ชี้2ล้านล้าน7ปีไม่ถึงฝั่งเอกชนระบุวัสดุ-แรงงานตัวป่วน

Equipment News / ข่าววัสดุอุปกรณ์

ดีเวลอปเปอร์ ท้ารัฐบาล พ.ร.บ.2 ล้านล้าน อายุบังคับใช้ภายใน7 ปี มีสิทธิ์สร้างไม่ครบทุกโปรเจ็กต์ รถไฟฟ้าไม่เกิน3สาย /รถไฟความเร็วสูงคุ้มสุดสายกรุงเทพฯ-ระยองเหตุเป็นเมืองอุตสาหกรรมไร้คู่แข่ง ขณะที่ แรงงาน-วัสดุก่อสร้างขาดแคลนหนัก เฉพาะหิน ใช้ปีละ 8 ล้านตัน แค่ขอสัมปทานบัตรตั้งโรงงานผลิต ปาเข้าไป 8 ปีไม่ทันแน่ สืบเนื่องจาก"ฐานเศรษฐกิจ"จัดสัมมนาหัวข้อ 2 ล้านล้านจุดเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์ปี 2557” มีผู้ให้ความสนใจเข้าฟังอย่างล้นหลามเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 ที่ผ่านมาที่โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ รัชดาภิเษก

นายอิสระ บุญยัง กรรมการผู้จัดการบริษัท กานดากรุ๊ป จำกัด ให้มุมมองว่า หากร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและขนส่งของประเทศพ.ศ... ของรัฐบาลชุดนางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประเมินว่าลงทุนทุกโครงการไม่ทันภายใน 7ปีอย่างแน่นอนนับจากปี 2557 เป็นต้นไปเนื่องจากกฎหมายมีอายุเพียง 7 ปี หากก่อสร้างไม่ทันทุกอย่างก็จะจบโดยปริยายหากจะดำเนินการต่อก็ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินหรือเงินกู้สำหรับโครงการรถไฟฟ้าที่คาดว่าจะเกิดได้จริงไม่เกิน 3 สายที่เห็นเป็นรูปธรรมในปัจจุบัน ส่วนรถไฟความเร็วสูง มองว่าควรเน้นโครงการที่คุ้มค่ามากที่สุดคือสายกรุงเทพฯ-พัทยา-ระยองเพราะสามารถรองรับย่านอุตสาหกรรมได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญไม่มีคู่แข่งอย่างสายการบิน เป็นต้น

นอกจากนี้ โครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาทมีปัญหาว่าต้องใช้วัสดุจำนวนมากถึง 12 ชนิด ในจำนวน 9 ชนิด ต้องขอสัมปทานบัตร เช่น ดิน หิน ลูกรัง ทราย ส่วนอีก 2 ชนิดต้องนำเข้าเช่น เหล็กเส้น เป็นต้น อย่างไรก็ดีหากรวมปริมาณการใช้วัสดุในโครงการ 2 ล้านล้านบาทจะต้องใช้หินเพิ่มขึ้นอีก 8 ล้านตันต่อปี จากปัจจุบันการผลิตหินที่ใช้ในการก่อสร้าง 87.7 ล้านตัน และปริมาณการใช้หินอยู่ที่ 85.6 ล้านตัน ซึ่งมีความตึงตัวอย่างมาก เพราะความต้องการสอดคล้องกับกำลังการผลิต หากมีโครงการ 2 ล้านล้านบาท เข้ามา ฟันธงว่าวัสดุในประเทศขาดแคลนแน่ เพราะต้องใช้เพิ่มปีละ 8 ล้านตัน ทั้งนี้จากการสอบถามบริษัทรายใหญ่ของประเทศ ที่ระบุว่าจะต้องใช้เวลาขอประทานบัตร 5 ปี และสร้างโรงงานอีก 3 ปี รวม 8 ปี มองว่า ไม่ทันอย่างแน่นอน

