info@icons.co.th 02 810 8892-6 216.73.216.181

BDMS กางยุทธศาสตร์ปี’69 ดัน ‘N Health’ รุก B2B ปั้นรายได้หมื่นล้าน

Hospital News / ข่าวหมวดโรงพยาบาล

BDMS โชว์ผลประกอบการ 9 เดือนกำไรโตแกร่งสวนกระแสเศรษฐกิจ พร้อมกางแผนยุทธศาสตร์มุ่งสู่ปี 2569 เดินหน้าขยายฐานลูกค้าประกันภัย ตั้งเป้าสัดส่วน 40% ชดเชยความผันผวนตลาดเพื่อนบ้าน พร้อมเปิดเกมรุกธุรกิจ Nonhospital ผ่าน “N Health” วางเป้ารายได้แตะหมื่นล้านบาทภายในปี 2569 ด้วยกลยุทธ์นวัตกรรม AI และหุ่นยนต์ ยกระดับบริการสู่มาตรฐานสากลเต็มรูปแบบ

เพิ่มกลุ่มประกันสุขภาพแตะ 40%

นางนฤมล น้อยอ่ำ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ ฉายภาพทิศทางธุรกิจ ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลกและปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ ในงาน Opportunity Day เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2569 จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า

หนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญที่บริษัทจะเน้นย้ำในปี 2569 คือการเดินหน้าปรับโครงสร้างกลุ่มผู้ชำระเงิน เพื่อสร้างความมั่นคงของกระแสเงินสดในระยะยาว โดยปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากกลุ่มลูกค้าประกันปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 38% จากเดิมที่มีเพียง 31% ในปี 2562

ซึ่งบริษัทได้ตั้งเป้าหมายที่จะผลักดันสัดส่วนนี้ให้แตะระดับ 40% ในอนาคตอันใกล้ ผ่านการร่วมมือเชิงลึกกับบริษัทประกันชั้นนำ 10 อันดับแรก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อออกแบบแพ็กเกจการรักษาที่ครอบคลุมและตอบโจทย์กรมธรรม์หลายระดับ เนื่องจากมองว่ากลยุทธ์นี้จะไม่เพียงช่วยเพิ่มฐานลูกค้า แต่ยังช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงและลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงลูกค้ากลุ่มจ่ายเงินเองเพียงอย่างเดียวอีกด้วย

นอกจากนี้ การมุ่งเน้นศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ (Center of Excellence-COE) ทั้ง 10 แห่ง ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างรายได้และกำไรในปี 2569 เช่นเดียวกัน โดยปัจจุบันกลุ่ม COE มีสัดส่วน EBITDA สูงถึง 54% ของทั้งหมด และมี EBITDA Margin เฉลี่ยอยู่ที่ 26% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม ดังนั้น จึงสะท้อนให้เห็นว่าการรักษาโรคยากและมีความซับซ้อนยังคงเป็นจุดแข็งที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ

กางแผนขยายอาณาจักร

ด้านแพทย์หญิงปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ ประธานกรรมการบริหาร, กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหารอาวุโส ของ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด เสริมว่า ด้านความคืบหน้าด้านการขยายเครือข่ายโรงพยาบาลนั้น ปัจจุบันมีจำนวนครบ 60 แห่งตามเป้าหมาย โดยในปี 2568 ที่ผ่านมาเปิดตัวโรงพยาบาลใหม่ 2 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลพญาไท บ่อวิน และโรงพยาบาลกรุงเทพ เขาใหญ่

ซึ่งในส่วนของโรงพยาบาลพญาไท บ่อวิน วางยุทธศาสตร์ให้รองรับกลุ่มลูกค้าประกันสังคมและภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC โดยบริหารงานในรูปแบบ Cluster ร่วมกับโรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา เพื่อแชร์ทรัพยากรบุคลากรและเครื่องมือแพทย์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ส่วนโรงพยาบาลกรุงเทพ เขาใหญ่ จะมุ่งเจาะกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง กลุ่มที่มีบ้านหลังที่สองในเขาใหญ่ และนักท่องเที่ยว โดยชูจุดเด่นด้านบริการฉุกเฉิน อุบัติเหตุ และบริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทางอากาศ พร้อมรองรับความต้องการด้าน Wellness และการดูแลสุขภาพครบวงจร

“N Health” ปั้นรายได้หมื่นล้าน

นายณรงค์ฤทธิ์ กาละพุฒ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่ดำเนินธุรกิจมากว่า 24 ปี ดูแลงานด้านห้องปฏิบัติการ, งานวิศวกรรมการแพทย์, การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน และบริการปราศจากเชื้อกล่าวว่า นอกเหนือจากแผนการขยายเครือข่ายโรงพยาบาลแล้ว ยังมีอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือการเปิดวิสัยทัศน์ของกลุ่มธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาล (Non-Hospital Group 7.1)

โดยปัจจุบัน “N Health” กำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตแตะระดับ 10,000 ล้านบาท ภายในปี 2569 นี้ จากปัจจุบันที่คาดว่าจะปิดรายได้ปี 2568 ที่ประมาณ 7,000 ล้านบาท โดยกลยุทธ์สำคัญคือการขยายฐานลูกค้าออกสู่นอกเครือ BDMS ให้มากขึ้น โดยตั้งเป้าสัดส่วนรายได้จากนอกเครือเพิ่มขึ้นเป็น 40% และในเครือ 60%

