info@icons.co.th 02-810-8892-6 IP: 216.73.216.158
TH EN
 ข่าวสาร

เตรียมชง”ปราจีนบุรี” เป็นพื้นที่ EEC เพิ่ม เลขาธิการอีอีซี ย้ำมีโอกาส

ข่าวหมวดงานอุตสาหกรรม 23 พฤศจิกายน 2567 31ครั้ง
เตรียมชง”ปราจีนบุรี” เป็นพื้นที่ EEC เพิ่ม เลขาธิการอีอีซี ย้ำมีโอกาส

จุฬา เลขาธิการอีอีซี เผยสำหรับข้อเสนอ การเพิ่มจังหวัดปราจีนบุรี เป็นพื้นที่ EEC มีความเป็นไปได้สูงที่จะดำเนินการต่อ คาดว่าในกระบวนการสามารถดำเนินการได้ภายในปีหน้า ขณะที่ การออกบัตรส่งเสริมการลงทุนในอีอีซี ปี 2561 – ไตรมาส 3 ปี 2567 มีมูลค่า 1,731,625 ล้านบาท

นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก กล่าวบรรยายพิเศษเรื่อง EEC UPDATE ในงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 42 ว่า สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ The Eastern Economic Corridor (EEC) เป็นองค์กรต้นแบบของการพัฒนาไปสู่ประเทศไทยยุค 4.0 โดยมุ่งเป้าไปที่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ภายใต้แนวคิด “การสร้างสภาพแวดล้อมที่ครอบคลุมทุกมิติ”

โดยในปี 2560 รัฐบาลได้ริเริ่มโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เพื่อเป็นโครงการต้นแบบของการพัฒนาเชิงพื้นที่ โดยการต่อยอดการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก ครอบคลุมการพัฒนาพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา บนพื้นที่ 8.3 ล้านไร่ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จัดให้มีบริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จครบวงจร ตลอดจนจัดโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคที่มีประสิทธิภาพ ให้สอดรับกับการพัฒนาเมืองให้ทันสมัยเหมาะกับการอยู่อาศัยและประกอบกิจการ

การขับเคลื่อนแผนงาน EEC ที่ผ่านมา ได้จัดทำพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ.2561 และขับเคลื่อนแผนภาพรวมเพื่อการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยมีแผนปฏิบัติการพัฒนา 6 แนวทาง เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกได้อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่ระดับประเทศพัฒนาโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งขับเคลื่อน 5 Cluster อุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ ประกอบด้วย 1) อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ 2) อุตสาหกรรมดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ 3) อุตสาหกรรมยานยนต์ 4) อุตสาหกรรมเศรษฐกิจ BCG และ 5) อุตสาหกรรมบริการ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงเทรนด์การลงทุนโลก

กลไกการขับเคลื่อนการลงทุน EECO (The Eastern Economic Corridor Office of Thailand) โดยตั้งเป้าหมายกลไกขับเคลื่อนไปที่ Targeted investment (ทั้งเชิงพื้นที่และอุตสาหกรรมเป้าหมาย) Tailor-made incentives และ Total solutions for starting operations ทั้งนี้ มูลค่าการออกบัตรส่งเสริมการลงทุนในอีอีซี ปี 2561 – ไตรมาส 3 ปี 2567 มีมูลค่า 1,731,625 ล้านบาท โดย 5 ประเทศที่ได้รับการออกบัตรสูงสุดได้แก่ จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง และสหรัฐฯ ตามลำดับ ซึ่งมีการดำเนินการชักชวนนักลงทุนของ สกพอ. ซึ่งมีนักลงทุนทั้งหมด 139 ราย (ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2566 – 20 ก.ย. 2567) สร้างมูลค่าลงทุนรวมกว่า 2.4 แสนล้านบาท เป็นต้น

อย่างไรก็ดี การผลักดันเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ EEC เพื่อกิจการพิเศษ บนพื้นที่ประมาณ 19,744.69 ไร่ ทั้ง 7 เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่อกิจการพิเศษ เป็นการนำร่องพื้นที่ต้นแบบ หรือ Sandbox ที่ให้สิทธิประโยชน์แก่นักลงทุนและสนับสนุนการลงทุนในพื้นที่ EEC ได้แก่

1. เขตส่งเสริมรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน EECh (High – Speed Rail Ribbon Sprawl) เป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ EEC ที่เชื่อมโยงกรุงเทพมหานครกับการพัฒนาพื้นที่EEC เพิ่มความสะดวกในการเดินทางจากสนามบินอู่ตะเภาเข้าสู่กรุงเทพมหานครภายใน 1 ชั่วโมง

