The Residences at Dusit Central Park เปิดห้องตัวอย่าง 3 สไตล์จาก 3 แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ พาร์ทเนอร์คู่ใจ นำเสนอทางออกแต่งแต่งบ้านอย่างมีสไตล์จากดีไซน์ชั้นนำ โชว์ยอดขาย 94% พร้อมโอนและทยอยส่งมอบสิ้นปีนี้เป็นต้นไป คาดเพนท์เฮาส์ชั้น 69 ราคาขายแตะ 500,000 บาทต่อตารางเมตร
เนื้อหอมสุด ๆ สำหรับศูนย์การค้าดุสิต เซ็นทรัล พาร์ก และสวนดุสิต อรุณ ณ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ก ภายใต้โครงการมิกซ์ยูส (Mixed-use) ของดุสิตธานี ที่ทยอยเปิดใช้งานและได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม “ละเอียด โควาวิสารัช” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิมานสุริยา จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับสวนดุสิต อรุณฯ ได้รับกระแสตอบรับดีเกินความคาดหมาย มีคนเข้าใช้งานกว่า 3,000 คนต่อวัน
ขณะที่พื้นที่ออฟฟิศที่บริหารโดยบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ได้ทยอยเปิดให้บริการตั้งแต่ต้นปี 2568 และบางส่วนได้เปิดใช้งานพร้อมกับศูนย์การค้าฯ เมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา ขณะเดียวกันสิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการก็เริ่มสวยงามและสมบูรณ์มากขึ้น
ส่วนพาร์ทที่หลายคนเฝ้าจับตามองกับ The Residences at Dusit Central Park “ละเอียด” อัปเดตว่า โครงการอสังหาฯระดับอัลตราลักเซอรี ในพื้นที่ Super Core CBD ย่านพระราม 4 – สีลมแห่งนี้ เหลือเพียงการก่อสร้างชั้นสุดท้ายซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในต้นปีหน้า ขณะนี้มียอดขายแล้วกว่า 94% แบ่งเป็นยอดขายจากคนไทย 75% และต่างชาติ 25% ส่วนใหญ่เป็นอเมริกัน ยุโรป และสัญชาติจีน-อเมริกัน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มทยอยส่งมอบและโอนที่พักอาศัยในช่วสิ้นปีนี้ไปจนถึงต้นปี 2569
สำหรับรายละเอียด โครงการนี้เป็นรูปแบบการขายแบบสิทธิการเช่าระยะยาว (Leasehold) อายุการเช่า 30+29.5 ปี ประกอบด้วย 1 อาคารที่แบ่งเป็น 2 คอนเส็ปต์ ได้แก่ 1. Dusit Parkside ตั้งแต่ชั้น 9 ไปจนถึงชั้น 29 และ 2. Dusit Residences ที่พักอาศัยสไตล์ Classic Luxury ตั้งแต่ชั้น 30 ไปจนถึงชั้น 69 โดยมี Residents’ Private Garden พื้นที่สีเขียวร่มรื่นของลูกบ้านที่เชื่อมต่อกับสวนดุสิตอรุณ
นอกจากการพัฒนาโครงการตามมาตรฐาน LEED Gold v4.1 Residence Multi-Family เป็นที่แรกของอาเซียน เพื่อให้ลูกบ้านมั่นใจได้ถึงคุณภาพชีวิตที่ดีครบทุกมิติ ทั้งคุณภาพอากาศ ความสะอาด ความเป็นส่วนตัว และความสบายในการพักอาศัย จุดเด่นของโครงการนี้ คือ มีพื้นที่สีเขียวทั้งหมด 3 แห่ง สำหรับลูกบ้าน Dusit Parkside มีพื้นที่สีเขียวอยู่ที่ชั้น 29 และลูกบ้าน Dusit Residences จะใช้บริการพื้นที่สีเขียวชั้น 46 และมีพื้นที่สีเขียวส่วนกลางอยู่ที่ชั้น 8 เพื่อให้ลูกบ้านทั้งโครงการใช้ร่วมกัน และพื้นที่จอดรถติดกับที่พักอาศัยจำนวน 7 ชั้น
ห้องตัวอย่าง จาก 3 พาร์ทเนอร์ที่ไว้ใจได้
ซึ่งนอกจากการใส่ใจคุณภาพชีวิตของลูกค้าแล้ว ล่าสุดได้ร่วมมือกับ 3 พาร์ทเนอร์แบรนด์เฟอร์นิเจอร์หรูชั้นนำของประเทศ ได้แก่ Arkitektura และ Euro Creations และแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่โดดเด่นในด้านดีไซน์อย่าง Muse Design ร่วมถ่ายทอดมุมมองการใช้ชีวิตไลฟ์สไตล์ผ่านการออกแบบและตกแต่งห้องตัวอย่าง 3 ยูนิต 3 คอนเซปต์ เพื่อเป็นแนวทางในการตกแต่งที่พักอาศัยใฟ้เห็นผ่านพื้นที่ของห้องจริง
“กรกช เจริญปลั่ง” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายขาย, การตลาด และลูกค้าสัมพันธ์ บริษัท วิมานสุริยา จำกัด กล่าวว่า โครงการouhพัฒนาขึ้นจากความตั้งใจที่จะสร้างประสบการณ์การพักอาศัยที่เหนือระดับและจับต้องได้จริง ด้วยความเป็น Branded Residences มาตรฐานสูง ที่สะท้อนประสบการณ์เกือบ 60 ปีของดุสิตธานี และทราบว่า Real Gracious Hospitality คืออะไร ทำให้โครงการออกแบบครอบคลุมทุกด้านของการใช้ชีวิตทั้งที่พักอาศัย การบริการ และไลฟ์สไตล์
