เปิดพอร์ตมิกซ์ยูส "วัน ออริจิ้น" ปักหมุด23โปรเจ็กต์แนวรถไฟฟ้า-สมรภูมิอีอีซี

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

การปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจของ “บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)” ที่ดิ้นหนีตลาดเรดโอเชียน ในธุรกิจคอนโดมิเนียมและที่พักอาศัยแนวราบ ที่มีการแข่งขันสูง ไปสู่ตลาดบลู โอเชียน ด้วยการเปิดแนวรุกใหม่ ขยายการลงทุนสู่มิกซ์ยูส ภายใต้ “บริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด” มูลค่าการลงทุน 2 หมื่นล้านบาทในช่วง 5 ปีนี้ ทั้งมองถึงการนำ วัน ออริจิ้น เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯในอนาคต อ่านได้จากสัมภาษณ์ นางกมลวรรณ วิปุลากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด ในเครือบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)

การลงทุนช่วงปี 2561-2565 ของวัน ออริจิ้น รวมมูลค่า 2.4 หมื่นล้านบาท จะเป็นการลงทุนมิกซ์ยูส ที่ประกอบไปด้วย 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1. โรงแรม, เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ คิดเป็นสัดส่วน 70% 2. ธุรกิจอาคารสำนักงานและร้านค้าให้เช่า 20% และ 3. ธุรกิจอาหาร 10%

สัดส่วนการลงทุนที่เกิดขึ้น เป็นเพราะเราต้องการสร้างโปรดักต์ ที่มีความโดดเด่น เป็นหัวใจสำคัญ ควบคู่ไปกับเล็งเห็นการเติบโตของดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น จากการเติบโตของการท่องเที่ยวไทย และพฤติกรรมด้านไลฟ์สไตล์ของคนไทยที่เปลี่ยนไป ทำ ให้การลงทุนและการดำเนินธุรกิจของวัน ออริจิ้น จึงโฟกัส ด้านฮอสพิทาลิตี เป็นหลัก

โปรเจ็กต์ต่างๆ เราเน้นเรื่อง ของโลเกชันเป็นสำคัญ โดยในกรุงเทพฯจะอยู่ตามแนวรถไฟฟ้า ส่วนการลงทุนในต่างจังหวัดจะเน้นพื้นที่โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความโดดเด่น จากการที่รัฐบาลสนับสนุนให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่เป็นเมืองใหม่และการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ถูกปรับเปลี่ยนไปตามโลกที่เปลี่ยนไป แตกต่างจากความเป็นอีสเทิร์นซีบอร์ดอย่างที่ผ่านมา และยังมองถึงแผนการขยายการลงทุนไปยังเมืองท่องเที่ยวหลักของไทย

จ่อ23โปรเจ็กต์ค่า2.4หมื่นล. แผนการลงทุนที่อยู่ระหว่างการพัฒนาขณะนี้มี 13 โครงการ มูลค่าการลงทุน 1.12 หมื่นล้านบาท เป็นการลงทุนโรงแรม, เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ 9 โครงการ ได้แก่ สเตย์บริดจ์ สวีท แบ็งค็อก ทองหล่อ, One 24 กรุงเทพฯ, One พร้อมพงษ์, One สุขุมวิท, ฮอลิเดย์ อินน์ แอนด์ สวีท ศรีราชา แหลมฉบัง, สเตย์บริดจ์ สวีท ชลบุรี ศรีราชา, One มาบตาพุด-อู่ตะเภา (โรงแรมระดับ 3 ดาว), One มาบตาพุด-อู่ตะเภา (เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ 4-5 ดาว), คราวน์ เซอร์วิส อพาร์ท เม้นท์ มาบตาพุด-อู่ตะเภา (3 ดาว) อีก 4 แห่ง ลงทุนในธุรกิจอาคารสำนักงานและร้านค้าให้เช่า ได้แก่ One พญาไท, Portobello Mall ศรีราชา, One ทองหล่อ และ Portobello Mall ระยอง

นอกจากนี้ยังมีอีก 10 โครงการ ที่มีศักยภาพในการลงทุนที่จะเกิดขึ้นได้อีก ได้แก่ เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ที่ถ.บางนา, ทองหล่อ-เอกมัย โฮเทลส์, อาคารสำนักงานและร้านค้าให้เช่า บริเวณ ทองหล่อ, โรงแรมในย่านซีบีดี ถ.สุขุมวิท, อาคารสำนักงานและร้านค้าให้เช่า ย่านบางนา, One ระยอง ซิตี้ โฮเทลส์ (4-5 ดาว) รวมถึงโรงแรมในเมืองท่องเที่ยว อย่าง พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ และการลงทุนเชนร้านอาหาร มูลค่าราว 1.36 หมื่นล้านบาท

