
BDMS โชว์ผลประกอบการ 9 เดือนกำไรโตแกร่งสวนกระแสเศรษฐกิจ พร้อมกางแผนยุทธศาสตร์มุ่งสู่ปี 2569 เดินหน้าขยายฐานลูกค้าประกันภัย ตั้งเป้าสัดส่วน 40% ชดเชยความผันผวนตลาดเพื่อนบ้าน พร้อมเปิดเกมรุกธุรกิจ Nonhospital ผ่าน N Health วางเป้ารายได้แตะหมื่นล้านบาทภายในปี 2569 ด้วยกลยุทธ์นวัตกรรม AI และหุ่นยนต์ ยกระดับบริการสู่มาตรฐานสากลเต็มรูปแบบ
เพิ่มกลุ่มประกันสุขภาพแตะ 40%
นางนฤมล น้อยอ่ำ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ ฉายภาพทิศทางธุรกิจ ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลกและปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ ในงาน Opportunity Day เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2569 จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า
หนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญที่บริษัทจะเน้นย้ำในปี 2569 คือการเดินหน้าปรับโครงสร้างกลุ่มผู้ชำระเงิน เพื่อสร้างความมั่นคงของกระแสเงินสดในระยะยาว โดยปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากกลุ่มลูกค้าประกันปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 38% จากเดิมที่มีเพียง 31% ในปี 2562
ซึ่งบริษัทได้ตั้งเป้าหมายที่จะผลักดันสัดส่วนนี้ให้แตะระดับ 40% ในอนาคตอันใกล้ ผ่านการร่วมมือเชิงลึกกับบริษัทประกันชั้นนำ 10 อันดับแรก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อออกแบบแพ็กเกจการรักษาที่ครอบคลุมและตอบโจทย์กรมธรรม์หลายระดับ เนื่องจากมองว่ากลยุทธ์นี้จะไม่เพียงช่วยเพิ่มฐานลูกค้า แต่ยังช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงและลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงลูกค้ากลุ่มจ่ายเงินเองเพียงอย่างเดียวอีกด้วย
นอกจากนี้ การมุ่งเน้นศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ (Center of Excellence-COE) ทั้ง 10 แห่ง ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างรายได้และกำไรในปี 2569 เช่นเดียวกัน โดยปัจจุบันกลุ่ม COE มีสัดส่วน EBITDA สูงถึง 54% ของทั้งหมด และมี EBITDA Margin เฉลี่ยอยู่ที่ 26% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม ดังนั้น จึงสะท้อนให้เห็นว่าการรักษาโรคยากและมีความซับซ้อนยังคงเป็นจุดแข็งที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ
กางแผนขยายอาณาจักร
ด้านแพทย์หญิงปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ ประธานกรรมการบริหาร, กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหารอาวุโส ของ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด เสริมว่า ด้านความคืบหน้าด้านการขยายเครือข่ายโรงพยาบาลนั้น ปัจจุบันมีจำนวนครบ 60 แห่งตามเป้าหมาย โดยในปี 2568 ที่ผ่านมาเปิดตัวโรงพยาบาลใหม่ 2 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลพญาไท บ่อวิน และโรงพยาบาลกรุงเทพ เขาใหญ่
ซึ่งในส่วนของโรงพยาบาลพญาไท บ่อวิน วางยุทธศาสตร์ให้รองรับกลุ่มลูกค้าประกันสังคมและภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC โดยบริหารงานในรูปแบบ Cluster ร่วมกับโรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา เพื่อแชร์ทรัพยากรบุคลากรและเครื่องมือแพทย์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ส่วนโรงพยาบาลกรุงเทพ เขาใหญ่ จะมุ่งเจาะกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง กลุ่มที่มีบ้านหลังที่สองในเขาใหญ่ และนักท่องเที่ยว โดยชูจุดเด่นด้านบริการฉุกเฉิน อุบัติเหตุ และบริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทางอากาศ พร้อมรองรับความต้องการด้าน Wellness และการดูแลสุขภาพครบวงจร
N Health ปั้นรายได้หมื่นล้าน
นายณรงค์ฤทธิ์ กาละพุฒ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่ดำเนินธุรกิจมากว่า 24 ปี ดูแลงานด้านห้องปฏิบัติการ, งานวิศวกรรมการแพทย์, การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน และบริการปราศจากเชื้อกล่าวว่า นอกเหนือจากแผนการขยายเครือข่ายโรงพยาบาลแล้ว ยังมีอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือการเปิดวิสัยทัศน์ของกลุ่มธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาล (Non-Hospital Group 7.1)
โดยปัจจุบัน N Health กำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตแตะระดับ 10,000 ล้านบาท ภายในปี 2569 นี้ จากปัจจุบันที่คาดว่าจะปิดรายได้ปี 2568 ที่ประมาณ 7,000 ล้านบาท โดยกลยุทธ์สำคัญคือการขยายฐานลูกค้าออกสู่นอกเครือ BDMS ให้มากขึ้น โดยตั้งเป้าสัดส่วนรายได้จากนอกเครือเพิ่มขึ้นเป็น 40% และในเครือ 60%
