ชงขยายวงเงินกู้ไจก้าเพิ่มหมื่นล้าน ค่ารื้อแบบสายสีแดงไปรังสิต

Transportation News / ข่าวหมวดระบบขนส่ง

คมนาคมเร่งชง ครม.อนุมัติวงเงินก่อสร้าง 1 หมื่นล้าน ค่าปรับแบบสายสีแดง "บางซื่อ-รังสิต" รองรับรถไฟความเร็วสูง เหตุผู้รับเหมาชะลองานก่อสร้างรอความชัดเจนจากแบบใหม่ กระทบไซต์ก่อสร้างผลงานหลุดเป้า "ซิโน-ไทยกับยูนิคฯ" ดีเลย์จากแผนงาน 4-5% "อิตาเลียนไทย" ติดลบร่วม 10% หวั่นงานก่อสร้างเสร็จไม่ทันเปิดบริการต้นปี"60

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมเปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้ได้ข้อสรุปแล้วว่างบประมาณที่จะใช้ก่อสร้างสำหรับการปรับแบบสถานีกลางบางซื่อและโครงสร้างงานโยธาของรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต ระยะทาง 26 กิโลเมตร เพื่อรองรับกับการใช้รางขนาดสแตนดาร์ดเกจ หรือขนาด 1.435 เมตร ที่จะใช้เดินรถไฟความเร็วสูงในอนาคต จะไม่เกิน 10,000 ล้านบาทแยกเป็นวงเงินเพิ่มสัญญาที่ 1 งานก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อและศูนย์ซ่อมบำรุงของกลุ่มกิจการร่วมค้า SU (บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่งฯ และ บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่งฯ) วงเงินเดิม 29,826 ล้านบาท เพิ่มประมาณ 6,700 ล้านบาท โดยเนื้องานเพิ่มชานชาลาจาก 200 เมตร เป็น 600 เมตร ปรับพื้นที่ใช้ประโยชน์ให้ชานชาลารถไฟความเร็วสูงอยู่ชั้น 3 และให้รถไฟใช้รางขนาด 1 เมตรอยู่ชั้น 2 ได้แก่ รถไฟชานเมือง รถไฟทางไกล และรถไฟฟ้าสายสีแดงสัญญาที่ 2 งานโครงสร้างโยธาทางวิ่งและสถานีระหว่างทางของ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ วงเงินก่อสร้างเดิม 21,235 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 3,300 ล้านบาท โดยก่อสร้างเพิ่มรางอีก 1 ราง จาก 3 ราง เป็น 4 ราง เพื่อแยกการใช้รางวิ่งสำหรับรถไฟดีเซลกับรถไฟฟ้าออกจากกัน จากเดิมให้วิ่งร่วมกันได้

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ปัจจุบันโครงการนี้อยู่ระหว่างขออนุมัติจากคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เพื่อขออนุมัติกรอบวงเงิน ก่อนจะเสนอเรื่องมายังกระทรวงคมนาคม เพื่อให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พิจารณา จากนั้นจึงนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติกรอบวงเงินที่เพิ่มขึ้นต่อไป "ตอนนี้วงเงินที่บริษัทที่ปรึกษาและการรถไฟฯประเมินไว้จะไม่ให้เกิน 10,000 ล้านบาท ส่วนวงเงินค่าก่อสร้างจริง ๆ ที่เพิ่มขึ้นต้องรอหลังปรับปรุงรูปแบบก่อสร้างเสร็จแล้ว คาดว่าจะเสนอให้ ครม.อนุมัติได้ภายในปลายปีนี้ เพราะต้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย เนื่องเป็นเงินกู้จากองค์การเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น หรือไจก้า จะต้องขออนุมัติจาก ครม.ในการขยายกรอบวงเงินกู้เพิ่ม" แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ขณะนี้ผู้รับเหมาก่อสร้างทั้ง 2 สัญญาได้เดินหน้าก่อสร้างโครงการในส่วนที่สามารถเข้าพื้นที่ก่อสร้างได้ เนื่องจากบางส่วนจะต้องรอความชัดเจนเรื่องรูปแบบก่อสร้างปรับใหม่ โดยเฉพาะงานก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อ ทางผู้รับเหมาจะต้องออกแบบรายละเอียดเพิ่ม

สำหรับความคืบหน้าการก่อสร้างโดยภาพรวมของโครงการนับจากวันที่ 4 มีนาคม 2556 อยู่ที่ 2-3% ถือว่าล่าช้าจากแผนงานมากพอสมควร โดยสัญญาที่ 1 ล่าช้าจากแผนงาน 4-5% สัญญาที่ 2 ล่าช้าจากแผนงานเกือบ 10% ขณะที่ตามแผนงานการก่อสร้างจะต้องแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม 2560 ติดตามทุกข่าวสารวงการอสังหาริมทรัพย์ ที่ประชาชาติธุรกิจ http://www.prachachat.net/category.php?catid=07

26/11/2556  ประชาชาติธุรกิจ (26 พฤศจิกายน 2556)

ผู้สนับสนุน