
แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังไม่ฟื้นตัว แต่ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ยังคงเปิดเกมรุกต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดโครงการใหม่ บางนา-เทพารักษ์ 2 รองรับกำลังซื้อโซนตะวันออก พื้นที่รอยต่อระหว่างกรุงเทพฯและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)
ชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการลลิล ทาวน์ เพรสทีจ บางนา-เทพารักษ์ 2 มีพื้นที่ 34 ไร่ จำนวน 305 ยูนิต พัฒนาเป็นบ้านเดี่ยว 42 ยูนิต บ้านแฝด 42 ยูนิต เริ่มต้น 4-8 ล้านบาท และทาวน์โฮม 221 ยูนิต เริ่มต้น 2-4 ล้านบาท มีมูลค่าโครงการ 1,200 ล้านบาท เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไตรมาส 2/2569 และจะมีพรีเซลบ้านเฟสแรก 25 ยูนิต
เป็นโครงการที่ 2 บนทำเลเดิม เพราะเห็นการเติบโต โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานทั้งรถไฟฟ้าสายสีเขียว สายสีเหลือง และโมโนเรลที่จะมาในอนาคต รวมถึงถนน ทางด่วน ถนนวงแหวน ยังได้รับแรงหนุนจากสนามบินสุวรรณภูมิ ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ อาคารสำนักงาน และการเชื่อมโยงกับพื้นที่อีอีซี ส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เป็นทำเลมีศักยภาพทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุน
ชูรัชฏ์ อัพเดตยอดขายว่า แม้เกิดวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 ที่ผ่านมา ลลิลมียอดพรีเซลโดยรวมแล้วกว่า 1,500 ล้านบาท จากเป้าที่ประกาศไปเมื่อต้นปีที่ 4,200 ล้านบาท ซึ่งการดำเนินธุรกิจต่อจากนี้คงต้องดูในหลายปัจจัยและจะต้องมีการปรับตัวต่อไปอย่างไร ถึงแม้ว่าช่วงงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 49 ที่ผ่านมาจะดูเงียบกว่าครั้งก่อนเล็กน้อย จากภาวะ Oil Shock ทำให้คนไม่เลือกที่จะเข้ามาดูหรือซื้อบ้านในงานที่จัดใจกลางเมือง แต่ผลกระทบโดยตรงยังไม่เห็นชัดเจน ซึ่งราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น 6 บาทต่อลิตร เพิ่งเกิดขึ้นภายในไม่กี่วัน
ด้าน ไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ กล่าวเสริมว่า ภาพรวมไตรมาสแรกที่กำลังซื้อหนืด อาจต้องใช้เวลาสักพักในการติดตามสถานการณ์ แต่ผู้ประกอบการก็ต้องต่อสู้ต่อไปในภาวะเช่นนี้ โดยหลังจากการเปิดฉากปะทะเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ลลิลได้มีการล็อกต้นทุนการก่อสร้างไว้ต่อเนื่อง 3-6 เดือน ประกอบกับยังมีสต๊อกเดิมเพียงพอขายจนถึงสิ้นปีนี้
เราเร่งสั่งซื้อเหล็กตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นเหล็กก็ขึ้นราคากว่า 15% คาดหวังให้สงครามจบเร็ว ไม่ยืดเยื้อและลุกลามไปมากกว่านี้ ไชยยันต์กล่าว
2/4/2569 ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 2 มีนาคม 2569 )