2. เขตส่งเสริมการแพทย์จีโมนิกส์ มหาวิทยาลัยบูรพา (บางแสน) EECg (Genomics Thailand) เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือส่งเสริมการลงทุน เพื่อให้เกิด “ศูนย์บริการทดสอบทางการแพทย์จีโนมิกส์” เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษการแพทย์และสุขภาพครบวงจร

3. เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล EECd (Digital Park)เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางการลงทุนและกำลังคนด้านดิจิทัล เป็นโครงสร้างพื้นที่สร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัล และส่งเสริมการลงทุนของธุรกิจดิจิทัลยุคใหม่

4. เขตส่งเสริมศูนย์นวัตกรรมการแพทย์ครบวงจร ธรรมศาสตร์ (พัทยา) EECmd (Medical Hub)เพื่อเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมส่งเสริมด้านนวัตกรรมการวิจัยขั้นสูง นวัตกรรมทางด้านการแพทย์ และการพัฒนาสุขภาพ เพื่อรองรับการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย

5. เขตส่งเสริมเมืองการบินภาคตะวันออก EECa (Eastern Airport City) เป็นสนามบินนานาชาติ เชิงพาณิชย์หลัก แห่งที่ 3 เชื่อมต่อกับ “ศูนย์กลางอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และ Logistics & Aviation” รวมถึงการเป็นศูนย์กลางของ “มหานครการบินภาคตะวันออก” ที่ครอบคลุมการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสนามบิน (พัทยาถึงระยอง) เชื่อมโยงเป็นส่วนขยายของกรุงเทพฯและปริมณฑลไปทางตะวันออก ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการบิน และประตูเศรษฐกิจสู่เอเชีย

6. เขตส่งเสริมศูนย์นวัตกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีบ้านฉาง EECtp (Tech Park Ban Chang) เพื่อสนับสนุนและรองรับงานวิจัยพัฒนา กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษดิจิทัล และส่งเสริมการถ่ายทอดความรู้ความเชี่ยวชาญจากผู้ประกอบการ

7. เขตส่งเสริมนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก EECi (Innovation) เป็นพื้นที่ที่มีระบบนิเวศนวัตกรรมที่เหมาะสม สร้างและสะสมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อช่วยยกระดับอุตสาหกรรมเดิม สร้างอุตสาหกรรมใหม่รองรับการค้าและการลงทุนด้านการวิจัยและนวัตกรรมด้านชีวภาพจากภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ

นายจุฬา กล่าวว่าอีกว่า สำหรับข้อเสนอ การเพิ่มจังหวัดปราจีนบุรี เป็นพื้นที่ EEC ซึ่งการศึกษาที่ผ่านมา พบว่าปราจีนบุรี มีความเหมาะสมมากที่สุด และมีความเป็นไปได้สูงที่จะดำเนินการต่อ เพราะสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมและการพัฒนาเมืองได้ โดยจะต้องมีการออกเป็นพระราชกฤษฎีกา ขยาย EEC ซึ่งคาดว่าในกระบวนการสามารถดำเนินการได้ภายในปีหน้า

โดยไม่ได้มองเฉพาะให้เกิดการลงทุนใหม่เท่านั้น แต่มีเป้าหมายปรับเปลี่ยนการลงทุนเดิม สู่อุตสาหกรรมใหม่สีเขียว โดยเฉพาะภาคบริการ เช่น บริการที่รองรับสังคมผู้สูงอายุ สุขภาพ การแพทย์ และการท่องเที่ยวคุณภาพสูง ถือว่าเป็นประโยชน์โดยเฉพาะในด้านพื้นที่ที่เพิ่มมากขึ้น เหมาะสมกับนักลงทุนระยะยาวที่ต้องการพื้นที่เยอะ จัดการระบบขนส่งได้ดีขึ้น และมีสาธารณูปโภคพร้อม

สำหรับ การกำหนด 28 เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ (ประกอบด้วย 26 นิคมอุตสาหกรรม และ 2 เขตรูปแบบคลัสเตอร์) เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ นิคมอุตสาหกรรมเอเพ็กซ์กรีน อินดัสเตรียล เอสเตท จ.ฉะเชิงเทรา บนพื้นที่ 2,191 ไร่ มูลค่าลงทุนรวม 64,511 ล้านบาทเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ หรือกิจการที่เกี่ยวเนื่องหรือเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ และ ศูนย์ธุรกิจ EEC เมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ จ.ชลบุรี บนพื้นที่ 5,795 ไร่ มูลค่าลงทุนรวม 534,985 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ อาทิ การแพทย์และสุขภาพครบวงจร การพัฒนาบุคลากรและการศึกษา ดิจิทัล การบินและ โลจิสติกส์ การแปรรูปอาหาร การท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและพัฒนา เป็นต้น