“พิมพ์ฐิพร ภูมิภูวนันท์” ผู้อำนวยการฝ่ายโครงการและผลิตภัณฑ์ บริษัท อาร์คิเทคทูรา จำกัด กล่าวว่า ดีไซน์ของเราสำหรับห้อง Show Residences 2 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 85 ตร.ม. ได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบของดุสิตธานี โทนสีกลางที่มีหลากหลายเฉดดูมีชีวิตชีวาที่ตัดกันอย่างนุ่มนวลและลงตัว ผ่านการคัดสรรเฟอร์นิเจอร์จาก Poliform แบรนด์อิตาลีที่มีชื่อเสียงด้านดีไซน์ร่วมสมัย โดดเด่นด้าน System furniture และ Loose furniture ในการสร้างบรรยากาศ สรรค์สร้างให้เป็นห้องที่เรียบหรูสง่างามและใช้งานได้จริง
นอกจากนี้ ยังเลือกใช้ SAFAVIEH แบรนด์พันธมิตรระดับโลกเพื่อเติมเต็มมิติแห่งสัมผัสด้วยพรมและเครื่องปูพื้นที่ถักทออย่างประณีต และโคมไฟเสริมสร้างบรรยากาศงดงามน่าหลงใหลยิ่งขึ้นจากแบรนด์ Visual Comfort
ด้าน “อานันท์ อมรรัตนเวช” รองประธานกรรมการ บริษัท ยูโร ครีเอชั่นส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มุมมองการออกแบบของเราสะท้อนผ่านนิยามความเชื่อมั่นที่ว่า คุณภาพชีวิตที่ดีเริ่มต้นจากสภาพแวดล้อมที่งดงาม” เราจึงสร้างสรรค์พื้นที่ใช้สอยที่ผสมผสานเอกลักษณ์ของผู้ใช้งานและความงดงามของศิลปะเข้าด้วยกัน
พื้นที่เหล่านี้จะสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตและเป็นจุดเริ่มต้นที่ผู้ใช้งานได้เป็นตัวเองในแบบที่ดีที่สุด เราออกแบบ 2 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 115 ตร.ม. ภายใต้แนวคิด Timeless Sophistication ที่สะท้อนความสงบและผ่อนคลาย เรียบง่ายแต่มีเอกลักษณ์ บ่งบอกถึงตัวตนสง่างามเหนือกาลเวลา พร้อมมอบ well-being ให้ผู้พักอาศัย เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ระดับ World-Class Brands จากอิตาลี
และคัดสรรอย่างพิถีพิถันในทุกรายละเอียดผสมผสานงานเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ชั้นยอดจากแบรนด์ชั้นนำ อาทิ Molteni&C ที่มีชื่อเสียงด้านงานหัตถศิลป์, Cassina ไอคอนของการออกแบบสมัยใหม่, Giorgetti ผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้ดีไซน์เหนือกาลเวลา และ Gallotti & Radice แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่มีเอกลักษณ์ด้านการผสมผสานแมททีเรียลอย่างกระจก แก้วคริสตัล เหล็ก และไม้
ขณะที่ “สรวุฒิ เติมวิริยะกุล” ผู้ก่อตั้งบริษัท มิวส์ ดีไซน์ จำกัด กล่าวว่า เราได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากการมาบรรจบกันระหว่างวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกผสมผสานกับความเชื่อว่า ศิลปะและธรรมชาติคือความสวยงามคู่ขนาน
การออกแบบพื้นที่ 1 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 55 ตร.ม. จึงมีการหยิบยกวัสดุธรรมชาติ รูปทรง และพื้นผิวที่หลากหลายมาใช้ นอกจากนั้ยังออกแบบและสร้างสรรค์เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นอย่างประณีต โดยงานทุกชิ้นที่ใช้ที่ในห้องนี้เกือบทั้งหมดเป็นงานทำมือ (Handcraft) ตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกวัสดุ ไปจนถึงการขึ้นรูป ประกอบและเก็บรายละเอียดของชิ้นงาน
วางเป้าขายเพนท์เฮาส์ 500 ล้าน
ส่วนความคืบหน้าด้านการจับจอง “กรกช ” เปิดเผยว่า เป้าหมายยอดขายในปีนี้วางไว้ที่ 95% จากยูนิตทั้งหมดเพื่อเหลือบางยูนิตเปิดให้ลูกค้าได้เห็นห้องจริง แต่หากดีมานด์สูงพอก็อาจขายหมดในปีนี้ ซึ่งคาดว่าอาจเกิดขึ้นจากที่สวนดุสิต อรุณฯ และศูนย์การค้าถูกเปิดใช้งานและผู้คนได้เห็นการใช้ชีวิตในพื้นที่เหล่านั้น
ส่วนราคาแต่ละยูนิต “กรกช” กล่าวว่า หลายยูนิตตอนนี้ราคาเกิน 400,000 บาทต่อตร.ม. ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และยูนิตที่เหลือเป็นรูปแบบ 2 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 85 ตร.ม. และ 158 ตร.ม. ขณะที่เพนท์เฮาส์จำนวนทั้งหมด 7 ยูนิต เหลือเพียง 5 ยูนิต เป็นขนาด Duplex พื้นที่ใช้สอยกว่า 400 ตร.ม. และขนาดใหญ่ที่สุด พื้นที่ใช้สอย 910 ตร.ม. ซึ่งคาดว่า ราคาอาจแตะ 500,000 บาทต่อตร.ม. รวมเป็นราคาขายต่อยูนิตอยู่ที่ 500 ล้านบาท ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีการเปิดขาย
