เผยราคาที่ดินทำเลสุขุมวิท พุ่ง 55% “เคพีเอ็น” จ่อผุดคอนโดฯ ลักชัวรีอิงรถไฟฟ้า

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

คอนโดฯ ระดับลักชัวรีสุขุมวิท ราคาดีดปรับตัวเร็ว ระยะเวลา 3 ปี ราคาสูงถึง 55% Capital Gain กว่า 20% ด้าน “เคพีเอ็น แลนด์” เตรียมนำห้องชุดอีก 10% เปิดขาย มั่นใจปิดการขายโครงการ ชี้การปล่อยเช่าได้ยิวด์ที่ดี

นายระวี ธาตุนิยม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคพีเอ็น แลนด์ จำกัด ผู้นำการพัฒนาคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี กล่าวถึงภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีว่า ตลาดระดับบนยังคงไปได้ เนื่องจากลูกค้ากลุ่มนี้เป็นเรียลดีมานด์ที่มีความต้องการซื้อสูง ไม่ว่าจะซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง ซื้อไว้เพื่อเป็นมรดกส่งต่อให้ลูกหลาน หรือเพื่อการลงทุน ซึ่งจะเห็นได้ว่าราคาคอนโดมิเนียมย่านสุขุมวิทปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากราคาที่ดินในย่านใจกลางเมืองที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เติบโตสูงถึง 55% โดยปัจจุบัน ราคาเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมระดับนี้อยู่ที่ประมาณ 300,000-400,000 บาทต่อตารางเมตร (ตร.ม.) อีกทั้งหากพิจารณาผลตอบแทนจากกำไรในการขาย หรือ (Capital Gain) จะมีไม่ต่ำกว่า 20% และการจะหาที่ดินราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาทต่อตารางวาคงยาก

“โครงการคอนโดฯ ลักชัวรี เดอะ ดิโพลแมท 39 ต้องถือว่าประสบความสำเร็จ โดยราคาได้ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับ 3 ปีที่ผ่านมา กว่า 25% จากราคาขายต่อ ตร.ม. ตอนนั้นเฉลี่ย 3 แสนบาท แต่ปัจจุบันกว่า 3.3 แสนบาทต่อ ตร.ม. โดยปัจจุบันขายไปแล้วกว่า 90% และโครงการแล้วเสร็จพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ให้ลูกบ้านในไตรมาส 3 ปีนี้ โดยมูลค่ารวมโครงการกว่า 3,600 ล้านบาท ทั้งนี้ ทางโครงการเตรียมเปิดขายยูนิตที่เหลืออีก 10% ของจำนวนรวม 156 ยูนิต คาดว่าจะปิดการได้เร็วๆ นี้”

นายระวี กล่าวว่า ตามแผนแล้ว ภายในปลายปีนี้จะมีการเปิดอีก 1 โครงการ โดยจะอยู่ในทำเลของเส้นหลักของรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งทุกครั้งที่เคพีเอ็น แลนด์ จะเปิดโครงการใหม่ จะมีการวิเคราะห์ และจะให้ความสำคัญกับปัจจัยหลัก 4 ข้อ คือ สถานที่ตั้ง, ฟังก์ชัน, การออกแบบ และความคุ้มค่าหรือมูลค่าที่จะต้องเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

นายกฤษณ์ ณรงค์เดช ประธานกลุ่มเคพีเอ็น กล่าวว่า จากการติดตามพบว่า ลูกค้าจำนวนมากในโครงการเดอะ ดิโพลแมท สาทร ได้มาจอง และลงทุนซื้อห้องชุดในโครงการเดอะ ดิโพลแมท 39 เป็นจำนวนมาก ซึ่งลูกค้าชื่นชอบในผลงานของบริษัท รวมถึงผลตอบแทนที่คุ้มค่าในทรัพย์สิน และเรื่องค่าเช่า โดยโครงการนี้ ราคาค่าเช่าอาจจะอยู่ระดับ 1,200-1,300 บาทต่อ ตร.ม.

“การจะพัฒนาโครงการใหม่ จะต้องคำนึงให้มากในเรื่องของอินโนเวชัน เราคิดแล้วคิดอีกถึงความต้องการของลูกค้า และผมดีใจมาก ที่ 3 ปีทำโครงการนี้ออกมาดี ดีกว่าที่คาดไว้ ซึ่งโดยอุปนิสัยแล้ว ผมลงทุนในโครงการอสังหาฯ และงานศิลปะ เพราะมีมูลค่าเพิ่ม โดยห้องชุดที่มีอยู่ สามารถไปเป็นค่าเช่าได้ ปัจจุบัน ตนลงทุนในโครงการที่พัฒนาเอง ต่างจากอดีตที่ไปซื้อของผู้ประกอบการรายอื่น โดยขณะนี้เก็บห้องชุดไว้ในมือกว่า 20 ห้อง ในส่วนของศิลปะ ตนชื่นชอบ เห็นของสวยไม่ได้ต้องซื้อ อย่าลืมนะครับ คนรวยก็ชอบเก็บศิลปะ ครอบครัวผมก็มีงานศิลปะเป็นจำนวนมาก จะว่าไปแล้ว งานศิลปะ ก็เหมือนกับอสังหาฯ ตรงที่โครงการอสังหาฯ เวลาทำหมดแล้วหมดเลย และที่ดินไม่สามารถงอกขึ้นมาได้ งานศิลปะก็เช่นกัน และทั้งสองแบบ สามารถที่จะเรียกราคาได้ แต่มีความไม่เหมือนก็ตรงที่ เมื่อซื้ออสังหาฯ แล้ว ราคาขึ้น ระหว่างทางก็มีเรื่องยิวด์เกิดขึ้น ต่างกับงานศิลปะไม่มียิวด์ระหว่างทาง แต่เอาเป็นว่า เมื่อเวลาผ่านไป ก็มีมูลค่าเพิ่มเช่นกัน ของทุกอย่างไม่หมดสมัย”

1/6/2561  MGR Online (01 มิถุนายน 2561)

ผู้สนับสนุน