ตะลึง! "สันติบุรี"บ้าน360ล้านแพงสุดในประเทศ

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

สิงห์ เอสเตท เปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยว “สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส” มูลค่า 6 พันล้านบาท เฉลี่ยต่อหลังแพงสุดในไทย เริ่ม 245 ล้าน ปั้นเป็นแฟล็กชิฟ สร้างชื่อไต่ขึ้นแท่นผู้นำตลาดบนสุด หลังตั้งเป้ารายได้ 1 หมื่นล้านต่อปี –แย้มปีหน้าจ่อผุดอีก 1 โครงการ รับตลาดบนโต

นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ ระดับอัลตร้า ลักชัวรี หลังจากเปิดตัว โครงการบ้านเดี่ยว “สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส” จำนวน 25 หลัง ราคา 245-360 ล้านบาทต่อหลัง บนเนื้อที่ 45 ไร่ ติดถนนประดิษฐ์มนูญธรรม เลียบทางด่วนรามอินทรา มูลค่ารวม 6 พันล้านบาท ว่าตลาดดังกล่าวมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงดีมานด์ของกลุ่มเป้าหมายที่ยังมีอีกจำนวนมาก ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทในปี 2561 ที่ต้องการเดินหน้าอย่างเต็มที่ในการพัฒนาที่อยู่อาศัย ให้ครอบคลุมทั้งแนวสูงและแนวราบ ในระดับลักชัวรี ถึง อัลตร้าลักชัวรี หวังขึ้นเป็นผู้นำระดับบนสุดของโครงการ โดยโครงการ “ สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส” ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ 1 ใน 3 ผืนแรกที่ได้รับจากกลุ่มบริษัทแม่เมื่อ 4 ปีที่แล้ว จึงถูกพัฒนาเพื่อให้เป็นโครงการแฟล็กชิฟของสิงห์ เอสเตท และถือว่าเป็นโครงการที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับโครงการในระดับเดียวกันในทุกทำเล

ด้านนายณัฐวุฒิ มัธยมจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานพัฒนาธุรกิจที่อยู่อาศัย บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากข้อมูลของบริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) ระบุว่า ตลาดบ้านเดี่ยวระดับ 100 ล้านบาทต่อหลังขึ้นไป มีการเติบโตมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปี 2555 และโดดเด่นชัดเจนในปี 2559 แต่สวนทางกับซัพพลายที่มีอยู่อย่างจำกัดในตลาด โดยเฉพาะบ้านเดี่ยวราคาแพงในทำเลใกล้เมืองที่แทบหาไม่เจอ ขณะที่โครงการ สันติบุรี มีจุดเด่นด้วยศักยภาพของทำเลที่ตั้ง ที่สามารถเข้า-ออกเมืองได้สะดวก ผ่านทางด่วนที่ไม่ไกลจากโครงการ และยังรายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ทั้งห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาลและโรงเรียนนานาชาติมีชื่อเสียง ประกอบกับในอนาคตกำลังจะเกิดเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่อีก 3 สาย คือ สายสีชมพู สายสีน้ำตาล และที่สำคัญ สายสีเทา( รามอินทรา-ทองหล่อ ) ซึ่งจะตัดเข้าเมืองได้ในเวลารวดเร็ว ยิ่งส่งเสริมให้โปรดักส์มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น ซึ่งขณะนี้แม้ยังไม่มีการเปิดขายอย่างเป็นทางการ แต่มียอดขายแล้วรวม 3 หลัง มูลค่ากว่า 1 พันล้าน ขณะที่ยอดผู้ลงทะเบียนขอเข้าชมโครงการมีมากกว่า 100 ราย คาดจะสามารถปิดยอดขายทั้งหมด 25 หลังได้ภายในสิ้นปี 2562 ก่อนวางแผนพัฒนาโครงการแนบราบจับกลุ่มบนอื่นๆตามมา

“ กลยุทธ์การเจาะพัฒนาที่อยู่อาศัยราคาแพง ก็เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการดำเนินธุรกิจของเรา ที่มีเป้าหมาย ว่าตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป รายได้ในส่วนที่อยู่อาศัยจะขึ้นมาอยู่ที่ปีละประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ปีนี้นำร่องด้วยโครงการ “สันติบุรี “ เพื่อให้เป็นแฟล็กชิพ แบรนด์เป็นที่รู้จัก บ่งบอกว่าเราทำโครงการดีๆได้ ผู้บริโภคก็จะเชื่อมั่น ซึ่งปีหน้าหากมีที่ดินที่เหมาะสม อาจพัฒนาในโครงการที่มีราคาต่ำลงมาหน่อย เช่น 30-50 หรือ 100 ล้าน แต่ยังจับกลุ่มบน ใช้แบรนด์สันติบุรี หรือเพิ่มเข้ามาอีกแบรนด์ก็เป็นไปได้”

นายณัฐวุฒิ ยังระบุว่า ด้วยสัดส่วนการบริหารงานของแต่ละบริษัทในกลุ่ม สิงห์ เอสเตทเองจะมุ่งพัฒนาที่อยู่อาศัยแนบราบในระดับราคา 100 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนบริษัท เนอวานา ไดอิ จะพัฒนาในระดับราคาต่ำกว่า 100 ล้านบาท แต่อย่างไรก็ตาม ในอนาคต อาจมีการพุดคุย ปรับสัดส่วนจำนวนหรือกลุ่มราคาโครงการที่จะพัฒนาให้สอดคล้องสมดุลต่อกันได้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายรายได้รวมของบริษัท

ทั้งนี้ ปี 2561 บริษัท สิงห์ เอสเตท ยังคงเป้าหมายยอดขายที่ 4-5 พันล้านบาท โดยจะมาจากโครงการที่มีอยู่ในปัจจุบัน เช่น โครงการ ดิ เอส อโศก,โครงการ ดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์ และโครงการ ดิ เอส สุขุมวิท 36 ซึ่งยอดขายจากโครงการบ้านเดี่ยว สันติบุรี จะเป็นยอดที่หนุนให้ยอดขายเติบโตไปตามเป้าหมายที่วางไว้

4/9/2561  ฐานเศรษฐกิจ (4 กันยายน 2561)

ผู้สนับสนุน