ครม.อนุมัติรถไฟกู้กว่า 2 หมื่นล้าน

Transportation News / ข่าวหมวดระบบขนส่ง

นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กู้เงินประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 จำนวน 24,719.45 ล้านบาท แบ่งเป็น

1.แผนการก่อหนี้ใหม่ของรัฐบาลเพื่อให้ รฟท.กู้ต่อ จำนวน 6,924 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการระบบขนส่งมวลชนทางรางในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-รังสิต จำนวน 710.51 ล้านบาท, โครงการก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายตะวันออก ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย จำนวน 3,321.43 ล้านบาท, โครงการปรับปรุงทางรถไฟที่ไม่ปลอดภัย 8 สายทาง จำนวน 2,892.06 ล้านบาท 2.แผนการก่อหนี้ใหม่ของ รฟท. จำนวน 2,806.17 ล้านบาท ประกอบด้วย 2.1 แผนเงินกู้เพื่อการลงทุนในโครงการ (หนี้ในประเทศ) จำนวน 2,006.17 ล้านบาท คือ 1) โครงการจัดหารถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า 308 คัน จำนวน 106 ล้านบาท 2) โครงการจัดหารถจักรดีเซลไฟฟ้า 50 คัน จำนวน 885 ล้านบาท 3) โครงการซ่อมบูรณะรถจักรดีเซลไฟฟ้าอัลสตอม 56 คัน จำนวน 342.73 ล้านบาท 4) โครงการจัดหารถโดยสารรุ่นใหม่สำหรับเชิงพาณิชย์ 115 คัน จำนวน 672.44 ล้านบาท 2.2 แผนเงินกู้เพื่อดำเนินกิจการทั่วไปและอื่นๆ (หนี้ในประเทศ) จำนวน 800 ล้านบาท โดยเป็นส่วนของเงินกู้เพื่อบรรเทาการขาดสภาพคล่อง รายการต่ออายุสัญญาเงินกู้ระยะสั้นเพื่อเสริมสภาพคล่องทั้งหมด จำนวน 800 ล้านบาท 3.แผนการปรับโครงสร้างหนี้ จำนวน 14,989.28 ล้านบาท ประกอบด้วยสัญญาเงินกู้ที่จะครบกำหนดชำระในปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 จำนวน 5 สัญญา และพันธบัตร รฟท. จำนวน 8 รายการ

ด้าน นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3 โครงการศึกษาและออกแบบรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ระยะที่1 กรุงเทพฯ-พิษณุโลก เพื่อนำเสนอผลสรุปการศึกษาและการออกแบบโครงการฯ พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะทุกภาคส่วนจากผลการศึกษาแนวเส้นทางโครงการฯ เริ่มต้นจากกรุงเทพฯ ไปสิ้นสุดที่พิษณุโลก ระยะทาง 386 กม. ใช้เขตทางรถไฟเดิมเป็นหลัก โดยเส้นทางช่วงกรุงเทพฯ-พระนครศรีอยุธยา จะทำเป็นโครงสร้างยกระดับประมาณ 61 กม. มีอุโมงค์ 1 จุด ผ่านตัวเมืองลพบุรี นอกนั้นเป็นระดับพื้น วิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 300 กม./ชม. โดยมีความเร็วเฉลี่ยประมาณ 210 กม./ชม. ตลอดแนวเส้นทางผ่าน 8 จังหวัด มี 7 สถานี ประกอบด้วย สถานีบางซื่อ ดอนเมือง อยุธยา ลพบุรี นครสวรรค์ พิจิตร และพิษณุโลก ทั้งนี้ การกำหนดรูปแบบการแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟกับถนน จำนวน 179 แห่ง ซึ่งโครงการดังกล่าวนั้นยังมีแผนในอนาคตจะพัฒนาขยายแนวเส้นทางจากพิษณุโลกไปเชียงใหม่ ระยะทาง 283 กม. รวมระยะทางจากกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ 669 กม.

ส่วนเรื่องผลกระทบจากการพัฒนาโครงการฯ ที่อาจเกิดขึ้นกับแหล่งประวัติศาสตร์และโบราณคดีสำคัญที่ประชาชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีข้อกังวล เช่น สถานีรถไฟบางปะอิน วัดพนัญเชิง วัดเกาะแก้ว วัดกล้วย ฯลฯ โครงการฯ ได้กำหนดให้มีการก่อสร้างด้วยการใช้เสาเข็มเจาะแทนเสาเข็มตอกเพื่อลดแรงสั่นสะเทือน และหากพบหลักฐานทางโบราณคดีใดๆ ในพื้นที่ก่อสร้างจะแจ้งสำนักศิลปากรในพื้นที่ให้ดำเนินการตรวจสอบทันที พร้อมตั้งงบประมาณพิเศษเพื่อดูแลรักษาโบราณสถานหากได้รับความเสียหาย และปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างที่อาจกีดขวางทางระบายน้ำ ได้ออกแบบเป็นโครงสร้างทางรถไฟยกระดับตั้งแต่กรุงเทพฯ-อยุธยา (สถานีบ้านม้า)

สำหรับประเด็นข้อกังวลเกี่ยวกับการเวนคืนที่ดิน เมื่อมีประกาศพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินแล้ว ก่อนเริ่มต้นก่อสร้างโครงการฯ จะเป็นขั้นตอนของการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินตามที่กำหนด โดยหน่วยงานของรัฐจะกำหนดค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์ โดยยึดหลักเกณฑ์ที่กฎหมาย กำหนด จัดทำสัญญาซื้อขายตามราคาซื้อขาย ณ เวลานั้น และจ่ายค่าทดแทนให้แก่เจ้าของทรัพย์สินภายในเวลา 120 วัน นับแต่วันทำสัญญาซื้อขาย ตามแผนการดำเนินงานการพัฒนารถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-พิษณุโลก สามารถเปิดให้บริการได้ประมาณปี 2562

26/11/2556  บ้านเมือง (26 พฤศจิกายน 2556)

ผู้สนับสนุน