ทางรถไฟอ่าวไทย-อันดามัน หนุนระนองฮับขนส่งกลุ่มเอเชียใต้

Transportation News / ข่าวหมวดระบบขนส่ง

การประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ครั้งที่ 6/2561 (ครม.สัญจร) ที่จังหวัดชุมพร เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2561 ที่ประชุมได้รับฟังข้อเสนอแนะของภาคเอกชน สภาเกษตรกร ในเรื่องที่ต้องดำเนินการเกี่ยวกับศักยภาพของ 11 จังหวัดภาคใต้ ทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออก เรื่องหนึ่งที่มีการเสนอและผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง คือ การก่อสร้างเส้นทางรถไฟจากชุมพรมายังท่าเรือนํ้าลึกจังหวัดระนอง เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางการขนส่งระหว่างฝั่งอ่าวไทยกับอันดามัน นายนิตย์ อุ่ยเต็กเค่ง อดีตประธานหอการค้าจังหวัดระนอง แกนนำภาคเอกชนในพื้นที่ที่ผลักดันเรื่องนี้ ให้สัมภาษณ์ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงประโยชน์จากโครงการนี้

เอกชนหนุนทำรถไฟชุมพร-ระนอง

จากการที่คณะรัฐมนตรี เห็นชอบในการให้ดำเนินการศึกษาเพื่อก่อสร้างเส้นทางรถไฟจากชุมพรมายังท่าเรือนํ้าลึก จังหวัดระนอง เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางการขนส่งระหว่างฝั่งอ่าวไทยกับอันดามัน ย่นระยะการขนส่งสินค้าสู่ 2 ฝั่งมหาสมุทรนั้น ทางภาคเอกชนจังหวัดระนองสนับสนุนอย่างเต็มที่ในดำเนินการก่อสร้างเส้นทางรถไฟจากจังหวัดชุมพรมายังท่าเรือระนอง ซึ่งจะเป็นระบบรางสำคัญในการเชื่อมโยงโครงข่ายระบบการขนส่งทางเรือจากอ่าวไทยมายังอันดามันที่พยายามมีการผลักดันมานาน

ที่ผ่านมาทางภาคเอกชนจังหวัดระนองกำลังหาช่องทางที่จะผลักดันท่าเรือระนองให้เป็นท่าเรือสำคัญ ในการรองรับแผนการพัฒนาเส้นทางการค้าจากโฮจิมินห์-กัมพูชา-กรุงเทพฯ-เชนไน ซึ่งเป็นเส้นทางเศรษฐกิจการค้าเส้นทางใหม่อีกเส้นทางหนึ่ง เกิดขึ้นจากโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศลุ่มนํ้าโขงกับญี่ปุ่นด้านเศรษฐกิจ ภายใต้ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจระหว่างประเทศของญี่ปุ่นที่ต้องการให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจของเอเชีย ด้วยวิธีการกระตุ้นด้านความต้องการ (Demand Side) ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค

“ที่ผ่านมาทราบว่าทางญี่ปุ่นได้ว่าจ้างบริษัท MITSUI ให้ทำการศึกษาวิจัยเรื่อง Study on Development of Andaman Sea Gate Port In Kingdom Thailand ภายใต้โครงการ Study on Private-Initiative Infrastructure project in Developing Counties ซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจากเจโทร(JETRO) เพื่อทำการศึกษาบนพื้นฐานของโครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลภาคใต้ ซึ่งผลการศึกษาสรุปได้ว่า ให้ขยายขีดความสามารถท่าเรือระนอง เพื่อให้มีการใช้ประโยชน์จากท่าเรือดังกล่าวในการขนส่งสินค้าไปเมืองเชนไน ประเทศอินเดีย เพราะว่าในอนาคตเส้นทางการเดินเรือจะเปลี่ยนไป หากมีการขยายช่องแคบปานามาให้สามารถรองรับเรือคอนเทนเนอร์ขนาด 12,000 TEU ซึ่งคาดว่าหากแล้วเสร็จ จะส่งผลให้รูปแบบการขนส่งสินค้าทางทะเลจากตะวันออกไกลไปยังอเมริกาฝั่งตะวันออกเปลี่ยนไป โดยการขนส่งสินค้าไปยังยุโรปผ่านประเทศสิงคโปร์จะน้อยลง และสิงคโปร์จะสูญเสียบทบาทความเป็นฮับ โดยฮับจะย้ายไปอยู่ในเอเชียใต้แทน”