เรามองเห็นโอกาสจากเทรนด์การ Outsource ของโรงพยาบาล ภาครัฐ และเอกชน ที่ต้องการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ N Health จึงเข้าไปตอบโจทย์ในส่วนนี้ ทั้งบริการตรวจวิเคราะห์ทางการแพทย์ บริการล้างเครื่องมือแพทย์ และงานซ่อมบำรุงเครื่องมือแพทย์ ซึ่งปัจจุบันเรามีส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจ Lab อยู่ที่ 40% และยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมากในกลุ่มโรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และคลินิกกว่า 26,000 แห่งทั่วประเทศ
ส่ง N Space รุก B2C
นอกจากการให้บริการลูกค้าองค์กรแล้ว N Health ยังรุกตลาดผู้บริโภคโดยตรงผ่านการเปิดตัว N Space ศูนย์บริการตรวจวิเคราะห์ทางการแพทย์ หรือ Clinical Lab ที่เน้นเข้าถึงง่าย สะดวกสบาย รับเทรนด์ความตื่นตัวเรื่องสุขภาพ และความเข้าใจการใช้บริการห้องแล็บมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 33 แห่งทั่วประเทศ และมีแผนขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง
พร้อมกันนี้ ยังได้เปิดตัวบริการ Mobile Wellness บริการเจาะเลือดและตรวจสุขภาพถึงบ้าน ตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุและขยายบริการ Care Anywhere ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
AI & Innovation พลิกโฉมบริการ
นายณรงค์กล่าวต่อว่า ในยุคดิจิทัลดิสรัปชั่น N Health ยังได้วางตำแหน่งตัวเองเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมอีกด้วย โดยนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบ Automation เข้ามาใช้ในกระบวนการทำงานอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่ระบบหลังบ้าน การเงิน และทรัพยากรบุคคล ไปจนถึงงานหน้าบ้านที่สัมผัสกับลูกค้า
ซึ่งไฮไลต์สำคัญคือการนำ AI มาช่วยวิเคราะห์ผลตรวจสุขภาพ ที่พัฒนาร่วมกับพันธมิตรจากญี่ปุ่นและเกาหลี ทำให้รายงานผลสุขภาพอ่านง่ายและแม่นยำขึ้น รวมถึงการใช้ AI Pathology ในการอ่านชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยา และการใช้หุ่นยนต์ในการขนส่งยาและเวชภัณฑ์ภายในโรงพยาบาล ซึ่งปัจจุบันมีการใช้งานแทนคนแล้วกว่า 20% ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความแม่นยำ
นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวนวัตกรรมล่าสุด Pharmacogenetic Test หรือการตรวจยีนเพื่อการใช้ยา ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการแพทย์แม่นยำ ช่วยให้แพทย์มะเร็งสามารถเลือกใช้ยาที่ตรงกับพันธุกรรมของผู้ป่วย ลดความเสี่ยงจากการแพ้ยา และการรักษาที่ไม่ได้ผล โดย N Health ถือเป็นแล็บแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถให้บริการนี้ได้แบบครบวงจร
BDMS ไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงผู้ให้บริการรักษาพยาบาล แต่กำลังทรานส์ฟอร์มสู่แพลตฟอร์มสุขภาพครบวงจรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยี โดยมี N Health เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อน และรักษาตำแหน่งผู้นำธุรกิจสุขภาพในภูมิภาค
ตอกย้ำความแกร่งทางการเงิน
ด้านผลดำเนินงานช่วง 9 เดือนของปี 2568 นั้น นางนฤมลกล่าวว่า แม้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจจะมีความท้าทาย แต่บริษัทยังคงรักษาสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยผลประกอบการในไตรมาสที่ 3 ปี 2568 บริษัททำรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 28,598 ล้านบาทใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากกิจการโรงพยาบาลเติบโตขึ้น 1% อยู่ที่ 27,356 ล้านบาท
ขณะที่ผลการดำเนินงานในงวด 9 เดือนแรกของปี 2568 บริษัทสามารถสร้างรายได้จากการดำเนินงานเติบโตขึ้น 3% และหากพิจารณาเฉพาะรายได้กิจการโรงพยาบาลเติบโตถึง 4% หรืออยู่ที่ประมาณ 80,092 ล้านบาท ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ 12,155 ล้านบาท เติบโต 4% คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 14.4% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
จีน-สหรัฐโตเด่น
ทั้งนี้ ปัจจัยหลักมาจากความสามารถในการรักษาฐานลูกค้าคนไทยและต่างชาติที่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง แม้จะได้รับผลกระทบจากการลดลงของกลุ่มลูกค้าชาวกัมพูชา ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายในของประเทศเพื่อนบ้าน แต่ถ้าหากไม่นับรวมตลาดกัมพูชา รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติของบริษัทก็ยังคงเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 10-11% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
โดยตลาดที่ขยายตัวโดดเด่นได้แก่ ตลาดจีน เติบโต 3%, สหรัฐอเมริกา เติบโต 18%, สหราชอาณาจักร เติบโต 16% และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง อย่างกาตาร์ที่เติบโตสูงถึง 41%
นอกจากนี้ ตลาดเมียนมายังคงมีการเติบโตที่น่าสนใจที่ 26% สะท้อนให้เห็นว่าไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญด้านการแพทย์สำหรับกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง
8/1/2569 ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 8 มกราคม 2569 )