“โฮมโปร” ยืนแชมป์โมเดิร์นเทรดวัสดุ ผุดแวร์เฮาส์โรบอต 2 พันล้าน-3 ปีเบ่ง 120 สาขา

Retails News / ข่าวหมวดห้างสรรพสินค้า

โฮมโปรโชว์แกร่ง สถิติปี 2545-2560 ปั๊มยอดขาย-กำไรโตกระฉูด 18-29% ปีนี้เดินหน้ารักษาความเป็นเจ้าตลาดโมเดิร์นเทรดวัสดุและของตกแต่งบ้าน ลงทุนเพิ่ม 2,000 ล้าน ผุดแวร์เฮาส์โรบอต อำเภอวังน้อย ป้อนสินค้าคลุมตลาด AEC 10 ประเทศ วาดแผนผุดครบ 120 สาขาภายใน 2-3 ปีหน้า ส่งแบรนด์ “โฮมโปร S” ดักลูกค้าคนยุคใหม่

นายคุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮมโปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือโฮมโปร เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทิศทางธุรกิจโมเดิร์นเทรดวัสดุและของตกแต่งบ้านในปีนี้มีการแข่งขันสูงอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของโฮมโปรมีแผนลงทุนเปิดเพิ่ม 9 สาขา แบ่งเป็น โฮมโปร พื้นที่ 15,000-20,000 ตารางเมตร บนทำเลกัลปพฤกษ์ ใกล้กำนันแม้น ซึ่งมีโครงการจัดสรรและชุมชนอาศัยอยู่หนาแน่น และโฮมโปร S พื้นที่ 1,200-2,000 ตารางเมตร อีก 8 สาขา ซึ่งมีผลให้ภายในสิ้นปีนี้มีสาขารวมเป็น 90 กว่าสาขาทั่วประเทศ

ยอดขาย-กำไรโต 19-29%

ไฮไลต์ปีนี้โฮมโปรครบรอบเปิดให้บริการ 22 ปี โดยนับตั้งแต่เข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯเมื่อปี 2545 จนถึงปัจจุบันรักษาระดับการแข่งขันและสถานะความเป็นผู้นำตลาดไว้ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย โดยสามารถทำยอดขายเติบโตเฉลี่ยปีละ 18.7% เริ่มจากมียอดขาย 4,564 ล้านบาท ในปี 2545 ล่าสุดมียอดขายเพิ่มเป็น 59,889 ล้านบาท ในปี 2560

ทั้งนี้ ยังไม่รวมรายได้อื่น ๆ อาทิ รายได้จากค่าบริการ, ค่าเช่าพื้นที่ ฯลฯ อีก 5,000 ล้านบาท ถ้าหากนับรวมกันจะเท่ากับปี 2560 โฮมโปรมีรายได้รวม 65,000 ล้านบาท

ในด้านผลกำไรระหว่างปี 2545-2560 มีอัตราเฉลี่ย 28.9% โดยเริ่มจากปีฐานในปี 2545 มีกำไร 109 ล้านบาท เติบโต 2.4% ในปี 2560 เพิ่มเป็น 4,886 ล้านบาท เติบโต 8.2% ในขณะที่มาร์เก็ตแคปปี 2545 จำนวน 3,000 ล้านบาท ล่าสุดในปี 2560 เพิ่มเป็น 2 แสนล้านบาท เติบโต 5,600% หรือ 56 เท่า

“ตั้งแต่เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯถัวเฉลี่ยยอดขายโตปีละ 18% กำไรโตเฉลี่ย 29% ทบต้นตลอด โดยเฉพาะผลกำไรแต่ละปีมีเพิ่มขึ้นตลอด อย่างปีที่แล้วคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 37 สตางค์ จะเห็นว่าผลกำไรเราโตขึ้น แต่อัตรากำไรไม่ได้เติบโตเป็นเพราะเราแตกหุ้น คิดเป็นเงินที่เราคืนให้ผู้ถือหุ้น หรือดีวีเดนเพย์เอาต์ 40% ซึ่งช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมา เราคืนให้ไม่ต่ำกว่า 80% หมายความว่าเราค้าขายมีกำไร 100 บาท เราคืนกำไรให้ผู้ถือหุ้นเรา 85-90 บาทตลอด ขณะที่บริษัทยังเติบโตด้วย คืนผู้ถือหุ้นด้วย ทำให้เป็นที่ยอมรับ เป็นเคสซักเซสของตลาด”

ผุดดีซีโรบอต 2 พันล้าน

นายคุณวุฒิกล่าวว่า กลยุทธ์รักษาการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน บริษัทมีการลงทุนสร้างศูนย์กระจายสินค้า (DC-distribution center) เพิ่มเติมบนที่ดินกว่า 100 ไร่ ย่านอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใช้เงินลงทุน 2,000 ล้านบาท ตามแผนตั้งเป้าก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการในปี 2562

