ทีซีซีฯ โชว์โปรเจกต์มิกซ์ยูสพระราม 4 เปิดตัวดีไซน์ “เดอะ ปาร์ค” 2 หมื่นล้าน

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

ทีซีซี แอสเซ็ทฯ เครื่องร้อน กับการันแผนพัฒนามิกซ์ยูสบนถนนพระราม 4 ล่าสุด เปิดตัวดีไซน์ “เดอะ ปาร์ค” มูลค่า 2 หมื่นล้าน คาดเฟสแรกก่อสร้างแล้วเสร็จ และเปิดบริการต้นปี 2563 ทั้งอาคารสำนักงานเกรดเอ รวมถึงพื้นที่ค้าปลีกที่ชูคอนเซ็ปต์ ใส่ใจสุขภาพ ยันรูปแบบ และร้านค้าจะต่างกับมิกซ์ยูส สามย่านมิตรทาวน์

นางซู หลิน ซูน ประธานกรรมการเจ้าหน้าที่บริหารโครงการ The PARQ ซึ่งเป็นโครงการที่บริษัท ทีซีซี แอสเซ็ท (ประเทศไทย) จำกัด ลงทุนและพัฒนาโครงการในรูปแบบมิกซ์ยูส กล่าวว่า ขณะนี้การก่อสร้างโครงการรุดหน้าไปอย่างต่อเนื่องตามแผน โดยคาดว่าในเฟสแรกจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2562 และเปิดให้บริการภายในต้นปี 2563 ซึ่งทั้งโครงการจะมีมูลค่ารวม 20,000 ล้านบาท โดยแบ่งพัฒนาเป็น 2 เฟส ในเฟสแรกจะเป็นส่วนของพื้นที่สำนักงานเกรดเอ “The PARQ Workplace” พื้นที่ขาย 60,000 ตารางเมตร (ตร.ม.) และพื้นที่ร้านค้าปลีกระดับพรีเมียม “The PARQuet Life” แหล่งรวมร้านค้าปลีก ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เกต และศูนย์อาหาร บนพื้นที่ 12,000 ตร.ม. ภายใต้แนวคิด “Eat Well and Shop Well” ซูเปอร์มาร์เกตภายในโครงการ จะมุ่งเน้นการจำหน่ายผลิตภัณฑ์และอาหารปลอดสารพิษ อาหารเพื่อสุขภาพ รวมถึงอาหารมังสวิรัติที่หลากหลายกว่าซูปเปอร์มาร์เกตทั่วไป ขณะที่ศูนย์อาหารจะเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคด้วยอาหารโซเดียมต่ำ ใช้น้ำตาลและน้ำมันในปริมาณที่น้อยกว่าอาหารปกติ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้ามาทำงานและใช้บริการที่เดอะ ปาร์ค ถึง 15,000 คน และมีผู้ที่อยู่โดยรอบ และภายในศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ อีกราว 85,000 คน พื้นที่แห่งนี้จึงมีศักยภาพสูงที่จะเติบโต และสร้างความสมบูรณ์แบบให้แก่ เดอะ ปาร์ค ได้เป็นอย่างดี รวมแล้วมูลค่าลงทุนในเฟสแรกระดับตัวเลข 8,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 40% ของมูลค่าทั้งโครงการ

“เรามองว่า โครงการเดอะ ปาร์ค จะมีเพิ่มศักยภาพให้กับบนถนนรัชดาภิเษกได้มากขึ้น ขณะที่ทำเลพระราม 4 จะมีการเติบโตค่อนข้างมาก ซึ่งตัวโครงการจะมีการออกแบบให้สอดคล้องกับชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพฯ ออกแบบผ่านแนวคิด Biophilic Design ของโครงการ จะให้ความสำคัญกับพื้นที่อาคารและสถาปัตยกรรมที่สอดคล้องกับธรรมชาติ ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพ และประสิทธิภาพของมนุษย์ เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิต ซึ่งโครงการนี้จะมีความต่างกับโครงการสามย่านมิตรทาวน์ (โครงการมิกซ์ยูสของบริษัท แผ่นดินทองฯ บริษัทในกลุ่มทีซีซีฯ” ซึ่งผู้เช่าจะต้องมีแนวคิดกับเรื่องสุขภาพ เรื่องการบริการ ที่จะต้องสอดคล้องกับแนวทางของโครงการ อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของการลงทุนเพิ่มเติมนั้น เราต้องดูจังหวะ ถ้าทุกอย่างเอื้ออำนวย ซึ่งเรากำลังมองๆ อยู่ จะลงทุนอะไรเพิ่มเติม”

ล่าสุดเมื่อเร็วๆนี้ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือโกลเด้นแลนด์ ธุรกิจอสังหาฯ ในกลุ่มของทีซีซีฯ ได้เปิดตัว Big C FoodPlace แพลตฟอร์มใหม่ครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์แบบของสามย่านมิตรทาวน์ ที่ตั้งเป้าจะเป็น “คลังแห่งอาหาร และการเรียนรู้ (Urban Life Library)” สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมือง ซึ่งมีเทรนด์ที่สนใจการทำอาหาร และรับประทานอาหารในรูปแบบของตัวเอง ให้สามารถมีทางเลือกอย่างครบครัน และสะดวกด้วยดิจิตอลเทคโนโลยีใหม่จากบิ๊กซี

นอกจากนี้ การที่ Big C FoodPlace ตั้งอยู่โซนพื้นที่ค้าปลีก 24 ชม. (24hrs Retail) ซึ่งเป็นโซนที่เปิดให้บริการ 24 ชม. ของโครงการ จะช่วยตอบโจทย์ผู้ใช้งานทั้งส่วนอาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม และโรงแรม กว่า 7,000 คน เมื่อมีอัตราการเช่าเต็มพื้นที่ รวมทั้งรองรับลูกค้าจากภายนอกที่มาใช้บริการ ซึ่งคาดว่าจะมียอดผู้ใช้กว่า 25,000 คนต่อวันได้อย่างเต็มที่

สำหรับโครงการสามย่านมิตรทาวน์ เป็นโครงการมิกซ์ยูส ที่พัฒนาบนเนื้อที่กว่า 13 ไร่ มูลค่าโครงการรวม 8,500 ล้านบาท พื้นที่ก่อสร้างรวม 220,000 ตร.ม. ซึ่งเช่าจากจุฬา ระยะเวลา 30 ปี.

14/6/2561  MGR Online (14 มิถุนายน 2561)

ผู้สนับสนุน