info@icons.co.th 02-810-8892-6
TH EN
 ข่าวสาร

EGCO 3 ปีลงทุน 9 หมื่นล้าน เร่งปรับองค์กรสแกน 100 บริษัทย่อย

ข่าวหมวดงานอุตสาหกรรม 24 พฤศจิกายน 2567 2ครั้ง
EGCO 3 ปีลงทุน 9 หมื่นล้าน เร่งปรับองค์กรสแกน 100 บริษัทย่อย

EGCO GROUP เปิดแผน Triple P เสริมแกร่งธุรกิจไฟฟ้า วางยุทธศาสตร์ 3 ปี (2568-2570) ตั้งงบฯลงทุน 90,000 ล้านบาท เร่งปิดดีล M&A โรงไฟฟ้าไทยและต่างประเทศ 2 โปรเจ็กต์ แย้มแผนจัดทัพองค์กรครั้งใหญ่ จ้างที่ปรึกษาทบทวนบริษัทย่อยที่มีร่วม 100 แห่ง รู้ผลต้นปี 2568

ดร.จิราพร ศิริคำ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group เปิดเผยว่า EGCO Group ประกาศขับเคลื่อนองค์กรเพื่อเพิ่มความสามารถในการสร้างรายได้และกำไร เน้นลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก และแสวงหาโอกาสลงทุนในธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง พร้อมรุกบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

Portfolio เสริมแกร่งธุรกิจไฟฟ้า

ปัจจุบัน EGCO มีกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นทั้งสิ้น 7,019 เมกะวัตต์ โดยมีกำลังการผลิตจากก๊าซธรรมชาติ 60%, พลังงานหมุนเวียนรวม 1,463 เมกะวัตต์ คิดเป็น 21% และถ่านหิน 19% ซึ่งเป็นโครงการในประเทศไทย 2,926 เมกะวัตต์ และต่างประเทศราว 4,000 เมกะวัตต์

นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง ได้แก่ บริษัท เอ็กโก เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส จำกัด “ESCO” ให้บริการงานเดินเครื่อง บำรุงรักษา วิศวกรรม ก่อสร้าง และการฝึกอบรมแก่โรงไฟฟ้าและโรงงานอุตสาหกรรมประเภทต่าง ๆ บริษัทโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค “CDI” ในอินโดนีเซีย ระบบขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ “TPN” โครงการนิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง “ERIE” บริษัทด้านการวิจัยเพื่อพัฒนานวัตกรรม “Innopower” และบริษัทเทคโนโลยีด้านการเงิน “Peer Power”

แผน Triple P 3 ปี 90,000 ล้าน

ในยุคของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน EGCO Group ได้ทบทวนและปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจระยะ 3 ปี (ปี 2568-2570) โดยตั้งงบฯลงทุนปีละ 30,000 ล้านบาท เน้นลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า ทั้งโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ ซึ่งมีความสำคัญต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในยุคเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ผ่านการลงทุนทั้งรูปแบบ M&A และ Greenfield ตลอดจนแสวงหาโอกาสลงทุนในธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง โดยต่อยอดการลงทุนในประเทศที่มีฐานธุรกิจอยู่แล้ว 8 ประเทศ ได้แก่ ไทย, สปป.ลาว, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, ออสเตรเลีย, เกาหลีใต้, ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ EGCO มีเป้าหมายสร้างความแข็งแกร่ง 3 ด้าน ได้แก่ การเพิ่มความสามารถในการสร้างรายได้และผลกำไรอย่างยั่งยืน การบรรลุเป้าหมายองค์กรคาร์บอนต่ำ และการปรับเปลี่ยนองค์กรเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต ผ่านกลยุทธ์ Triple P 3 ด้าน ได้แก่

Profitability and Performance Energizing เพิ่มความสามารถในการสร้างรายได้และผลกำไรให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพทางการเงิน เพื่อดูแลอัตราส่วนหนี้สินและรักษาอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัท ตลอดจนให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ถือหุ้น ด้วยนโยบายการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ

Power and Energy-Related Focus เน้นลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า ทั้งโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ และโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ผ่านการลงทุนทั้งรูปแบบ M&A และ Greenfield ตลอดจนแสวงหาโอกาสลงทุนในธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง

Portfolio and People Management บริหารจัดการพอร์ตการลงทุนและทรัพยากรบุคคลให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมุ่งเน้นสร้างความเป็นเลิศในกระบวนการดำเนินงาน (Operational Excellence) ให้ความสำคัญกับการบริหารสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ เพื่อนำรายได้ไปแสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ (Asset Recycling) ที่จะสร้างการเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในระดับสากล

“EGCO Group เชื่อมั่นว่า กลยุทธ์ Triple P จะตอบโจทย์การเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืนในทุกมิติ และบรรลุเป้าหมายเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำทั้ง 3 ระยะ ได้แก่ เป้าหมายระยะสั้น ภายในปี 2573 เพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็น 30% ของกำลังผลิตทั้งหมด เป้าหมายระยะกลาง ภายในปี 2583 มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และเป้าหมายระยะยาว ภายในปี 2593 จะบรรลุการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon)” ดร.จิราพรกล่าว