“เรามองเห็นโอกาสจากเทรนด์การ Outsource ของโรงพยาบาล ภาครัฐ และเอกชน ที่ต้องการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ N Health จึงเข้าไปตอบโจทย์ในส่วนนี้ ทั้งบริการตรวจวิเคราะห์ทางการแพทย์ บริการล้างเครื่องมือแพทย์ และงานซ่อมบำรุงเครื่องมือแพทย์ ซึ่งปัจจุบันเรามีส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจ Lab อยู่ที่ 40% และยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมากในกลุ่มโรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และคลินิกกว่า 26,000 แห่งทั่วประเทศ”

ส่ง “N Space” รุก B2C

นอกจากการให้บริการลูกค้าองค์กรแล้ว “N Health” ยังรุกตลาดผู้บริโภคโดยตรงผ่านการเปิดตัว “N Space” ศูนย์บริการตรวจวิเคราะห์ทางการแพทย์ หรือ Clinical Lab ที่เน้นเข้าถึงง่าย สะดวกสบาย รับเทรนด์ความตื่นตัวเรื่องสุขภาพ และความเข้าใจการใช้บริการห้องแล็บมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 33 แห่งทั่วประเทศ และมีแผนขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้ ยังได้เปิดตัวบริการ “Mobile Wellness” บริการเจาะเลือดและตรวจสุขภาพถึงบ้าน ตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุและขยายบริการ Care Anywhere ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

AI & Innovation พลิกโฉมบริการ

นายณรงค์กล่าวต่อว่า ในยุคดิจิทัลดิสรัปชั่น “N Health” ยังได้วางตำแหน่งตัวเองเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมอีกด้วย โดยนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบ Automation เข้ามาใช้ในกระบวนการทำงานอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่ระบบหลังบ้าน การเงิน และทรัพยากรบุคคล ไปจนถึงงานหน้าบ้านที่สัมผัสกับลูกค้า

ซึ่งไฮไลต์สำคัญคือการนำ AI มาช่วยวิเคราะห์ผลตรวจสุขภาพ ที่พัฒนาร่วมกับพันธมิตรจากญี่ปุ่นและเกาหลี ทำให้รายงานผลสุขภาพอ่านง่ายและแม่นยำขึ้น รวมถึงการใช้ AI Pathology ในการอ่านชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยา และการใช้หุ่นยนต์ในการขนส่งยาและเวชภัณฑ์ภายในโรงพยาบาล ซึ่งปัจจุบันมีการใช้งานแทนคนแล้วกว่า 20% ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความแม่นยำ

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวนวัตกรรมล่าสุด “Pharmacogenetic Test” หรือการตรวจยีนเพื่อการใช้ยา ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการแพทย์แม่นยำ ช่วยให้แพทย์มะเร็งสามารถเลือกใช้ยาที่ตรงกับพันธุกรรมของผู้ป่วย ลดความเสี่ยงจากการแพ้ยา และการรักษาที่ไม่ได้ผล โดย “N Health” ถือเป็นแล็บแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถให้บริการนี้ได้แบบครบวงจร

“BDMS ไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงผู้ให้บริการรักษาพยาบาล แต่กำลังทรานส์ฟอร์มสู่แพลตฟอร์มสุขภาพครบวงจรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยี โดยมี N Health เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อน และรักษาตำแหน่งผู้นำธุรกิจสุขภาพในภูมิภาค”

ตอกย้ำความแกร่งทางการเงิน

ด้านผลดำเนินงานช่วง 9 เดือนของปี 2568 นั้น นางนฤมลกล่าวว่า แม้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจจะมีความท้าทาย แต่บริษัทยังคงรักษาสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยผลประกอบการในไตรมาสที่ 3 ปี 2568 บริษัททำรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 28,598 ล้านบาทใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากกิจการโรงพยาบาลเติบโตขึ้น 1% อยู่ที่ 27,356 ล้านบาท

ขณะที่ผลการดำเนินงานในงวด 9 เดือนแรกของปี 2568 บริษัทสามารถสร้างรายได้จากการดำเนินงานเติบโตขึ้น 3% และหากพิจารณาเฉพาะรายได้กิจการโรงพยาบาลเติบโตถึง 4% หรืออยู่ที่ประมาณ 80,092 ล้านบาท ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ 12,155 ล้านบาท เติบโต 4% คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 14.4% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

จีน-สหรัฐโตเด่น

ทั้งนี้ ปัจจัยหลักมาจากความสามารถในการรักษาฐานลูกค้าคนไทยและต่างชาติที่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง แม้จะได้รับผลกระทบจากการลดลงของกลุ่มลูกค้าชาวกัมพูชา ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายในของประเทศเพื่อนบ้าน แต่ถ้าหากไม่นับรวมตลาดกัมพูชา รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติของบริษัทก็ยังคงเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 10-11% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

โดยตลาดที่ขยายตัวโดดเด่นได้แก่ ตลาดจีน เติบโต 3%, สหรัฐอเมริกา เติบโต 18%, สหราชอาณาจักร เติบโต 16% และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง อย่างกาตาร์ที่เติบโตสูงถึง 41%

นอกจากนี้ ตลาดเมียนมายังคงมีการเติบโตที่น่าสนใจที่ 26% สะท้อนให้เห็นว่าไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญด้านการแพทย์สำหรับกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง

8/1/2569  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 8 มกราคม 2569 )

Banner Ads