นแนวทางการพัฒนาย่านพื้นที่ ให้สอดคล้องการออกแบบย่านที่ชาญฉลาดเพื่อยกระดับทางเศรษฐกิจ ชงรัฐเปิดทางเอกชนท้องถิ่นนำร่องลงทุนพัฒนาขนส่งมวลชนปี 61-62 จำนวน 12 เมืองใช้งบจังหวัดละ 30-50 ล้านบาท

นายกิตติ สัจจะวัฒนา ผู้อำนวยการ หน่วยบูรณาการวิจัยและความร่วมมือเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ได้ร่วมกับบริษัทพัฒนาเมืองทั้ง 12 จังหวัด ระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการออกแบบย่านที่ชาญฉลาดเพื่อยกระดับทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นแนวทางให้แต่ละจังหวัดนำไปออกแบบรายละเอียดการพัฒนาแต่ละพื้นที่อย่างถูกต้อง โดยจะจัดสัมมนาในหัวข้อ โครงการบริษัทพัฒนาเมือง : New Platform การพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ ขึ้นในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 นี้

“จะมีการกล่าวถึงแนวทางการพัฒนาย่านพื้นที่ต่างๆ ตามเกณฑ์สมาร์ทโกรท (Smart Growth Thailand) อีกทั้งยังจะมีการนำเสนอรายละเอียดแผนการพัฒนาย่านพื้นที่นิมมานเหมินทร์ของจังหวัดเชียงใหม่กับพันธกิจของการยกระดับให้เป็นย่านค้าปลีกเพื่อการท่องเที่ยวระดับโลก นอกจากนั้นยังจะได้ยกตัวอย่างการพัฒนาศูนย์เศรษฐกิจสำคัญในแต่ละเมืองเป็นกรณีศึกษาอีกด้วย อาทิ ศูนย์ร่มเกล้า และศูนย์คลองเตยของกรุงเทพพัฒนาเมือง เป็นต้น”

TP12-3338-1Aด้านนายฐาปนา บุณยประวิตร อุปนายกสมาคมการผังเมืองไทย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้มีการประชุมของผู้บริหารของบริษัทพัฒนาเมืองจำนวน 12 จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกราว 30 คนเพื่อให้เตรียมรายละเอียดไปนำเสนอในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้เพื่อที่จะให้เป็นการแสดงออกถึงการค้นหา New Platform การพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจของประเทศไทยจำนวน 2 เรื่องด้วยกัน คือ การทดสอบเพื่อให้เห็นว่าแนวคิดการวางผังของสมาร์ทโกรทกับแนวคิดการวางผังของประเทศไทยที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน อย่างไหนน่าจะเป็นอนาคตของการวางผังการจัดการเมืองให้มีความยั่งยืนได้อย่างสอดคล้องกับปัจจุบันมากที่สุด

“ปัจจุบันแนวคิดของการวางผังเมืองพบว่ายังเป็นการวางผังเพื่อส่งเสริมการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ยังไม่สามารถควบคุมการกระจัดกระจายของเมือง ไม่สามารถนำกระบวนการของผังดังกล่าวไปพัฒนาเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ แตกต่างกับการวางผังของสมาร์ทโกรทที่มีความชัดเจนด้านการวางผังเมืองเพื่อส่งเสริมให้เป็นเมืองคนเดิน ให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชนกันมากขึ้น กำหนดตำแหน่งที่ตั้งของศูนย์เศรษฐกิจเอาไว้อย่างชัดเจนเพื่อให้นำไปสู่กระบวนการเร่งขับเคลื่อนด้านการจ้างงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในแต่ละพื้นที่ได้”

นายฐาปนากล่าวอีกว่า ในระบบการพัฒนาเมืองที่ผ่านมารัฐบาลวางแผนจากส่วนกลางแล้วไปลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ไปพัฒนาพื้นที่ต่างๆแต่ปรากฏว่าผลลัพธ์ที่ได้มายังไม่มีความสมดุลต่องบประมาณของรัฐบาลที่ลงทุน และไม่สมดุลกับคุณภาพชีวิตของประชาชนที่น่าจะได้รับสิ่งที่ดีกว่าปัจจุบันนี้ ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการเร่งทดสอบ New Platform การพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจของประเทศครั้งใหม่ เพื่อต้องการให้กลุ่มเศรษฐกิจอย่างบริษัทพัฒนาเมืองต่างๆได้เป็นผู้ขับเคลื่อนร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ประกอบการธุรกิจเอกชนในพื้นที่ โดยใช้แผนเดิมของรัฐบาลไปดำเนินการ แต่ให้กลุ่มพัฒนาเมืองร่วมกับจังหวัดและท้องถิ่นนั้นๆสร้างยุทธศาสตร์ใหม่ขึ้นมา โดยในยุทธศาสตร์นี้หากเป็นโครงการขนาดใหญ่ก็เสนอให้รัฐบาลลงทุนดำเนินการ แต่หากเป็นโครงการขนาดกลาง หรือขนาดเล็กให้แต่ละบริษัทพัฒนาเมืองได้เข้าไปดำเนินการลงทุนเองและประกาศขับเคลื่อนเศรษฐกิจในแต่ละท้องถิ่นเอง

แบนเนอร์ชั่วโมงฐานเศรษฐกิจ“เบื้องต้นนั้นกำหนดไว้ในปี 2561 จำนวน 6 ย่านพื้นที่คือ เชียงใหม่ สุโขทัย สระบุรี ขอนแก่น ระยอง และภูเก็ต และปี 2562 อีกจำนวน 6 ย่านพื้นที่คือ อุดรธานี อุบลราชธานี ชลบุรี กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร และสงขลา เพื่อเร่งให้ทั้ง 12 ย่านพื้นที่เป็นโมเดลในการขับเคลื่อนซึ่งรูปแบบการจัดเก็บข้อมูลทั้งหมดจะดำเนินการในเชิงวิจัยเพื่อนำไปปฏิบัติอย่างถูกต้องสมบูรณ์ต่อไป”

ดังนั้นในการเร่งผลักดันจึงเป็นการนำแนวคิดของ 2 New Platform การพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ คือตามหลักสมาร์ทโกรทว่าจะเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาเมืองเพื่อให้การสนับสนุนการลงทุนระบบขนส่งมวลชนกันมากขึ้น โดยมอบหมายให้บริษัทรีเจียนนอลทรานซิสท์ คอร์เปอร์เรชั่น จำกัด(RTC) เข้าไปดำเนินการตามที่ได้ประกาศชัดเจนไปแล้วว่าจะลงทุนพัฒนาจังหวัดละประมาณ 30-50 ล้านบาท

9/2/2561  ฐานเศรษฐกิจ (9 กุมภาพันธ์ 2561)

ผู้สนับสนุน