เอกชนยื่นพบ “ศิริ” หวั่นหยุดซื้อไฟฉุดลงทุน 4.5 แสนล้าน

Power Plant News / ข่าวหมวดโรงไฟฟ้า

กลุ่มพลังงานทดแทน “ส.อ.ท.” ยื่นขอเข้าพบ “ศิริ” รมว.พลังงาน ขอความชัดเจนนโยบายไม่รับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนใหม่ๆ เพิ่มจริงหรือไม่ เผยเม็ดเงินลงทุน 10 กว่าปี กว่า 4.5 แสนล้านบาท จำนวนบริษัทที่เกี่ยวข้องกว่า 600 แห่ง หากไม่รับซื้อกระทบแน่ย้ำควรพิจารณาทุกมิติ

นายสุวิทย์ ธรณินทร์พานิช เลขาธิการกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนได้ทำหนังสือเพื่อประสานงานในการขอเข้าพบ นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อรับทราบนโยบายที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทดแทนโดยเฉพาะกรณีที่กระทรวงพลังงานมีนโยบายจะหยุดรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็นเวลา 5 ปี ทั้งนี้ เนื่องจากหากดำเนินนโยบายดังกล่าวจริงจะก่อให้เกิดผลกระทบตามมาหลายด้าน

“ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องมีความกังวลใจมากอยากทราบข้อเท็จจริง เพราะการหยุดรับซื้อไฟฟ้าจะกระทบต่อภาพรวมอย่างมากจึงต้องการให้กระทรวงพลังงานได้พิจารณาในหลายๆ มิติ โดยเฉพาะเทรนด์พลังานของโลกก็มุ่งสู่พลังงานสะอาด ขณะเดียวกัน ไทยก็เข้าร่วมผลักดันลดภาวะโลกร้อนในการประชุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภายใต้กรอบสนธิสัญญาสหประชาชาติครั้งที่ 21 (COP-21) ที่มีเป้าหมายลดใช้พลังงานจากฟอสซิล” นายสุวิทย์ กล่าว

ทั้งนี้ การพัฒนาพลังงานทดแทนภาพรวมที่ผ่านมาของไทยตลอดกว่า 10 ปี ได้ก่อให้เกิดการผลิตไฟในพลังงานหมุนเวียนแล้วกว่า 9,000 เมกะวัตต์ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 4.5 แสนล้านบาท มีบริษัทที่เกี่ยวข้องเฉพาะสมาชิก ส.อ.ท. ก็มีถึง 250 บริษัท และอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องอีกกว่า300 บริษัทกับอุตสาหกรรมดังกล่าวรวมมากกว่า 400 บริษัท หากหยุดการรับซื้อก็เท่ากับสิ่งที่ทำมาตลอด 10 ปีจะหยุดทันทีกระทบต่อระบบห่วงโซ่การผลิตทั้งหมดที่เกียวข้องกับหลายมิติทั้งภาคอุตสาหกรรม เกษตรกร และสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันการพัฒนาที่ผ่านมายังก่อให้เกิดการต่อยอดพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม หากรัฐกำหนดจะรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนแต่ต้องมีราคาเท่าหรือต่ำกว่าราคาขายส่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จำหน่ายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายหรือต้องต่ำกว่า 2.50 บาทต่อหน่วยนั้น จำเป็นที่จะต้องมองในเรื่องของขนาดและปริมาณการรับซื้อไฟฟ้าที่เท่ากันด้วย

ตัวอย่างพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) หากเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนพื้นดิน (โซลาร์ฟาร์ม) ที่มีขนาดระดับ 100 เมกะวัตต์ จะสามารถสู้ราคาดังกล่าวได้ กรณีหากเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคาบ้าน (โซลาร์รูฟท็อป) ซื้อไฟแค่ 1 - 5 เมกะวัตต์ ราคาย่อมไม่ได้ และหากต้องการความเสถียรแล้วโซลาร์ฟาร์มบวกด้วยระบบแบตเตอรี่กักเก็บ (ESS) ก็จะทำได้เช่นกัน ส่วนไฟฟ้าชีวมวล และชีวภาพนั้นราคาดังกล่าวคงไม่สามารถดำเนินการได้แต่หากการรับซื้อไฟช่วงความต้องการสูงสุด (พีก) ราคาช่วงดังกล่าวเฉลี่ย 5 - 9 บาทต่อหน่วย ก็ยังถือว่าราคาต่ำกว่าอยู่ดีจึงควรมีแนวทางในการบริหารจัดการ

“ที่ผ่านมา รัฐก็เริ่มต้นจากการส่งเสริมการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทนจากที่ต้องอุดหนุนราคาที่สูงมากวันนี้ทุกอย่างก็เห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปเยอะการอุดหนุนต่ำมาก ก็ต้องค่อยๆ พัฒนา หลายอย่างต้องค่อยๆ ที่ผ่านมา นโยบายพลังงานของเราก็มีการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง 3 ปีก่อนหน้าเราหยุดไปพอสมควรทำให้การลงทุนกระจายไปยังเพื่อนบ้านแทนพอเปิดรับซื้อจากที่อั้นไว้ชีวมวลตัวอย่างเลยมาแข่งกันจนทำให้ราคาบิดเบือนจากข้อเท็จจริงสิ่งเหล่านี้ต้องพิจารณาด้วย” นายสุวิทย์ กล่าว

8/4/2561  MGR Online (8 เมษายน 2561)

ผู้สนับสนุน