นายอิสระกล่าวอีกว่า ส่วนแรงงานปัจจุบันขาดแคลนมาก หากเกิดโครงการ 2 ล้านล้านบาทจะต้องเพิ่มแรงงานอีก 2.9แสนคนในจำนวนนี้ประมาณ 2 แสนคน เป็นแรงงานก่อสร้าง ที่เหลือเป็นวิศวกรที่ปรึกษา ผู้บริหารโครงการ ซึ่งไม่เพียงพอ ต้องจ้างวิศวกรที่ปรึกษาต่างประเทศ "หากไม่มีโครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาท การลงทุนของภาครัฐและเอกชนรวมกันทุกปีประมาณ 1 ล้านล้านบาท จะเป็นการลงทุนของภาครัฐในการสร้างสาธารณูปโภค เช่น ถนน สะพาน ประมาณ 5 แสนล้านต่อปี และภาคเอกชนที่สร้างบ้านจัดสรรและอาคารชุด ประมาณ 5 แสนล้านต่อปี คนงานใช้ในระบบประมาณ 2 ล้านคน แต่ถ้าภาครัฐเพิ่มการลงทุนอีก 3 แสนล้านบาทต่อปี ต้องใช้คนเพิ่มอีก 60% และปี2557 ทาวน์เฮาส์ราคา ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทจะไม่เห็นอยู่ในตลาดอีกต่อไป"

ขณะที่นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมบ้านจัดสรร และกรรมการผู้จัดการบริษัท ศุภาลัย จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า เห็นด้วยกับโครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาท แต่ควรเน้นโครงการที่คุ้มค่าต่อการลงทุน โดยเฉพาะโครงการรถไฟทางคู่มองว่ามีความจำเป็น เช่นเดียวกับรถไฟฟ้าบางสาย ขณะที่รถไฟความเร็วสูงคงหยุดแค่ระยะแรก เช่น สายกรุงเทพฯ-พิษณุโลก คงไม่ต่อไปที่ เชียงใหม่ สายกรุงเทพฯ-โคราชคงไม่ต่อไปสุดที่หนองคาย และสายใต้ คงจะไปหยุดแค่หัวหิน เป็นต้น แต่มีปัญหาว่า ราคาที่ดินขยับสูงรายวัน เช่นอุดร ฯลฯ มองว่าเอกชนไม่ตื่นตัวตาม ส่วนสายกรุงเทพฯ-ระยอง มองว่าควรสนับสนุนเพราะเป็นเขตอุตสาหกรรมและแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่มีเครื่องบินที่เป็นคู่แข่ง รวมถึงการขยายเฟสของสนามบินสุวรรณภูมิที่มีความจำเป็น สำหรับ 7 ปีตามพ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาท มองว่ารัฐบาลไม่น่าจะลงทุนได้ทันและครบทุกโครงการ สรุปว่าควรเลือกโครงการที่จำเป็นสูงสุดจะเหมาะสมกว่า ด้านนายกิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการบริษัทสัมมากร จำกัด(มหาชน) กล่าวว่าเห็นด้วยกับโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท แต่รัฐบาลจะต้องมีความชัดเจนและเลือกโครงการที่ชัดเจนที่สุด อย่างไรก็ดีประเมินว่า 7 ปีนับจากปี 2557 รัฐบาลลงทุน 2 ล้านล้านบาทยืนยันว่าทำไม่แล้วเสร็จทุกโครงการอย่างแน่นอน ดังนั้นแต่ละโครงการอย่าเพิ่งดีใจ อาทิ ศูนย์คมนาคมพหลโยธินที่บางซื่อ ที่ปัจจุบันรองรับแค่รถไฟฟ้าเท่านั้น ยังไม่ทำระบบรองรับรถไฟความเร็วสูงแต่อย่างใด

26/11/2556  ฐานเศรษฐกิจ (26 พฤศจิกายน 2556)

ผู้สนับสนุน