อสังหาฯ ดูดเงินในระบบ 8.7 หมื่น ล. ออกหุ้นกู้ล็อกต้นทุน-รับแผนผุดโครงการใหม่

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

บริษัทอสังหาฯ เดินหน้าออกหุ้นกู้ หวังล็อกต้นทุนระยะยาว พร้อมนำเงินขยายการลงทุนรับแผนเปิดโครงการใหม่ เผย 12 รายแจ้งมติที่ประชุม เตรียมดูดเงินในระบบ 87,000 ล้านบาท ด้าน LPN ลุยไตรมาส 2 เปิดโครงการใหม่ เดินหน้าโปรเจกต์มิกซ์ยูส อาคารสำนักงาน คอนโดฯ มูลค่า 5,000 ล้านบาท

สำหรับสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2561 พบว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ ยังคงคึกคักต่อเนื่องมากกว่าตลาดในภูมิภาค โดยมีประเด็นสำคัญในตลาดที่น่าจับตามองอยู่หลายประเด็น ทั้งในแง่ของการลงทุน ราคาที่ดิน และแนวโน้มช่วงครึ่งปีหลังและต่อเนื่องถึงปี 2562 ซึ่งมาจากในช่วงไตรมาสแรกมีโครงการคอนโดมิเนียมเกิดใหม่ โดยผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่ และรายย่อยจำนวน 14,094 หน่วยจาก 31 โครงการ ซึ่งเพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับที่ประมาณการไว้ก่อนหน้านี้ ทำให้มีจำนวนห้องชุดทั้งหมดในตลาดอยู่ที่ 564,000 หน่วย และจากการที่ที่ดินในใจกลางเมืองมีราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้พัฒนาไม่สามารถหาที่ดินพัฒนาโครงการได้เหมาะสม โดยสัดส่วนโครงการที่อยู่ย่านรอบใจกลางเมืองมีสัดส่วนถึง 76% ห้องชุดที่เกิดใหม่จึงเกิดขึ้นบริเวณ โซนสุขุมวิทตอนปลาย (29%) โซนพญาไท-รัชดาภิเษก-พระราม 9 (23%) โซนตากสิน เพชรเกษม (17%) เป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม ในภาวะที่สถานการณ์ตลาดคอนโดฯ เติบโตในอัตราลดลง ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ หันมาให้ความสำคัญกับตลาดที่มีความยั่งยืนมากขึ้นเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการลงทุน ระมัดระวังการซื้อที่ดินกลางเมืองบ้าง โดยเพิ่มพัฒนาตลาดบ้านแนวราบที่การเช่าที่ดินระยะยาว เพื่อพัฒนาโครงการที่มีรายได้ค่าเช่ามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม หรืออาคารสำนักงาน และเริ่มมองหาการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศมากขึ้นด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงาน แม้ว่าในขณะนี้ อัตราดอกเบี้ยในระบบจะอยู่ในระดับที่ต่ำ แต่ก็มีสัญญาณการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งจะส่งผลสะท้อนไปยังอัตราดอกเบี้ยของธนาพาณิชย์ ขณะที่หนี้ภาคครัวเรือนต่อจีดีพี เริ่มมีโอกาสขยับลงมาอยู่ที่กรอบประมาณ 77.5% ภายใต้สมมติฐานที่เศรษฐกิจไทยปี 61 ขยายตัวในกรอบ 3.5-4.5% ซึ่งเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการลดลงต่อเนื่องของหนี้ครัวเรือนติดต่อเป็นปีที่สาม

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบแผนการระดมทุนของบริษัทอสังหาฯ ในตลาดหลักทรัพย์ พบว่า มี 12 บริษัทที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้อนุมัติในกรอบของการออกหุ้นกู้ หรือตราสารหนี้ รวมเป็นเม็ดเงินที่จะดูดเงินในระบบสูงถึง 87,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะล็อกต้นทุนการเงินอายุหุ้นกู้ไม่เกิน 7 ปี ยกเว้นบริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) อายุไม่เกิน 10 ปี

สำหรับบริษัทที่มีแผนระดมทุนผ่านหุ้นกู้ ได้แก่ บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) วงเงินไม่เกิน 20,000 ล้านบาท บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ฯ วงเงิน 20,000 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจรวมถึงรองรับหุ้นกู้ที่ต้องครบกำหนดไถ่ถอน บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) วงเงิน 10,000 ล้านบาท บริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ฯ ได้มีการขยายวงเงินที่เคยขออนุมัติไว้จาก 5,000 ล้านบาท เพิ่มเป็นไม่เกิน 8,000 ล้านบาท บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) วงเงิน 5,000 ล้านบาท บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) วงเงิน 5,000 ล้านบาท

บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ออกหุ้นกู้เพิ่มเติม 4,000 ล้านบาท และหากรวมยอดที่เคยได้รับอนุมัติตั้งแต่ปี 56-60 รวมไม่เกิน 30,000 ล้านบาท บริษัท ไรมอนแลนด์ จำกัด (มหาชน) วงเงิน 4,500 ล้านบาท บริษัท เอสซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) อนุมัติเพิ่มวงเงินอีก 4,000 ล้านบาท รวมเป็น 14,000 ล้านบาท บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ไม่เกิน 2,000 ล้านบาท บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ไม่เกิน 3,000 ล้านบาท บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ไม่เกิน 1,500 ล้านบาท มีกรอบทั้งระยะสั้นไม่เกิน 270 วัน และหุ้นกู้ระยะยาวไม่เกิน 10 ปี

นางสุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSH กล่าวว่า ในไตรมาส 1 พฤกษาฯ เปิดตัวโครงการใหม่ 15 โครงการ มูลค่า 9,500 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นโครงในต่างจังหวัด 2 โครงการที่ภูเก็ตและระยอง

สำหรับภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยไตรมาส 1/61 พบว่ามีซัปพลายอยู่ในตลาด 211,000 ยูนิต เพิ่มขึ้น 4% จากปีที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่ารวม 871,000 ล้านบาท โตขึ้น 11% ขณะที่ภาพรวมการเปดตัวโครงการใหม่ไตรมาส1/2561ใน กทม.-ปริมณฑล มีจำนวน 110 โครงการ จำนวน 25,000 ยูนิต มูลค่า 180,000 ล้านบาท จำนวนยูนิตลดลง 1% แต่มูลค่าเพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

ส่วนไตรมาส 2 คาดว่าภาพรวมตลาดอสังหาฯ จะมีทิศทางที่ดี หนี้ครัวเรือนปรับลดลง เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และมาตรการภาครัฐที่ช่วยให้คนไทยได้มีบ้านได้ง่ายขึ้น แต่จะมีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น

นายอิสระ บุญยัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และนายกกิติมศักดิ์และที่ปรึกษา สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า สถานการณ์ตลาดทาวน์เฮาส์หรือทาวน์โฮม มีแนวโน้มการขยายตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า โดยในช่วงไตรมาสแรกของปี 61 มีการเปิดตัวเพิ่มขึ้นจำนวนมาก เมื่อเทียบกับกลุ่มที่อยู่อาศัยประเภทอื่นๆ ขณะที่กลุ่มบ้านเดี่ยว มีการเปิดตัวเป็นอันดับที่สอง ทำให้ในไตรมาส1/61 จำนวนการเปิดตัวโครงการใหม่กลุ่มสินค้าที่อยู่อาศัยแนวราบ มีอัตราการเติบโตสูงกว่าคอนโดมิเนียมถึง 17% เพราะคอนโดฯ มีการชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา

นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ฯ กล่าวว่า ในไตรมาสแรก บริษัทเปิดโครงการไม่มาก จะเป็นเฟสต่อเนื่องในโครงการลุมพินี วิลล์ สุขุมวิท 76-แบริ่ง สเตชั่น(เฟส 2) มูลค่า 700 ล้านบาท และโครงการใหม่ ลุมพินี ซีวิว ชะอำ (A) มูลค่า 700 ล้านบาท ขณะที่ในไตรมาส 2 บริษัทจะมีการเปิดโครงการค่อนข้างมาก มูลค่าโครงการ 8,500 ล้านบาท ซึ่งโครงการแรกที่เปิดในไตรมาสนี้ ได้แก่ โครงการลุมพินี ซีเล็คเต็ด สุทธิสาร-สะพานควาย มูลค่าโครงการ 1,300 ล้านบาท เปิดขายเมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 28-29 เม.ย. ที่ผ่านมา ทำยอดขายกว่า 70% ตัวโครงการได้ปรับโฉมเจาะกลุ่มสาวทำงานและพนักงานในบริเวณดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ในทำเลดังกล่าว บริษัทได้ขยายโครงการมาแล้วรวม 3 โครงการ ซึ่งปัจจุบันราคาที่ดินแปลงโครงการใหม่ที่บริษัทนำมาพัฒนาปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 3-4 แสนบาทต่อตารางวา ส่งผลให้ราคาขายโครงการขยับมาอยู่ที่ 1.2 แสนบาทต่อตารางเมตร (ตร.ม.) เมื่อเทียบกับโครงการแรกๆ ที่เปิดเมื่อปี 2548 ราคาขายต่อ ตร.ม. ประมาณ 90,000 บาท

“ในไตรมาส 2 บริษัทจะเปิดโครงการมาก โดยจะมีโครงการไฮไลท์บริเวณถนนวิภาวดี-จตุจักร รูปแบบผสมผสานระหว่างที่อยู่อาศัย และอาคารสำนักงาน มูลค่าโครงการสูงถึง 5,000 ล้านบาท และโครงการปิ่นเกล้า 1,200 ล้านบาท ซึ่งรวมแล้วครึ่งแรกของปี 61 บริษัทเปิดโครงการไปมูลค่าเกือบ 10,000 ล้านบาท ตามแผนทั้งปีจะเปิด 12 โครงการ มูลค่า 18,000 ล้านบาท”.

1/5/2561  MGR Online (1 พฤษภาคม 2561)

ผู้สนับสนุน