“ดีซีที่วังน้อยใช้ระบบหุ่นยนต์หรือโรบอตทำงาน แนวคิดแวร์เฮาส์โรบอตเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเพราะทำงานระบบออโต้ทั้งเก็บสินค้า ลำเลียง และกระจายสินค้า ถ้าพูดถึงนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล โฮมโปรมีศูนย์กระจายสินค้าที่มีขนาดใหญ่มาก ความคืบหน้าอยู่ระหว่างติดตั้งระบบโรบอต”

ทั้งนี้ ดีซีของโฮมโปรรองรับการป้อนสินค้าครอบคลุมพื้นที่การตลาดในระดับ AEC หรืออาเซียน 10 ประเทศ ปัจจุบันสามารถขนส่งสินค้าป้อนสาขาในมาเลเซีย ไปยังตลาดกัวลาลัมเปอร์ และยะโฮร์บาห์รู (พื้นที่ติดชายแดนมาเลเซีย-สิงคโปร์) ในอนาคตจะเพิ่มขีดความสามารถในกระจายสินค้าไปยังเมืองการค้าหลักอย่างเวียงจันทน์ สปป.ลาว, กรุงพนมเปญ กัมพูชา, โฮจิมินห์ซิตี เวียดนาม, เมืองย่างกุ้ง สหภาพพม่า ฯลฯในด้านสินค้า ปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้จากสินค้าเฮาส์แบรนด์ 20% ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนเป็น 25% ภายใน 5 ปีนับจากนี้

3 ปีเป้าหมาย 120 สาขา

สำหรับเครือข่ายโมเดิร์นเทรดวัสดุในปัจจุบัน บริษัทมีจำนวนสาขาของบริษัทแม่และบริษัทลูก (เมกาโฮม) แบ่งเป็น โฮมโปร 85 สาขาทั่วประเทศ โดยอยู่ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล 25 สาขา ต่างจังหวัดรวมกัน 56 สาขา ขนาดพื้นที่สโตร์รีโมเดลธุรกิจเป็น 4 ไซซ์ ประกอบด้วย สโตร์มาตรฐาน พื้นที่ 15,000-20,000 ตารางเมตร และไซซ์ S-M-L โดยสโตร์ไซซ์ S พื้นที่ 3,000-4,500 ตารางเมตร, สโตร์ไซซ์ M พื้นที่ 5,000-7,000 ตารางเมตร และสโตร์ไซซ์ L พื้นที่ 8,000-10,000 ตารางเมตร

ในขณะที่การลงทุนเปิดสาขาใหม่ที่เป็นตัวบุกในปีนี้ เน้นแบรนด์น้องใหม่ “โฮมโปร เอส-HomePro S” ขนาดพื้นที่ 1,200-2,000 ตารางเมตร ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากเพราะสามารถเปิดในทำเลใกล้ชิดผู้บริโภคคนยุคใหม่บนทำเลการแข่งขันที่ดีขึ้นเพราะอยู่ย่านใจกลางเมือง เปิดในห้างหรือคอมมิวนิตี้มอลล์

ปัจจุบันมีโฮมโปร เอส แล้ว 4 สาขา อยู่ที่เกตเวย์ซิตี้, พาซิโอ ลาดกระบัง, บิ๊กซี บางนา และ 1 สาขาในต่างจังหวัดที่ห้างเทอร์มินอล โคราช แผนลงทุนเพิ่มในปีนี้ เตรียมเปิดตัวใหม่ 8 สาขา ภายในไตรมาส 1/61 เปิดแล้ว 2 แห่ง เตรียมเปิดเพิ่มอีก 6 แห่ง

นอกจากนี้ยังมีโฮมโปร มาเลเซีย เปิดบริการแล้ว 6 แห่ง รูปแบบลงทุนเปิดในห้างยังไม่มีนโยบายเปิดแบบสแตนด์อะโลน และเมกาโฮม เปิดแล้ว 12 สาขา เน้นทำเลติดเขตการค้าชายแดน หรืออยู่ใกล้นิคมอุตสาหกรรม

“เรื่องสาขาตั้งเป้าภายใน 2-3 ปีจากนี้ มีจำนวน 120 สาขา ถึงแม้ทุกวันนี้เป็นยุคอีคอมเมิร์ซที่เทรดกันบนออนไลน์ได้รับความนิยมมากขึ้น แต่การเทรดแบบออฟไลน์ยังจำเป็นเพราะเป็นสินค้าที่ลูกค้ายังต้องการเห็นของ ต้องการสัมผัส และเป็นจุดรับสินค้าด้วย ดังนั้นสโตร์จึงมองว่ายังจำเป็นอยู่อย่างแน่นอน” นายคุณวุฒิกล่าว

1/6/2561  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ (01 มิถุนายน 2561)

ผู้สนับสนุน