info@icons.co.th 02-810-8892-6
TH EN
 ข่าวสาร

‘ซีแอนด์จี’ ผุดอีก 2 โรงกำจัดขยะ วอนรัฐแยกออกจากแผน PDP หวั่นล่าช้า

ข่าวหมวดโรงไฟฟ้า 20 ตุลาคม 2568 5ครั้ง
‘ซีแอนด์จี’ ผุดอีก 2 โรงกำจัดขยะ วอนรัฐแยกออกจากแผน PDP หวั่นล่าช้า

“ซีแอนด์จี” ลุยโครงการกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มอีก 2 แห่ง คือ หนองแขม 2 และอ่อนนุช คาดสร้างเสร็จ พร้อมเดินเครื่อง พ.ย. 69 เผยรวม 3 โรง กำจัดขยะ กทม.ได้ถึง 2.5 พันตันต่อวัน เอามาผลิตไฟได้ 75 เมกะวัตต์ แต่ยังไม่พอรับมือขยะล้น กทม. วอนรัฐแยกโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากขยะออกจากแผน PDP โยกให้มหาดไทยจัดการ แล้วค่อยเสนอผ่าน กพช. เพื่ออนุมัติซื้อไฟเป็นรายโครงการแทน

นายเหอหนิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเทคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากที่บริษัทลงทุนตั้งโรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อมหนองแขม (หนองแขม 1) กำจัดขยะมูลฝอยปริมาณ 500 ตัน/วัน และสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 10 เมกะวัตต์ มานานถึง 10 ปี แต่จำนวนขยะมูลฝอยที่เกิดในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังคงมีจำนวนมากและเกินความสามารถในการบริหารจัดการ

บริษัทจึงลงทุนเพื่อสร้างโครงการกําจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้ หรือโรงกำจัดขยะหนองแขม 2 ขึ้นมาอีกแห่ง ตั้งอยู่ภายในศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม เขตหนองแขม ขนาดพื้นที่ 30 ไร่ จะรับขยะมูลฝอยเข้ามากำจัด 1,000 ตัน/วัน (TOR กำหนด 1,600 ตัน/วัน จากปริมาณขยะที่จะเกิดขึ้นในอนาคต) ด้วยวิธีการเผาไหม้ กำลังผลิตไฟฟ้า 35 เมกะวัตต์ ขณะนี้โครงการก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วกว่า 75% และได้ทดสอบแรงดันของหม้อต้มไอน้ำชุดที่ 1 และชุดที่ 2 เสร็จสิ้นแล้ว คาดว่าโครงการก่อสร้างจะแล้วเสร็จตามสัญญาเดือนพฤศจิกายน 2569

การตัดสินใจลงทุนครั้งนี้ เป็นไปตามแผนพัฒนาการกำจัดขยะของกรุงเทพมหานคร โดยการนำขยะมาเปลี่ยนเป็นพลังงาน เพื่อลดปริมาณการกำจัดขยะด้วยวิธีการฝังกลบ มาเป็นรูปแบบของโครงการจ้างเหมาเอกชนกำจัดมูลฝอยด้วยระบบเตาเผา

โดยขยะมูลฝอยจะถูกจัดเก็บและนำมาเทในบ่อรับขยะภายในอาคารระบบปิด 3-5 วัน เพื่อให้ความชื้นลดลง 35% จากนั้นจะใช้เครนคีบขยะเข้าสู่เตาเผาแบบตะกรับ หรือ Stoker Type ควบคุมความร้อนให้คงที่ประมาณ 850-1,100 องศาเซลเซียส โดยนำความร้อนไปต้มน้ำเกิดเป็นไอน้ำแรงดันสูงผ่านตัวขับเคลื่อน (Turbine) เปลี่ยนพลังงานกลให้เกิดเป็นพลังงานไฟฟ้าด้วยเครื่องกำเนิดไฟฟ้า โดยระยะเวลาของโครงการ 20 ปี