ท่าเรือระนองฮับเอเชียใต้

นายนิตย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลสรุปจากบริษัท MITSUI ที่ได้สำรวจท่าเรือระนอง, กระบี่, เมาะละแหม่ง และทวาย พบว่าท่าเรือระนองมีต้นทุนตํ่าที่สุด สามารถรองรับเรือขนาด 12,000 ตัน ที่นํ้าลึก 8 เมตร แต่ไม่สามารถรองรับเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ได้ และเห็นว่าท่าเรือระนองของไทยจะมีบทบาทเป็นฮับเล็กๆหรือท่าเรือฟรีดอม (Freedom) ส่งสินค้าไปเอเชียใต้ ซึ่งเป็นฮับใหญ่

“แม้ว่าจากผลการศึกษาจะพบข้อเสีย คือ เส้นทางเชื่อมระนอง-ชุมพร มีความคดเคี้ยวทำให้การขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ที่มีขนาดยาวทำได้ลำบาก แต่หากทุกฝ่ายเข้ามาดำเนินการพัฒนาอย่างจริงจัง ปัญหาดังกล่าวน่าจะแก้ไขได้ โดยเฉพาะหากมีการเกิดขึ้นจริงของระบบราง ซึ่งที่ผ่านมาทางหอการค้า และภาคอุตสาหกรรมในจังหวัดได้พยายามผลักดันเรื่องนี้ผ่านผู้แทนหอการค้าไทย ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้แทนกรมทางหลวง รวมถึงผู้แทนกรมการค้าฯ ซึ่งทุกฝ่ายเห็นด้วย โดยเฉพาะประเด็นการพัฒนาท่าเรือระนอง เพื่อเป็นช่องทางการขนส่งสินค้าไปยังอินเดีย ซึ่งทางภาคเอกชนจังหวัดระนองทุกภาคส่วนจะร่วมเดินหน้าผลักดันเรื่องนี้ต่อไป”

ระนองมีทำเลที่ตั้งเป็นประตูสู่ทะเลอันดามัน และมหา สมุทรอินเดีย สามารถใช้เป็นจุดเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างทะเลฝั่งตะวันตก (อันดามัน) กับทะเลฝั่งตะวันออก (อ่าวไทย) เพราะมีระยะถึงกันสั้นที่สุด จึงเหมาะแก่การขนถ่ายสินค้าระหว่าง 2 ฝั่ง และขนถ่ายไปยังประเทศริมฝั่งทะเลอันดามันและมหาสมุทรอินเดีย

นอกจากนี้ท่าเรือระนอง ถือเป็นจุดใกล้ที่สุดในการขนส่งสินค้าจากภาคกลางไปยังกลุ่มประเทศ BIMSTEC โดยไม่ต้องอ้อมแหลมมลายูผ่านช่องแคบมะละกา ช่วยร่นระยะเวลา-ระยะทางในการเดินเรือสินค้าไปยังประเทศในแถบฝั่งอันดามันหรือมหาสมุทรอินเดียลงประมาณ 3 เท่าตัว

ศักยภาพในการรองรับสินค้าของท่าเรือระนอง ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่ดีสำหรับการเชื่อมโยงระบบการค้ากับประเทศในเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง ยุโรป ปัจจุบันท่าเรือระนองสามารถรองรับเรือสินค้าขนาดไม่เกิน 12,000 เดตเวตตัน มีเครื่องมือทุ่นแรงที่สำคัญคือ ปั้นจั่นหน้าท่าล้อยางขับเคลื่อนด้วยตนเอง (Mobile Harbour Crane) นํ้าหนักยกไม่น้อยกว่า 63 เมตริกตัน 1 คัน ปั้นจั่นขนาด 50 ตัน 1 คัน รถยกตู้สินค้าหนัก 40 ตัน จำนวน 1 คัน รถยกตู้สินค้าเปล่า 7 ตัน จำนวน 1 คัน รถยกขนาด 10 ตัน 1 คัน ขนาด 3.5 ตัน 2 คัน และขนาด 2.5 ตัน 2 คัน รถยนต์หัวลากจำนวน 4 คัน และหางลากพ่วงตู้สินค้า 4 คัน

ที่ผ่านมา ท่าเรือระนองได้ปรับกลยุทธ์เพิ่มบทบาทกิจกรรมการให้บริการเรือ ซึ่งเป็นกิจกรรมการรับมอบ เก็บรักษา ส่งมอบ วัสดุ อุปกรณ์สำรวจและขุดเจาะ ท่อก๊าซ นํ้ามันดีเซล นํ้าจืด ปูนซีเมนต์ผง เวชภัณฑ์ อาหาร ฯลฯ เนื่องจากรัฐบาลเมียนมาได้ให้สัมปทานบริษัทข้ามชาติเข้าไปขุดเจาะก๊าซธรรมชาติในอ่าวเมาะตะมะ

11/9/2561  ฐานเศรษฐกิจ (11 กันยายน 2561)

ผู้สนับสนุน