ซินเนอร์ยีกับออริจิ้นเสริมธุรกิจทั้งนี้การลงทุนบางโครงการของวัน ออริจิ้น ก็อาจอยู่ด้วยกันกับโครงการลงทุนของบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เช่น One พญาไท หรือบางโครง การก็อยู่ใกล้กัน เช่น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ มีโครงการ Park 24 ใกล้กันเราก็มีโครงการ One 24 หรือในทำเลทองหล่อ เรามีสเตย์บริดจ์ สวีท แบ็งค็อก ทองหล่อ เดินถัดไปอีก 500 เมตร ก็เป็นโครงการ Park ทองหล่อของออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เป็นต้น

“เรามองว่าธุรกิจของ วัน ออริจิ้น จะไม่ใช่พึ่งพา ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ แต่เป็นการซินเนอร์ยี เพื่อเสริมกัน” ส่วนเงินลงทุน บางโครงการก็มาจากออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ บางโครงการก็เป็น การร่วมลงทุนระหว่างออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ กับบริษัท โนมูระ เรียลเอสเตท ดีเวลล็อปเมนท์ จำกัด ทั้ง วัน ออริจิ้นเอง ภายใน 5 ปีนี้ ก็มีแผนจะนำบางโครงการไปจัดตั้งทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) รวมถึงการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลัก ทรัพย์แห่งประเทศไทยในอนาคต เพื่อเพิ่มโอกาสในการระดมทุนเพิ่มเติม อันจะเป็นผลดีต่อการขยายธุรกิจในระยะยาว

มุ่งเป้าท็อปไฟว์ผู้นำมิกซ์ยูส เบื้องต้นคาดว่าใน 5 ปี จะมีการพัฒนาโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์เกิดขึ้นกว่า 4 พันห้อง ไม่น้อยกว่า 15 แห่ง จำนวนห้องพักในแต่ละแห่ง จะอยู่ที่ระหว่าง 150-300 ห้อง ซึ่งจะใช้เชนจากต่างประเทศเข้ามาบริหารโรงแรม อาทิ เชนอินเตอร์คอนติเนนตัล (IHG) ส่วนของอาคารสำนักงานและร้านค้า ที่เกิดขึ้นจะมีพื้นที่รวมไม่น้อยกว่า 5 หมื่นตารางเมตร รูปแบบการพัฒนามีทั้งมิกซ์ยูส และการพัฒนาแบบสแตนด์อะโลน ขึ้นอยู่กับศักยภาพของทำเลและที่ดินแต่ละแปลง

ความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจนอกจากเรื่องของโลเกชัน และโปรดักต์ที่ตอบโจทย์ เรื่องของพันธมิตรทางธุรกิจก็เป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะในธุรกิจโรงแรม เราจึงเลือกที่จะคุยกับแบรนด์โรงแรมต่างๆ เพื่อดึงเข้ามา บริหารโรงแรมและเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งที่ปิดดีลไปแล้ว ก็อย่างเชน IHG ที่นำแบรนด์สเตย์บริดจ์ เข้ามาเปิดตลาดในไทยเป็นครั้งแรก แบรนด์ฮอลิเดย์ อินน์ เข้ามาบริหารโรงแรมระดับ 4 ดาว แบรนด์ฮอลิเดย์ อินน์ เอ็กซ์เพรส มาบริหารโรงแรม 3 ดาวที่เรากำลังลงทุนอยู่

รวมถึงยังตั้งเป้าว่าทรัพย์สินจากการลงทุนจะช่วยสร้าง Market Value ให้ราว 3 หมื่นล้านบาท สร้างยอดขายรวมช่วง 5 ปีนี้ ราว 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งจากทิศ ทางการลงทุนและเป้าหมาย การดำเนินธุรกิจนี้ จะทำให้เราบรรลุเป้าหมายการเป็นท็อปไฟว์ในธุรกิจโรงแรมและมิกซ์ยูสในด้านฮอสพิทาลิตี

5/9/2561  ฐานเศรษฐกิจ (5 กันยายน 2561)

ผู้สนับสนุน