ทรูลิงค์ฯ เตรียมการใหญ่! ผุดไซซ์เล็กทั่วกรุงเทพฯ

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

ทรูลิงค์ พร็อพเพอร์ตี้ ปลื้มตลาดโฮมออฟฟิศหรูกับที่พักอาศัย โครงการแรก เดอะ ควอเทียร์ ตอบรับดี เล็งเปิดโครงการใหม่ที่พระราม 3 พร้อมสร้างแบรนด์ใหม่รุกย่านรังสิต ตั้งเป้าปี 63 มีรายได้ 500 ล้านบาท

นายคมสัน วุฒิพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรูลิงค์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากเปิดขายโครงการ เดอะ ควอเทียร์ รัชดา 32 โฮม ออฟฟิศพร้อมส่วนพักอาศัยไฮเอนด์ สูง 6 ชั้น จำนวน 8 หน่วย บนที่ดินประมาณ 1 ไร่ ราคาเริ่มต้นหน่วยละ 28 ล้านบาทขึ้นไป มีลูกค้าสนใจซื้อแล้วประมาณ 25% ถือเป็นสัญญาณการตอบรับที่ดี และขณะนี้ บริษัทวางแฟนเตรียมเปิดตัวโครงการที่ 2 ในคอนเซ็ปต์เดียวกัน รวมถึงใช้แบรนด์เดิมด้วย

สำหรับโครงการใหม่ยังคงให้ความสำคัญกับทำเลที่เป็นวงแหวนธุรกิจในโซน 2 จากศูนย์กลางของเมือง หรือ City Connector แวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและสถานที่สำคัญ เป็นแหล่งที่เหมาะกับการเป็นที่พักอาศัยและทำธุรกิจไปพร้อมกัน เช่นเดียวกับรัชดาภิเษก ทั้งนี้ ทำเลที่เลือกไว้ คือ ย่านพระราม 3 พื้นที่เพียง 1-2 ไร่เท่านั้น ซึ่งการซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาไม่มีปัญหา เนื่องจากโครงการเล็กใช้เนื้อที่ไม่มาก ทำให้สามารถเปิดได้ทั่วกรุงเทพฯ

"จากการศึกษาในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา พบว่า กลุ่มโฮมออฟฟิศเป็นตลาดที่มีการเติบโตทางด้านซัพพลายสูง เป็นแนวคิดการผสมผสานระหว่างการอยู่อาศัยกับสำนักงาน ซึ่งเราถูกใจในไอเดีย แต่พบโครงการส่วนใหญ่ยังไม่สมบูรณ์พอ เช่น ที่จอดรถไม่เพียงพอ คุณภาพยังไม่ดี ฟังก์ชันใช้งานไม่ครบ จึงกลายเป็นช่องว่างที่เรามองเห็นว่า สามารถทำโครงการที่ตอบโจทย์และพัฒนาได้มากกว่าโปรดักต์ที่เห็นทั่วไป โดยเฉพาะในระดับลักชัวรี"

นอกจากนี้ มีแผนจะเปิดแบรนด์ใหม่ 1 แบรนด์ เป็นโครงการที่อยู่อาศัยบนเนื้อที่ใหญ่ขึ้น ประมาณ 3 ไร่ขึ้นไป รูปแบบแนวราบ เจาะพื้นที่โซนที่ 3 ของเมือง เช่น รังสิต ที่เป็นชุมชนที่อยู่อาศัย เป็นคนในพื้นที่ที่อยากมีบ้าน แต่ยังอยากอยู่ในพื้นที่เดิม โดยในพื้นที่ไม่ค่อยมีซัพพลายรองรับ จึงมองเห็นโอกาส ฉะนั้นจะเปิดโครงการที่รูปแบบกับราคาไปด้วยกันได้

นายคมสัน ระบุว่า ตั้งเป้าเปิดให้ได้ปีละ 2 โครงการ โดยในปี 2561-2562 จะมีรายได้จาก เดอะ ควอเทียร์ รัชดา 32 มูลค่า 250 ล้านบาท ถัดมาปี 2562-2563 จะมีรายได้จากโครงการ เดอะ ควอเทียร์ พระราม 3 กับแบรนด์ใหม่ที่จะเกิดขึ้น รวมมูลค่า 500 ล้านบาท และอนาคตจะต้องมีการเติบโตขึ้นอีก โดยเฉพาะในช่วง 5 ปีแรก ที่จะเตรียมพร้อมเพื่อนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ

"ผมเคยมีประสบการณ์ซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนทั้งคอนโดมิเนียมและที่ดิน รวมถึงการร่วมทุนกับกลุ่มบิ๊กเกอร์แลนด์ มินิแฟคตอรี่ ประกอบธุรกิจอสังหาฯ ที่รองรับกลุ่มลูกค้าใหม่ คือ พัฒนาคลังสินค้าดีไซน์ใหม่ที่เป็นทั้งสำนักงาน โรงงาน และที่พักอาศัยในที่เดียวกัน ทำให้เห็นถึงช่องว่างในอนาคต จึงร่วมทุนกับเพื่อนเปิดบริษัท ทรูลิงค์ พร็อพเพอร์ตี้ฯ ประกอบธุรกิจโดยจับกลุ่มตลาดเฉพาะและมีขนาดโครงการไม่ใหญ่นัก" นายคมสัน กล่าว

10/6/2561  ฐานเศรษฐกิจ (10 มิถุนายน 2561)

ผู้สนับสนุน