“เราเป็นนักลงทุนจีนที่ใช้เทคโนโลยีที่เรียกได้ว่าญี่ปุ่นเองก็ต้องมาดูงาน มีหลายคนอยากมาถือหุ้นกับเรา รวมถึงการไฟฟ้านครหลวง ซึ่งยังรอการเจรจากันอยู่ ซึ่งเราเข้ามาลงทุนในไทยเพราะเมื่อปี 2560 กรุงเทพมหานครจะเริ่มทำโรงกำจัดขยะใหม่ 2 แห่งขนาด 2,000 ตัน/วัน ตอนนั้นโรงแรกสำเร็จแล้ว เราก็ยื่นประมูลเอาโครงการหนองแขม 2 และอ่อนนุชเพิ่มเข้ามา ใช้เงินประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท ซึ่งเราใช้วิธีการกู้จาก Bank of China และใช้โรงหนองแขม 1 มาค้ำประกัน เราใช้เวลาถึง 5 ปีกว่าจะได้โครงการนี้มา”

ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีโรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อมหนองแขม เป็นโรงงานต้นแบบ 1 แห่ง ที่รับขยะมูลฝอยใน 6 เขต จาก 50 เขตของกรุงเทพฯ เพื่อเผาทำลาย 500 ตัน/วัน ผลิตไฟฟ้า 9.8 เมกะวัตต์ เปิดดำเนินการมากว่า 10 ปี ตั้งอยู่ภายในศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม ถนนพุทธมณฑลสายสาม เขตหนองแขม

ดังนั้นในปี 2569 กรุงเทพมหานครจะมีโรงกำจัดขยะด้วยวีธีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าอย่างน้อย 3 แห่ง ภายในศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม 2 แห่ง และศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช 1 แห่ง กำจัดขยะมูลฝอย 2,500 ตัน/วัน สามารถผลิตไฟฟ้า 75 เมกะวัตต์ ช่วยลดปริมาณขยะมูลฝอยที่ต้องนำไปฝังกลบในจังหวัดใกล้เคียงได้มากถึง 25% ด้วยเทคโนโลยีจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่ทันสมัย ลดระยะเวลาก่อสร้าง ลดมลพิษ มีใบมีดเพื่อกำจัดขยะเพื่อลดความชื้น โดยมีอัตราการรับกำจัดขยะที่ประมาณ 700 บาท/ตัน ซึ่งนับว่าต่ำกว่าอัตราในต่างประเทศค่อนข้างมาก

“เราคือโรงกำจัดขยะที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ เป้าหมายคือการกำจัดขยะ ไฟฟ้าเป็นผลพลอยได้ และประเทศไทยยังเป็นประเทศที่น่าลงทุนเพราะได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐอย่างดี แม้จะช้าบางเรื่องแต่ทุกอย่างมั่นคง แม้ปัญหาบางครั้งจะมาจากการเมือง แต่เราพอรับได้ ซึ่งเราก็มีลงทุนแค่ที่จีนกับไทย ส่วนที่ลาวกับอินโดนีเซียเป็นโรงไฟฟ้าจากเขื่อน ที่มาเลเซียเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหิน

อย่างไรก็ตาม อยากให้รัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับพลังงาน ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาโครงการใหม่อีกกว่า 20 โครงการ บางโครงการประมูลเสร็จแล้วแต่ยังขายไฟไม่ได้ เพราะ กกพ.ยังไม่ประกาศ ดังนั้น จึงอยากให้กระทรวงพลังงานพิจารณาให้ดึงโครงการพลังงานไฟฟ้าจากขยะมูลฝอยออกจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) เพราะ PDP ล่าช้า คลอดยาก

ขณะที่ขยะเกิดทุกวัน ถ้าไม่รีบจัดการมันก็เป็นปัญหา เมื่อใดที่ทางมหาดไทยศึกษาเสร็จ ก็ให้ไปเสนอที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อให้มีมติสั่งให้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ไปจัดซื้อรายโครงการก็ได้ ซึ่งหากทำแบบนี้ จะทำให้เกิดโครงการที่มีศักยภาพมากขึ้น ขยะมูลฝอยในประเทศไทยจะได้ลดน้อยลงด้วยการเปลี่ยนขยะเป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลรับซื้อในอัตราที่ 3.66 บาท/หน่วย บวกอัตราเงินเฟ้อ (3.8 บาท/หน่วย เมื่อ COD) ซึ่งเป็นอัตราที่ไม่สูงมาก จูงใจนักลงทุน”

โฆษณา
โฆษณา
โฆษณา เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวงการก่อสร้าง ดูแพ็กเกจโฆษณา →
โฆษณา เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวงการก่อสร้าง ดูแพ็กเกจโฆษณา →