
การเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของยักษ์วงการค้าปลีกบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN กับการประกาศทุ่มงบประมาณกว่า 1,700 ล้านบาท เพื่อพลิกโฉม เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ศูนย์การค้าที่เป็นเสมือนตำนานและหัวใจสำคัญของย่านฝั่งธนบุรีมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2538
โดยการปรับปรุงครั้งนี้ถือเป็นการ Redefined หรือนิยามความหมายใหม่ของการเป็นศูนย์การค้าที่ไม่ใช่เพียงแค่การรีโนเวตอาคารสถานที่ แต่เป็นการยกระดับสู่การเป็น District Leadership หรือผู้นำที่กำหนดทิศทางของย่านอย่างแท้จริง ด้วยการจัดเต็ม 500 แบรนด์ดังและอาณาจักรร้านอาหารมิชลิน
เพื่อชิงลูกค้ามหาเศรษฐีฝั่งธนใช้จ่ายสูงติดท็อปประเทศ พร้อมรองรับการเติบโตแบบก้าวกระโดดของเมืองและกำลังซื้อที่เปลี่ยนไปในอีกทศวรรษข้างหน้า รวมถึงยกระดับสินทรัพย์ CPNREIT ตามเป้าปั้นมูลค่าโต 2 เท่าภายในปี 2032
ยกระดับสู่ District Redefined
ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ได้ฉายภาพวิสัยทัศน์เบื้องหลังการทรานส์ฟอร์มครั้งประวัติศาสตร์นี้ว่า บริษัทได้เล็งเห็นศักยภาพของทำเลปิ่นเกล้ามาอย่างยาวนานในฐานะผู้บุกเบิก โดยเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ถือเป็นโครงการมิกซ์ยูสแห่งแรกในย่านนี้ที่ประกอบด้วยศูนย์การค้าและอาคารสำนักงาน
แต่ด้วยพลวัตของเมืองที่ขยายตัวออกสู่รอบนอก โครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคมที่เปลี่ยนไป ทั้งรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สายสีแดงอ่อน และสายสีส้มในอนาคต รวมถึงถนนสายหลักอย่างบรมราชชนนี และราชพฤกษ์ ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคในย่านนี้มีความเป็นเมืองมากยิ่งขึ้น
ดังนั้น โจทย์ใหญ่ของบริษัทจึงไม่ใช่แค่การรักษาฐานลูกค้าเดิม แต่คือการปรับบทบาทพื้นที่จาก Retail Landmark สู่การเป็น District Redefined เพื่อรองรับวิถีชีวิตของผู้คนในอีก 10-30 ปีข้างหน้า ซึ่งสอดรับกับการขยายตัวของโครงการที่อยู่อาศัยระดับ Luxury จนถึง Ultra Luxury ในย่านนี้ที่มีมูลค่าสูงถึง 100 ล้านบาท
ย้ำย่านปิ่นเกล้า เพชรเม็ดงาม
ประเด็นที่น่าจับตามองคือ กำลังซื้อของคนในย่านปิ่นเกล้าที่มีความแข็งแกร่งอย่างมาก สะท้อนจากฐานข้อมูล The 1 ระบุว่า เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เป็นศูนย์การค้าที่มีลูกค้ากลุ่ม Wealth หรือสมาชิก The 1 Exclusive สูงถึง 5% ซึ่งติดอันดับ Top 5 ของประเทศในพอร์ตโฟลิโอของบริษัท และหากพิจารณาในแง่ยอดการใช้จ่าย พบว่ากลุ่มลูกค้าศักยภาพสูงนี้มียอดใช้จ่ายเฉลี่ยสูงถึง 5 ล้านบาทต่อคนต่อเดือน ครองอันดับ 3 ของกรุงเทพฯ และอันดับ 5 ของประเทศ
ดังนั้น ตัวเลขเหล่านี้จึงสะท้อนให้เห็นว่าปิ่นเกล้า คือ เพชรเม็ดงาม และเป็นทำเลทองที่มี Real Demand หนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่ง ครอบคลุมประชากรกว่า 3 ล้านคน ทั้งกลุ่มครอบครัวดั้งเดิมที่มีความมั่งคั่ง เจ้าของธุรกิจ บุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลชั้นนำกว่า 13 แห่ง และกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่ ที่พร้อมลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตของบุตรหลาน
ยกทัพ 500 แบรนด์ดัง-ร้านอาหาร
