“เอสเตท กูรู” รุกเจาะลูกค้าอีอีซี ผุดโครงการเน้นกลุ่มนิคมฯ-ออฟฟิศ

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

“เอสเตท กูรู” อสังหาฯ น้องใหม่แต่ศักยภาพสูง เปิดเกมรุกเปิด 3 โครงการแนวราบโซนอีอีซี ระยอง พัทยา มั่นใจโปรดักต์ตอบโจทย์ลูกค้า ดีมานด์ต้องการอยู่อาศัย ชี้จุดแข็งสู้คู่แข่ง ราคาสินค้าที่ลูกค้าสามารถจับต้องได้ จับกลุ่มลูกค้านิคมฯ-ออฟฟิศ มีสลิปเงินเดือน ปิดความเสี่ยงถูกแบงก์ปฎิเสธสินเชื่อ เผยมีแลนด์แบงก์ในมือ 28 ไร่ เล็งผุดโครงการใน จ.อยุธยา

นายสรวุฒิ มานะสมจิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเตท กูรู จำกัด บริษัทอสังหาฯ รายกลางที่ดำเนินธุรกิจมากว่า 14 ปี กล่าวถึงทิศทางการลงทุนในปี 2561 ว่า ทางบริษัทจะเน้นพัฒนาที่ดินในย่านธุรกิจระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี เนื่องจากเป็นที่ดินที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยโครงการของบริษัทฯ หลายๆ โครงการ ก็มองที่ดินแถบพัทยาเหนือ และกลาง เป็นหลัก และยังมีอีกบางส่วนในจังหวัดระยอง เนื่องจากในอนาคต ที่ดินในเมืองหลวงมีจำกัด และส่วนใหญ่จะเป็นโครงการที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง ทำให้เอสเตท กูรู ต้องมองการลงทุนในแถบต่างจังหวัดเป็นหลัก มูลค่าโครงการจะอยู่ที่ประมาณ 100-500 ล้านบาท เพื่อให้ลูกค้าที่เป็นคนในพื้นที่สามารถมีบ้านเป็นของตัวเองได้ในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป

ตามแผนงานในปีนี้ จะเปิด 3 โครงการใหม่ มูลค่าประมาณ 880 ล้านบาท ได้แก่ เฟสต่อเนื่องในโครงการวิสทาวน์ เพชรเกษม 91 จะมีทั้งอาคารพาณิชย์ ราคาเริ่มต้น 3.6 ล้านบาท และทาวน์โฮม ราคาเริ่มต้น 2.6 ล้านบาท ขนาดโครงการบนเนื้อที่ 3 ไร่ จำนวน 31 ยูนิต มูลค่าโครงการ 120 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดจองแล้ว 40% โครงการ โครงการวิสทาวน์ พัทยา-เขาตาโล เป็นโครงการขนาดใหญ่เนื้อที่ 24 ไร่ พัฒนาในรูปแบบทาวน์โฮม จำนวน 242 ยูนิต มีทั้งทาวน์โฮมแบบ 1 และ 2 ชั้น ราคาเริ่มต้น 1.75 ล้านบาท โครงการอยู่ระหว่างการยื่นขอรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ซึ่งวางเป้าปิดการขายภายในสิ้นปี 2563 และโครงการวิสทาวน์ แม่น้ำคู้-ปลวกแดง จังหวัดระยองพัฒนาในรูปแบบบ้านแฝด ราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท และทาวน์โฮม ราคา 9.9 แสนบาท รวม 131 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 160 ล้านบาท คาดเริ่มเปิดขายไตรมาส 3 ปีนี้ และจะสามารถปิดการขายสิ้นปี 61

“ในแต่ละทำเลที่ เอสเตท กูรู เข้าไปเติมโครงการ จะอยู่ในแหล่งงานมีทั้งนิคมอุตสาหกรรม และพนักงานที่ทำงานในบริษัท ซึ่งความต้องการซื้อที่ต้องการอยู่อาศัยมากกว่าจะเลือกลงทุน อย่างเช่น พัทยา โครงการแนวราบมีน้อย ซัปพลายน้อยมาก แต่คอนโดฯ เต็มพัทยาแล้ว จากการสำรวจจะเห็นว่า บ้านมือสองชั้นเดียวขายได้ตลอด ทำให้โปรดักต์ที่เราเปิดจะขายได้ และเป็นที่ต้องการ อีกทั้งลูกค้าที่มาซื้อ จะได้กำไรเรื่องของราคาที่ดิน เนื่องจากผลจากการอีอีซี ทำให้ที่ดินปรับสูงขึ้นจาก 2-3 ล้านบาทต่อไร่ เป็น 6 ล้านบาทต่อไร่ บางแปลงถึง 16 ล้านบาท ส่วนปลวกแดง เรามั่นใจเรื่องราคาที่เรานำเสนอลูกค้า ที่สามารถซื้อได้ง่าย และคุ้มค่ากว่าเช่าอพาร์ตเมนต์ ซึ่งการเช่าจะมีตัวเลขใกล้เคียงกับการผ่อนกับธนาคาร ดังนั้น ลูกค้าจะเร่งให้สร้างเร็ว เพื่อไม่ต้องการรับภาระผ่อน 2 ทาง”

นายสรวุฒิ กล่าวว่า เรื่องของความเสี่ยงที่ลูกค้าจะถูกปฎิเสธสินเชื่อจากธนาคาพาณิชย์นั้น อาจจะมีบ้าง แต่เกิดจากทางธนาคาร แต่สัดส่วนไม่ถึง 10% โดยจะให้ฝ่ายขายปรึกษากับลูกค้าตลอดเวลา และที่สำคัญ ทางเอสเตท กูรู ได้ปิดจุดความเสี่ยง โดยการพัฒนาโครงการจะมุ่งทำเลที่มีกลุ่มลูกค้าที่ทำงาน มีสลิปเงินเดือน เราจะดูศักยภาพในการขอสินเชื่อของลูกค้ามากกว่าประเด็นเงินดาวน์ ทำให้โอกาสจะทิ้งมีเปอร์เซ็นต์น้อยมาก เพราะเงินที่ผ่อนแม้จะไม่มาก แต่สำหรับกลุ่มนี้ถือเป็นตัวเลขที่สูงแล้ว

สำหรับเป้าหมายในเรื่องการขายปีนี้ วางตัวเลขไว้ 450 ล้านบาท และจะมียอดรับรู้รายได้ในปีนี้ 200 กว่าล้านบาท ส่วนใหญ่จะมาจากโครงการเดิมที่อยู่ระหว่างการขาย เช่น โครงการวิสดอม อนามัยงามเจริญ และโครงการวิสทาวน์ ท่าข้าม-พระราม 2 เป็นต้น

“บริษัทยังมีที่ดินรองรับพัฒนาโครงการอีกประมาณ 28 แปลง ทั้งโซนพระราม 2 กว่า 14 ไร่ บางบอน 4 ไร่ และในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใกล้นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน รวมถึงได้เตรียมงบลงทุนซื้อที่ดินปีนี้ 300 ล้านบาท พิจารณาอยู่หลายแปลง เช่น โซนพุทธมณฑล และรามอินทรา ทั้งนี้ แปลงที่จะเลือกพัฒนาจะขนาดไม่ใหญ่ มีเนื้อที่ 10 กว่าไร่ รองรับได้ 100 กว่ายูนิต มีความคล่องในการปิดการขายได้ตามแผนภายใน 18 เดือน”.

22/5/2561  MGR Online (22 พฤษภาคม 2561)

ผู้สนับสนุน