info@icons.co.th 02 810 8892-6 216.73.216.181

อสังหาฯ เดือนพฤศจิกายน เปิดใหม่ 43 โครงการ สูงสุดในรอบปี 2568

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

AREA สำรวจโครงการอสังหาริมทรัพย์ภาคที่อยู่อาศัยในเดือนพฤศจิกายน 2568 เปิดตัวถึง 43 โครงการ สูงสุดในรอบ 1 ปี แต่หากเศรษฐกิจในปี 2569 ตกต่ำลง ก็อาจทำให้ตลาดสะดุดได้

ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA เปิดเผยว่า ในเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีการเปิดตัวโครงการใหม่ค่อนข้างคึกคักอีกครั้ง

โดยมีจำนวน 43 โครงการ เพิ่มขึ้น 15 โครงการ จากเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้จำนวนหน่วยขาย มูลค่าโครงการ และราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยเพิ่มขึ้น

โครงการเปิดใหม่ในเดือนพฤศจิกายนนี้ เป็นการเปิดขายในกลุ่มที่อยู่อาศัยประเภทบ้านแนวราบเป็นหลัก โดยเฉพาะบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ มีจำนวนรวม 6,018 หน่วย มูลค่าการพัฒนาโครงการรวม 62,182 ล้านบาท

จำนวนอสังหาริมทรัพย์ที่เกิดขึ้นใหม่ในเดือนนี้มีทั้งหมด 6,018 หน่วย เพิ่มขึ้นจำนวน 613 หน่วย เทียบกับเดือนตุลาคม 2568 ที่มีจำนวน 5,405 หน่วย หรือเพิ่มขึ้น 11.3% โดยสัดส่วน 94% ยังคงเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่และบริษัทในเครือที่ครองส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุด

รูปแบบเน้นพัฒนาบ้านเดี่ยวระดับราคาค่อนข้างสูงถึงระดับราคาสูงเป็นหลัก ส่วนอาคารชุดเน้นพัฒนาระดับราคาค่อนข้างถูก ส่วนทาวน์เฮาส์เน้นพัฒนาระดับราคาปานกลางค่อนข้างถูกถึงปานกลาง และบ้านแฝดเน้นพัฒนาที่ระดับราคาปานกลางถึงระดับราคาค่อนข้างสูง

เมื่อพิจารณาถึงอัตราการขายได้ พบว่าสถิติในเดือนพฤศจิกายนมีอัตราการขายเฉลี่ย 10.6% ลดลงจากเดือนที่ผ่านมาที่มีอัตราการขายได้ 22.8% ต่อเดือน

ประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่มีอัตราการได้สูงสุด คืออาคารชุดราคา 3-5 ล้านบาท จำนวน 255 หน่วย ขายได้แล้ว 76 หน่วย (30%) รองลงมา ทาวน์เฮาส์ราคา 5-10 ล้านบาท จำนวน 54 หน่วย ขายได้แล้ว 15 หน่วย (28%) และอาคารชุดราคา 2-3 ล้านบาท จำนวน 389 หน่วย ขายได้แล้ว 106 หน่วย (27%)

ในด้านผู้ประกอบการที่พบว่าเป็นบริษัทรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ (บริษัทมหาชน) 13 บริษัท ได้แก่ 1.บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) 3.บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) 4.บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)

5.บริษัท เก้ามงคล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) 6.บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) 7.บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) 8.บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน)

9.บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) 10.บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 11.บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) 12.บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และ 13.บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)

นอกจากนี้ มีบริษัททั่วไปและบริษัทในเครืออีกจำนวนหนึ่งเพียง 6% เท่านั้นในแง่จำนวนหน่วย แสดงว่าสินค้าเกือบทั้งหมดพัฒนาโดยบริษัทมหาชน โดยบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) เปิดตัวมากเป็นอันดับหนึ่ง

ดร.โสภณคาดว่าทั้งปี 2568 จะมีหน่วยขายใหม่จำนวน 44,500 หน่วย ลดลง -28% เทียบกับปี 2567 ที่เปิดตัว 61,453 หน่วย

ในแง่มูลค่าการพัฒนาในปี 2568 คาดว่าอยู่ที่ 317,000 ล้านบาท ลดลง -23% เทียบกับปี 2567 ที่เปิดตัวรวมเป็นเงิน 413,773 ล้านบาท

“ตลาดอสังหาฯ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลไม่ได้ลดลงฮวบฮาบเช่นที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามหากเศรษฐกิจถดถอยต่อเนื่อง แนวโน้มในปี 2569 ก็อาจซบเซาลงได้” ดร.โสภณกล่าว

12/12/2568  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 12 ธันวาคม 2568 )

Banner Ads