อสมท งัดที่ดิน 3 ทำเลทอง ย่านพระราม 9-บางไผ่ มูลค่า 1 หมื่นล้าน ดึงเอกชนเช่า 30 ปี พัฒนาเชิงพาณิชย์ สร้างรายได้ เผยแปลงเด็ด 50 ไร่ รัชดา-พระราม 9 เนื้อหอม 10 บิ๊กอสังหาฯสนใจพรึ่บ ทั้งเซ็นทรัล ศุภาลัย เมเจอร์ฯ เตรียมขายทีโออาร์ มี.ค.นี้
น.ส.สุนทรียา วงศ์ศิริกุล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานการเงิน และปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน (CFO) บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า อสมทได้นำที่ดิน 3 แปลง มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท ออกมาให้เอกชนเช่า 30 ปี พัฒนาโครงการ เพื่อสร้างรายได้ และคาดว่าภายในปี 2571 จะมีรายได้จากการเช่าที่ดินประมาณ 25-30% และจะเป็นปีที่ อสมท จะไม่มีผลประกอบการที่ขาดทุน
โดยแปลงแรกที่กำลังดำเนินการ คือ ที่ดินย่านรัชดา-พระราม 9 เนื้อที่กว่า 50 ไร่ คิดเป็นมูลค่าทรัพย์สิน 9,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ได้จัดประชุมรับฟังข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็น (Market Sounding) นักลงทุนและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยมีนักลงทุนเข้าร่วมกว่า 40 ราย ในจำนวนนี้มีบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ 10 รายที่เข้าร่วม เช่น บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เป็นต้น
“เราเปิดให้นักลงทุนเสนอการพัฒนาโครงการ โดยไม่จำกัดรูปแบบธุรกิจ ทั้งมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ หรือศูนย์พาณิชยกรรมในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งอาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า โรงแรม เราดูแค่เรื่องค่าเช่าและผลตอบแทนที่จะได้รับตลอด 30 ปี คาดว่าเปิดขายเอกสารทีโออาร์เดือนมีนาคม ยื่นข้อเสนอเดือนพฤษภาคม ประกาศผลผู้ได้รับสิทธิการเช่าเดือนตุลาคมและเซ็นสัญญาเดือนพฤศจิกายนนี้”
น.ส.สุนทรียากล่าวว่า สำหรับเอกชนที่สนใจต้องเป็นนิติบุคคลสัญชาติไทย หรือกิจการร่วมค้าที่มีผู้ถือหุ้นไทยไม่น้อยกว่า 51% จดทะเบียนมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี และต้องมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วและส่วนของผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท โดยเอกชนที่ได้สิทธิเช่าต้องจ่ายค่าแรกเข้า (Upfront Fee) ค่าเช่ารายปี โดยค่าเช่าจะปรับเพิ่ม 10% ทุก 3 ปี รวมถึงส่วนแบ่งรายได้แบบมี Minimum Guarantee
ทั้งนี้ มีความมั่นใจว่าจะมีเอกชนสนใจลงทุนพัฒนาโครงการ เนื่องจากแปลงที่ดินอยู่ในทำเลมีศักยภาพสูง ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจ ใกล้ถนนรัชดาภิเษก ด้านทิศเหนือติดศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย และกระทรวงวัฒนธรรม ด้านทิศใต้ติดถนนเทียมร่วมมิตร ด้านทิศตะวันออกติดลำชวดกระทุ่มโพง ด้านทิศตะวันตกติดที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย และศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ยังอยู่ใกล้สถานีร่วมของรถไฟฟ้า 2 สาย ได้แก่ สายสีส้มช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี และสายสีน้ำเงินช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค
นอกจากนี้ ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่จะประกาศใช้ในปี 2570 ยังปรับการใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณดังกล่าวจากสีน้ำตาล (ย.9-5) ประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นมากและพื้นที่สีส้ม (ย.6-16) ประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง เป็นพื้นที่สีแดง (พ.7-4) ประเภทพาณิชยกรรม ทำให้มีอัตราส่วนพื้นที่ก่อสร้างต่อพื้นที่ดิน (FAR) เพิ่มเป็น 8:1 ส่งผลให้ราคาที่ดินปรับขึ้น 20%
“ที่ผ่านมา อสมท ได้นำที่ดิน 50 ไร่ ออกจัดหาประโยชน์ โดยการให้เช่าเป็นที่พักดิน และไซต์ก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีส้มฝั่งตะวันตก และเร็ว ๆ นี้ จะใช้เป็นพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรม Music Festival งานเทศกาลและงานดนตรีระดับโลก แต่หากสุดท้ายแล้ว ไม่มีเอกชนสนใจ เราคงต้องนำข้อมูลมาปรับปรุงและเปิดประมูลใหม่ เพราะ อสมท ไม่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้“ น.ส.สุนทรียากล่าว
น.ส.สุนทรียากล่าวว่า สำหรับอีก 2 แปลงที่จะดำเนินการ มีมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท ประกอบด้วย ที่ดินบริเวณสถานีเครื่องส่งหนองแขม 40 ไร่ และที่ดินย่านบางไผ่ ถนนพุทธมณฑลสาย 2 ซอย 11 เป็นสถานีเครื่องส่งวิทยุ AM เดิม เนื้อที่กว่า 59 ไร่ โดย อสมท มีแผนจะเปิดให้ผู้สนใจเช่าเพื่อนำไปพัฒนาเชิงพาณิชย์ต่อจากแปลงรัชดา-พระราม 9
