ท็อป 5 ทาวน์เฮาส์-คอนโดฯ ทำเล “เรดโอเชี่ยน”

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

เก็บตกจากรายงานผลสำรวจตลาดที่อยู่อาศัยเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ณ ครึ่งปีหลัง 2560 ของ “REIC-ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์” มีประเด็นใกล้ตัวที่น่าสนใจ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดอันดับท็อป 5 หน่วยเหลือขายเยอะที่สุดหรืออีกนัยหนึ่ง เป็นทำเลแดงเดือด (red ocean) ทางการตลาด มีซัพพลาย-ดีมานด์ที่ไม่สมดุล

ทั้งนี้ จุดร่วมของโครงการแนวราบคือหน่วยเหลือขายเยอะที่สุด สินค้าทาวน์เฮาส์กวาดเรียบทั้ง 5 อันดับ โดยระบุด้วยว่าเป็นกลุ่มราคา 2-3 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม เมื่อนำมูลค่าเหลือขาย หารด้วยจำนวนหน่วย เพื่อหาค่าเฉลี่ยราคาในทำเล พบว่า ราคาแพงสุดในท็อป 5 เป็นของเขตกรุงเทพฯ โซนมีนบุรี หนองจอก คลองสามวา ลาดกระบัง ที่มีราคาเฉลี่ย 4.27 ล้านบาทรองลงมาคือนนทบุรี โซนบางกรวย บางใหญ่ บางบัวทอง ไทรน้อย ค่าเฉลี่ย 3.84 ล้านบาท, สมุทรปราการ เฉลี่ย 3.55 ล้านบาท, ปทุมธานี โซนลำลูกกา คลองหลวง ธัญบุรี หนองเสือ เฉลี่ย 3.34 ล้านบาท

อันดับ 5 สมุทรสาคร ราคาเฉลี่ยทาวน์เฮาส์อยู่ที่ 3.29 ล้านบาทสินค้าคอนโดมิเนียม เซ็กเมนต์เหลือขายเยอะสุดมีตั้งแต่ต่ำล้านไปจนถึง 5 ล้านบาท เมื่อเจาะลึกลงไปจะเห็นว่าค่าเฉลี่ยของทำเลอยู่ที่ 2.05-3.8 ล้านบาท

ข้อมูลที่สะดุดตาน่าจะเป็นทำเลกรุงเทพฯ อย่าง “ห้วยขวาง-จตุจักร-ดินแดง” หองชุดแบบ 1 ห้องนอน กลุ่มราคา 3-5 ล้านบาท หารค่าเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 3.08 ล้านบาท

ในขณะที่ราคาต่ำล้านในโซนปทุม ที่นำเสนอได้เพียงแค่ห้องชุดสตูดิโอ ไม่ได้กั้นเป็น 1 ห้องนอน พบว่า ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 1.07 ล้านบาท

นั่นคือผลกระทบจากราคาที่ดินแพงในยุคปัจจุบัน ดันราคาคอนโดฯ 2-3 ล้านไกลออกจากในเมือง หรือแม้แต่ในเขตกรุงเทพฯ คอนโดฯ 1 ห้องนอนราคาตอนนี้เฉลี่ยเกือบ 4 ล้านบาทเข้าไปแล้ว

และแม้ดีเวลอปเปอร์กัดฟันนำเสนอห้องชุด 1 ล้านบวกลบในโซนปทุมธานี โฟกัสชัด ๆ ก็คือย่านรังสิต คลอง 1 ถึงคลอง 6 แต่กำลังซื้อก็ยังเอื้อมไม่ถึงอยู่ดี

ทั้งนี้ทั้งนั้น แม้ว่า “ยอดขายโครงการ” เป็นโจทย์ของผู้ประกอบการ แต่ “กำลังซื้อ” ก็เป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาล คสช.ที่ต้องเร่งรีบหาทางแก้ไข ถ้าหากต้องการอยู่บริหารประเทศต่อไปหลังการเลือกตั้งที่กำหนดจัดให้มีขึ้นภายในต้นปี 2562

8/6/2561  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ (08 มิถุนายน 2561)

ผู้สนับสนุน