ทิสโก้แนะจับตากลุ่มพลังงาน หวั่นเทขายทำกำไรฉุดดัชนีหลุดแตะ1,710จุด

Power Plant News / ข่าวหมวดโรงไฟฟ้า

ทิสโก้ กลุ่มพลังงาน ฉุดดัชนี

นายวิวัฒน์ เตชะพูลผล รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ทางเทคนิค บริษัทหลักทรัพย์(บล.)ทิสโก้ กล่าวถึง ภาพรวมตลาดหุ้นไทยว่าเดือนมีนาคมที่ผ่านมาดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลดลงผิดไปจากที่คาดไว้เดิม เนื่องจากมีความกังวลหลายประการเข้ามากระทบ เช่น สงครามการค้าของสหรัฐ การเลือกตั้งของไทยที่อาจจะถูกเลื่อนออกไป การช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลไม่เป็นไปตามคาด เป็นต้น

อย่างไรก็ดี หลังจากนี้ประเมินว่าสถานการณ์ตลาดหุ้นไทยโดยรวมจะไม่น่ากังวลนัก เพราะที่ผ่านมา ราคาหุ้นหลายบริษัทปรับตัวลดลงไปมากแล้วและคาดว่าจะไม่ปรับตัวลงไปมากกว่านี้ โดยคาดหุ้นไทยในเดือนเมษายน-พฤษภาคม จะแกว่งตัวออกข้าง (Side Way) ในกรอบ 1,750-1,800 จุด และยังมีโอกาสหลุดแนวรับ 1,750 จุด ไปถึงแนวรับถัดไปที่ 1,710 จุด หากนักลงทุนขายเพื่อทำกำไรล่วงหน้าก่อนการประกาศข่าวผลประกอบการไตรมาส 1/2561 ในหุ้นกลุ่มพลังงานและหุ้นขนาดใหญ่ คือ PTT, PTTEP, PTTGC, IRPC และ IVL ที่คาดว่าจะออกมาดี

“ในทางเทคนิคหากนักลงทุนมีหุ้น PTT, PTTEP, PTTGC, IRPC และ IVL แนะนำให้เล่นสั้นและขายออกก่อนที่จะมีการประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ออกมาในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมเพราะประเมินว่าราคาหุ้นดังกล่าวจะปรับตัวลงหลังผลประกอบการออกมาดี จากอานิสงส์ของราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น ปรากฏการณ์เช่นนี้เรียกว่า Sell on Good News หากเกิดขึ้นจริงแรงขายกลุ่มนี้จะนำโดย PTT ที่จะฉุดดัชนีหุ้นไทยปรับลงได้ประมาณ 40 จุด ทำให้เรามองแนวรับต่อไปที่ 1,710 จุด แต่ในระยะยาวหุ้นไทยยังคงเป็นขาขึ้นหากดัชนีไม่หลุด 1,700 จุด” นายวิวัฒน์กล่าว

สำหรับภาพรวมในไตรมาสที่ 2 โดยปกติแล้วในเดือนเมษายนจะเป็นช่วงที่นักลงทุนซื้อหุ้นเพื่อรับปันผล และเริ่มขายออกในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนหลังบริษัทขึ้นเครื่องหมาย XD ทำให้หุ้นไทยและหุ้นทั่วโลกปรับลดลง สำหรับราคาน้ำมัน WTI น่าจะจบรอบขาขึ้นครั้งนี้ที่ 67 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรล และจะเริ่มปรับตัวลดลงสู่แนวรับ 55 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรลจากปัจจัยลบเรื่องอุปทานน้ำมันเพิ่มขึ้นตามจำนวนแหล่งผลิตเชลล์ออยล์ของสหรัฐ ที่เพิ่มขึ้นสวนทางกับตัวเลขเศรษฐกิจเดือนมีนาคม 2561 ที่ออกมาไม่ดีนัก

สำหรับหุ้นแนะนำเดือนเมษายน-พฤษภาคมมีทั้งหมด 3 กลุ่มคือ กลุ่มที่คาดว่ากำไรไตรมาส 1/2561 ออกมาดี คือ COM7, IRPC, ROBINS, RS, SF และ TVO กลุ่มที่มีสัญญาณทางเทคนิคดี เนื่องจากราคาปรับขึ้นช้ากว่าตลาดมานาน (Laggard) แต่เริ่มเห็นราคาปรับขึ้นแล้ว คือ SCC, TRUE, BLAND, ROJNA, CENTEL, BDMS, BCH และ CHG และกลุ่มหุ้นพื้นฐานขนาดใหญ่ที่ราคาปรับลดลงมาใกล้แนวรับระยะยาว คือ SCB, TMB, AMATA, JWD, STEC, CK และ PSH

9/4/2561  แนวหน้า (9 เมษายน 2561)

ผู้สนับสนุน