ในส่วนการพัฒนาบุคลากรให้ตรงตามอุปสงค์ของภาคอุตสาหกรรม (Demand Driven EEC Model) แบ่งเป็น 2 Model คือ หลักสูตรระยะยาว (ระดับอาชีวะ/มหาวิทยาลัย) ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างการเรียนรู้ด้านวิชาการและการปฏิบัติงานจริง และ หลักสูตรระยะสั้น (Re Skill & Up Skill) เพื่อให้การพัฒนากำลังคนสอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในปัจจุบัน รองรับการเติบโตและการลงทุนในพื้นที่ผ่านการขับเคลื่อนสถาบันการศึกษา โดยในปี 2567 มีจำนวนสถาบันการศึกษาที่ปรับหลักสูตรเป็น Demand Driven ทั้งหมดแล้ว 20 สถาบัน

ทั้งนี้ การขับเคลื่อนโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในพื้นที่ EEC ภายใต้เงินลงทุนรวม 682,944 ล้านบาท

ประกอบด้วย 4 โครงการขนาดใหญ่ ได้แก่

1. โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เชื่อมโยงการเดินทางระหว่าง สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินอู่ตะเภา ให้มีความรวดเร็วและสะดวกสบาย ด้วยความเร็ว 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง

2. โครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 เพิ่มขีดความสามารถในการรองรับตู้สินค้าเป็น 18 ล้านตู้ต่อปี และรถยนต์จำนวน 3 ล้านคันต่อปี พร้อมทั้งติดตั้งระบบจัดการตู้สินค้าแบบอัตโนมัติ (Automation) เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าของภูมิภาคอินโดจีน และประตูการค้าที่สำคัญของภูมิภาค พร้อมก้าวสู่การเป็นท่าเรือระดับโลก (World-Class Port)

3. โครงการสนามบินอู่ตะเภา โดยยกระดับสนามบินอู่ตะเภาเป็นสนามบินนานาชาติเชิงพาณิชย์หลัก แห่งที่ 3 เชื่อมสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ ด้วยรถไฟความเร็วสูง ทำให้ทั้ง 3 สนามบินสามารถรองรับผู้โดยสารรวมกันได้มากถึง 200 ล้านคนต่อปี (อยู่ระหว่างการแก้ไขสัญญาให้โครงการฯ สามารถดำเนินการต่อได้ และเสนอ ครม.เพื่อพิจารณาและเริ่มก่อนสร้างรถไฟในปี 2568)

4. โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและความจุในการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติและสินค้าเหลว สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ และเมื่อพัฒนาแล้วเสร็จ จะสามารถรองรับการขนส่งได้ 31 ล้านตันต่อปี

การส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกได้มีสิทธิประโยชน์การลงทุน EEC ดังนี้

ด้านภาษีและอากร อาทิ สิทธิได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิที่ได้จากการประกอบกิจการ สูงสุด 15 ปี , สิทธิได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิที่ได้จากการประกอบกิจการ ไม่เกิน 50% ของอัตราปกติ สูงสุด 10 ปี , สิทธิในการยกเว้น/ลดหย่อน จากการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร และสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับผู้ประกอบกิจการในเขตปลอดอากร คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือเขตประกอบการเสรี ฯลฯ เป็นต้น

ด้านการอำนวยความสะดวก อาทิ สิทธิในการถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินเพื่อการดำเนินธุรกิจหรืออยู่อาศัย, สิทธิในการถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดภายในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก , สิทธิในการนำคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักร , สิทธิในการทำงานของคนต่างด้าว (EEC Visa + EEC Work permit) , สิทธิในการทำธุรกรรมทางการเงินด้วยเงินตราต่างประเทศ และ ได้รับการอนุมัติใบอนุญาตซึ่งอยู่ภายใต้กฏหมาย 14 ฉบับโดยตรงจาก EEC ฯลฯ เป็นต้น

โฆษณา
โฆษณา
โฆษณา เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวงการก่อสร้าง ดูแพ็กเกจโฆษณา →
โฆษณา เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวงการก่อสร้าง ดูแพ็กเกจโฆษณา →