Yunlin จ่ายไฟครบ 640 MW

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2567 มีกำไรจากการดำเนินงาน 3,604 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 2,463 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการของโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในต่างประเทศ ในขณะที่ 9 เดือนแรกของปี 2567 มีกำไรจากการดำเนินงาน 7,014 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 5,518 ล้านบาท ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนมาจากโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในต่างประเทศ และกลุ่มโรงไฟฟ้าในสหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ EGCO Group ยังสามารถผลักดันโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างให้มีความก้าวหน้าตามเป้าหมาย โดยเฉพาะ Yunlin ที่ติดตั้งเสากังหัน (Monopiles) และกังหันลม (Wind Turbines-WTGs) ครบ 80 ต้นเรียบร้อยแล้ว และได้จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบแล้วทั้งสิ้น 68 ต้น คิดเป็น 544 เมกะวัตต์ บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบครบ 640 เมกะวัตต์ ภายในสิ้นปี 2567

ส่วนโครงการนิคมอุตสาหกรรมเอ็กโก ระยอง บริษัทอยู่ระหว่างการก่อสร้างทางเข้านิคม ซึ่งนิคมดังกล่าวชูจุดเด่นเป็นนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะสีเขียว เป้าหมายเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้ไฟจำนวนมาก เช่น เทคโนโลยี และ Data Center

ปิดดีล M&A คาดเสร็จ Q1/68

ในปี 2568 บริษัทคาดว่าจะมีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตสำคัญมาจากโครงการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ประกอบด้วย การรับรู้รายได้เต็มปีจากโครงการที่เข้าลงทุนในปี 2567 ได้แก่ โรงไฟฟ้า Compass และจากการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้า EGCO Cogeneration ส่วนขยาย จ.ระยอง, การรับรู้รายได้จากการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบของโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง Yunlin ในไต้หวัน จำนวน 640 เมกะวัตต์ (EGCO ถือหุ้น 26.56%),

การรับรู้รายได้จากการขายโครงการพลังงานหมุนเวียนและการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบของ APEX ในสหรัฐอเมริกา จากการขายโครงการ และจาก 8 โครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง และมีแผนก่อสร้างเสร็จภายในปี’67-68 เช่น Downeast Wind ในสหรัฐอเมริกา คาด SCOD ในไตรมาส 4/67, Timbermill Wind สหรัฐอเมริกา คาด COD ในไตรมาส 4/67, Wheatsborough Solar สหรัฐอเมริกา คาด COD ในไตรมาส 1/68, การเจรจาสัญญาซื้อขายไฟฟ้าใหม่ของโรงไฟฟ้า Quezon ในฟิลิปปินส์ ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดสัญญา คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปี 2567

ขณะเดียวกัน บริษัทได้เดินหน้าปิดดีลโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ในรูปแบบ M&A ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลักและพลังงานหมุนเวียน ซึ่งจะสามารถรับรู้รายได้ทันที โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจาอยู่จำนวน 2 ดีล แบ่งเป็น 1 ดีลในประเทศ ถือหุ้นราว 30% ตามสัดส่วนการถือหุ้น ขนาดกำลังการผลิต 500 เมกะวัตต์ ใช้เงินลงทุนราวหมื่นล้านบาท และอีก 1 ดีลในต่างประเทศ และอยู่ระหว่างเจรจาในสหรัฐอีก 1-2 โครงการ คาดจะชัดเจนและได้ข้อสรุปภายในไตรมาส 1 ปี 2568

สำหรับแผนพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) นั้น เป็นขั้นตอนการดำเนินงานของภาครัฐและ กฟผ. ซึ่ง EGCO เป็นบริษัทที่มี กฟผ.เป็นผู้ถือหุ้น หาก กฟผ.ต้องการความช่วยเหลือหรือสนับสนุน EGCO ก็พร้อมที่จะเข้าไปดำเนินการสนับสนุนอย่างเต็มที่

ปรับองค์กรทบทวน 100 บริษัทย่อย

น.ส.จิราพรกล่าวว่า ในปี 2567 เป็นปีที่บริษัทได้ศึกษายุทธศาสตร์และมีทิศทางการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก ทำให้มีการศึกษาปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร และเตรียมทบทวนบริษัทย่อยที่อยู่ในเครือกว่า 100 บริษัท แบ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจแล้ว 50 บริษัท และบริษัทที่จดทะเบียนไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้เปิดดำเนินการอีก 50 บริษัท ซึ่งได้จ้างบริษัทที่ปรึกษามาทบทวนความเหมาะสมของธุรกิจ คาดว่าจะแล้วเสร็จไตรมาส 1 ปี 2568

โฆษณา
โฆษณา
โฆษณา เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวงการก่อสร้าง ดูแพ็กเกจโฆษณา →
โฆษณา เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวงการก่อสร้าง ดูแพ็กเกจโฆษณา →