ตลาดอสังหาฯ ไม่ง่าย บ้าน-คอนโดฯรอขาย 4.54 แสนยูนิต

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

แม้บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับชั้นนำตลอดจนกูรูทั้งหลายยังเชื่อมั่นว่าในปี 2562 นี้ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังขยายตัวต่อเนื่อง แต่อัตราการเติบโตอาจลดน้อยลงกว่าปีก่อนบ้าง จากปัจจัยลบทั้งหลายที่รุมเร้า ทั้งภาวะเศรษฐกิจโลกที่กระทบการส่งออก อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น และเกณฑ์มาตรการสินเชื่อที่อยู่อาศัยใหม่หรือ LTV ที่จะมีผลบังคับใช้เดือนเมษายน ปีนี้ กระทบกำลังซื้อที่อยู่อาศัยลดน้อยถอยลง ถือว่าเป็นปีที่ไม่หมู

ที่น่าจับตาคือจำนวนที่อยู่อาศัยรอขายทั่วประเทศที่สูงถึง 454,814 หน่วย มูลค่า 1,344,356 ล้านบาท จากการประเมินของศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย หรือ AREA ซึ่งคิดเป็นประมาณ 30% ของตลาดรวมทั้งประเทศปี 2561 ที่มีมูลค่า 4.496 ล้านล้านบาท โดยกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเป็นพื้นที่ที่มีหน่วยเปิดขายมากที่สุด มูลค่าก็สูงสุดด้วย รวมกันครองส่วนแบ่งตลาดมากถึง 40% ของทั้งประเทศ

ทั้งนี้ นายโสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูล AREA กล่าวถึงตลาดในกรุงเทพฯว่าปี 2562 มีหน่วยรอขาย 1.8 แสนหน่วย ยังตํ่ากว่าปี 2561 ที่มี 1.9 แสนหน่วย และส่วนใหญ่ 70% เป็นคอนโดมิเนียมเนื่องจากปีที่ผ่านมา ดีเวลอปเปอร์เร่งระบายสต๊อก อย่างหนักมากเปิดขายใหม่ช่วงไตรมาสแรก สำหรับปีนี้ก็คงดำเนินการเช่นเดียวกัน แต่ขณะเดียวกันมีการเปิดขายใหม่ด้วย ก่อนที่มาตรการควบคุมสินเชื่อใหม่ตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยจะเริ่มมีผลบังคับใช้เดือนเมษายนปีนี้ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในปีนี้ผู้ประกอบการจะเปิดโครงการใหม่ลดน้อยลง เพราะภาวะตลาดค่อนข้างถดถอย อัตราการขายช้าและลดลง จากปกติในแต่ละเดือนจะมียอดขายเฉลี่ย 5-6% แต่ปัจจุบันเหลือ 3-4%

สอดคล้องกับนายภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิจัยคอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย มองว่า ในส่วนของคอนโดมิเนียม ผู้ประกอบการควรลดการเปิดตัวโครงการใหม่ให้อยู่ในภาวะสมดุลที่ตลาดสามารถดูดซับได้สำหรับตลาดกรุงเทพฯที่ประมาณปีละ 40,000 หน่วย เพื่อให้ตลาดมีการดูดซับอุปทานคงค้างให้กลับมาสู่ภาวะปกติ จากอุปทานที่เหลือขายอีกกว่า 40,000 หน่วย เน้นการระบายสต็อคคงค้างในแต่ละทำเลก่อน เพื่อเตรียมรับมือกับปัจจัยลบต่างๆ ที่อาจจะเข้ามากระทบในปีหน้า ทั้งในเรื่องของความเสี่ยงในเรื่องของการไม่โอนกรรมสิทธิ์ของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติที่โหมเข้าลงทุนในคอนโดมิเนียมในเมืองไทยเป็นจำนวนมากในปีนี้ สำหรับแนวราบหรือบ้านจัดสรรตลาดยังสามารถไปได้ เนื่องจากผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็น เรียล ดีมานด์ คือซื้อเพื่อการอยู่อาศัยจริง น้อยมากที่จะซื้อเพื่อการลงทุน ซึ่งโดยภาพรวมตลาดยังสามารถดูดซัพได้ดี ในทำเลและระดับราคาที่เหมาะสม

ขณะที่ในมุมของผู้ประกอบการอย่างนายไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) มั่นใจตลาดอสังหาฯยังเติบโตได้ จากพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังแข็งแกร่งหลายด้านทั้งการส่งออกที่ยังโตแม้อาจลดลง การท่องเที่ยวที่ยังคงโตได้ต่อเนื่อง และการลงทุนโดยภาครัฐที่จะมีความชัดเจนมากที่สุด ส่วนการลงทุนของเอกชน มองว่ามีแนวโน้มในทิศทางบวก รอเพียงสถานการณ์การเมืองหลังเลือกตั้งนิ่ง นโยบายการลงทุนถูกสานต่อ สาธารณูปโภคแล้วเสร็จ เชื่อก็น่าจะเกิดภาพการลงทุนใหม่ๆ ตามมาอีกจำนวนมาก รวมถึงกลุ่มนักลงทุนต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนทั้งในกลุ่มอุตสาหกรรมและตลาดทุนด้วย ดังนั้น คาดตลอดทั้งปี ตลาดจะเติบโตได้ประมาณ 3-4% โดยเฉพาะในกลุ่มแนวราบที่ผู้ประกอบการแนวราบส่วนใหญ่มักวางนโยบายการเติบโตให้สอดคล้องกับความเป็นไปของทิศทางเศรษฐกิจ

ดังนั้น ปีนี้ถือเป็นอีกปีที่ท้าทายผู้ประกอบการอสังหาฯโดยเฉพาะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯที่ต้องสร้างการเติบโตด้านผลประกอบการ อีกทั้งประคองตลาดภาพรวมฝ่าปัจจัยลบให้มีการขยายตัวต่อเนื่อง

10/1/2562  ฐานเศรษฐกิจ (10 มกราคม 2562)

ผู้สนับสนุน