ด้าน นางสาวจุฑาธรรม จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวเสริมว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือการยกระดับทั้ง Ecosystem ภายใต้แนวคิด The New Soul of Pinklao โดยเบื้องต้นได้ดึงเอากลิ่นอายความคลาสสิกของสถาปัตยกรรมตะวันตกที่เป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของห้าง เช่น หลังคา เสา และรูปปั้นซีซาร์ ออกุสตุส มาตีความใหม่ให้มีความร่วมสมัย และโปร่งโล่งมากยิ่งขึ้น
เพื่อสร้างบรรยากาศที่เป็นมากกว่าสถานที่ช็อปปิ้ง แต่เป็น Urban Living Room หรือห้องรับแขกของคนเมือง โดยเฉพาะพื้นที่ชั้น 5 ที่ถูกเนรมิตให้เป็น Lifestyle Food Destination ในบรรยากาศสวน Outdoor และการปรับโฉม Gastronomy Hub ชั้น G ให้เป็นบรรยากาศ Terrace เชื่อมต่อกับซูเปอร์มาร์เก็ต เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การกินดื่มและการใช้ชีวิตของคนทุกเจเนอเรชั่น
ส่วนในด้านการบริหารจัดการพื้นที่เช่าและการคัดสรรสินค้า ได้ทำการ Curate Ecosystem ใหม่ทั้งหมด โดยมีการปรับเปลี่ยนแบรนด์สินค้า (Brand Mix) มากกว่า 500 แบรนด์ เพื่อให้สอดรับกับรสนิยมของลูกค้ากลุ่ม Top Tier Family และ New Wealth
โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การดึงร้านอาหารระดับแม่เหล็กกว่า 200 ร้าน ทั้งร้านระดับมิชลินและร้านดังที่เป็นกระแสเข้ามาเสริมทัพ อาทิ การเปิดตัวร้าน Hama Sushi และ Ootoya Oki ครั้งแรกในไทย, BBQ Plaza คอนเซ็ปต์ใหม่ที่เสิร์ฟเนื้อวากิวเฉพาะสาขานี้, รวมถึงร้านดังคิวยาวอย่าง Sushiro, Chicha San Chen และ Shabu Baru
นอกจากนี้ ในหมวดแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ยังได้รวบรวมแบรนด์ Bridge Line และ Sport Luxury ชั้นนำอย่าง Gentlewoman, Marrimekko, Nike, New Balance และ Uniqlo เข้ามาเติมเต็มความต้องการที่หลากหลาย รวมถึงโซน Wellness ที่รวมคลินิกความงามกว่า 72 แบรนด์ ซึ่งถือว่ามากที่สุดในย่าน เพื่อตอกย้ำความเป็น One-Stop Destination อย่างแท้จริง
ปรับโฉมดันยอดพุ่ง 30%
ดร.ณัฐกิตติ์กล่าวว่า ซึ่งผลลัพธ์หลังจากการทรานส์ฟอร์มในระยะแรกเริ่มส่งสัญญาณบวกอย่างชัดเจน โดยหลังจากดำเนินการปรับโฉมมาได้ประมาณ 2 เดือน พบว่ายอดขายในภาพรวมเติบโตขึ้นทันที 30% และมียอดผู้เข้าใช้บริการพุ่งแตะระดับ New High ที่ 80,000 คนต่อวัน จากเดิมอยู่ที่ประมาณ 70,000 คนต่อวัน
ซึ่งตัวเลขนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนความสำเร็จของการรีโนเวต แต่ยังยืนยันถึงความแข็งแกร่งของกำลังซื้อในย่านฝั่งธนฯ ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องสวนทางกับสภาวะเศรษฐกิจในบางภาคส่วน
ขณะที่ในมิติของการลงทุนและการเงิน เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ถือเป็นทรัพย์สินเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของกองทรัสต์ CPNREIT เปรียบเสมือนเครื่องจักรผลิตเงินสดที่มีรายได้มั่นคง ดังนั้น การทรานส์ฟอร์มครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการปรับปรุงศูนย์การค้า แต่เป็นการบริหารจัดการทรัพย์สิน เพื่อเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ให้สูงขึ้น
โดยทางบริษัทมีเป้าหมายที่จะเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ของกองรีทเป็น 2 เท่าภายในปี 2032 เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับผู้ถือหน่วยทรัสต์ ซึ่งการลงทุนครั้งนี้จึงเป็นการวางรากฐานระยะยาวที่มั่นคง เพื่อให้เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดค้าปลีกในกรุงเทพฯตะวันตก และเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การเติบโตของเซ็นทรัลพัฒนาต่อไป
28/1/2569 ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 28 มกราคม 2569 )