“ลัคกี้ สุกี้” เชื่อตลาดสุกี้-ชาบูบุฟเฟต์ 4 หมื่นล้านโตแรง สปีดสาขากรุงเทพฯ-ต่างจังหวัดเพิ่ม 25-30 สาขา โฟกัสปักธงจังหวัดใหม่ 14-15 จังหวัดชิงทำเล-ฐานลูกค้าก่อนคู่แข่ง พร้อมโมเดลใหม่ “ลัคกี้ มาร์เช่” ชูจุดเด่นเมนูอาหาร-เครื่องดื่มพิเศษ เจาะคนรุ่นใหม่ ก.พ.-มี.ค.นี้ปูพรม 4 สาขารวด มั่นใจยอดขายรวมปี’69 ทะลุ 3,500 ล้านบาท
นายวิรัตน์ โรจยารุณ กรรมการบริหาร บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด ผู้บริหารแบรนด์ ลัคกี้ สุกี้ และ ลัคกี้ บาร์บีคิว กล่าวว่า ปี 2569 นี้แม้ผู้บริโภคจะใช้จ่ายอย่างรอบคอบมากขึ้น แต่ภาพรวมอุตสาหกรรมร้านอาหารไทยในปี 2569 ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องประมาณ 4.6% เป็นประมาณ 660,000 ล้านบาท
ส่วนตลาดร้านสุกี้-ชาบูในประเทศไทย คาดว่ามีมูลค่าประมาณ 35,000-40,000 ล้านบาท และเติบโตในอัตรา 5-8% ต่อปี โดยรูปแบบที่เติบโตเด่นคือ บุฟเฟต์ที่เน้นความคุ้มค่า, มีเมนูหลากหลาย และมอบประสบการณ์มากกว่าราคาถูกเพียงอย่างเดียว
เนื่องจากผู้บริโภคมีเงื่อนไขการตัดสินใจรอบคอบมากขึ้น โดยนอกจากปัจจัยราคาแล้ว ยังให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าอย่างคุณภาพวัตถุดิบ ความหลากหลายของเมนู ทั้งเมนูหลัก, อาหารทานเล่น และเครื่องดื่มมากขึ้น เช่นเดียวกับประสบการณ์การใช้บริการ เช่น ความรวดเร็ว, บริการของพนักงาน ไปจนถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การจัดการอาหารเหลือทิ้ง
ต่างจังหวัดสมรภูมิใหม่
นอกจากพฤติกรรมผู้บริโภคแล้ว การชิงทำเลในต่างจังหวัดจะเป็นรูปแบบแข่งขันสำคัญของธุรกิจร้านสุกี้-ชาบู หลังตลาดมีผู้เล่นจำนวนมากทั้งรายเดิมและรายใหม่ที่เพิ่มเข้ามา พร้อมกับเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ทำให้พื้นที่ต่างจังหวัดทั่วประเทศยังมีช่องว่างที่ร้านสุกี้-ชาบูจะเข้าไปขยายสาขาได้อีกมาก
นอกจากนี้ สุกี้-ชาบูเป็นอาหารที่ผู้บริโภคยังไม่ต้องการเดินทางไกลเพื่อไปทาน ดังนั้นการยึดทำเลใกล้ชุมชนให้ได้ก่อนคู่แข่งจึงเป็นความได้เปรียบสำคัญ โดยขณะนี้ผู้เล่นบางรายเริ่มเบนเข็มการขยายสาขาออกสู่ต่างจังหวัดเพื่อชิงทำเลและฐานลูกค้าแล้ว
“ปีนี้การแข่งขันในตลาดร้านสุกี้-ชาบูคงดุเดือดไม่น้อยกว่าปีก่อน โดยนอกจากการขยายสาขาไปยังต่างจังหวัดแล้ว ยังคงแข่งกันเพิ่มมูลค่าด้านต่าง ๆ เพื่อดึงดูดผู้บริโภค รวมถึงแคมเปญที่กระตุ้นการมาทานซ้ำ เช่นเดียวกับการคุมต้นทุนให้ดีที่สุด เพื่อรักษากำไร เพราะการขึ้นราคาเป็นไปได้ยากมาก”
ลั่นปักธงครบทุกภาคก่อนสิ้นปี
นายวิรัตน์กล่าวต่อไปว่า เพื่อรับมือการแข่งขันและชิงความได้เปรียบ ปีนี้บริษัทจะมุ่งขยายสาขาออกไปยังต่างจังหวัด เพื่อปักธงชิงทำเลและฐานลูกค้าในภูมิภาคต่าง ๆ ก่อนคู่แข่ง ด้วยเป้าหมายปักหมุดสาขาลัคกี้ สุกี้ ครบทุกภูมิภาคของไทยภายในสิ้นปี’69 จากปัจจุบันมีสาขารวม 45 สาขา แบ่งเป็น ลัคกี้ สุกี้ 33 สาขา และลัคกี้ บาร์บีคิว 12 สาขา โดยอยู่ในต่างจังหวัดแล้ว 10 จังหวัด
ส่วนปีนี้จะปูพรมสาขาทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเพิ่มอีก 25-30 สาขา ซึ่งในจำนวนนี้จะเป็นจังหวัดใหม่ที่ไม่เคยมีสาขามาก่อน 14-15 จังหวัด โฟกัสทำเลที่มีศักยภาพอย่าง Community Mall เนื่องจากสามารถสร้างทราฟฟิกลูกค้าได้อย่างสม่ำเสมอ
“ตอนนี้ลัคกี้ยังคงมีสาขาไม่ครอบคลุมเพียงพอ จึงต้องเร่งสปีดขยายไปยังชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศเพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ ต่อเนื่องจากการขยาย 20 สาขา เมื่อปี’68”
ต่อยอดโนว์ฮาว CRG ขยายสาขา
ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่จะมาเสริมแกร่งแผนขยายธุรกิจของลัคกี้ สุกี้ ในปี’69 คือการความร่วมมือกับ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในทุกมิติ ทั้งการคัดเลือกทำเล การขยายสาขาอย่างมีประสิทธิภาพ, ระบบบริหารจัดการ และมาตรฐานการดำเนินงาน โดยยังคงยึดแนวคิด “เติบโตอย่างยั่งยืน มากกว่าการขยายอย่างรวดเร็ว” เป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจเช่นเดิม
พร้อมตั้งเป้ายอดขายรวมมากกว่า 3,500 ล้านบาท จากการย้ำจุดยืนแบรนด์ที่เข้าใจผู้บริโภคไทยอย่างลึกซึ้ง พร้อมชู “Value for Money” เป็นหัวใจสำคัญ
ชิง Top of Mind คนรุ่นใหม่
นายวิรัตน์กล่าวว่า หัวใจสำคัญที่จะช่วยชิงความได้เปรียบ คือ การตอบโจทย์ของลูกค้าได้ครบและตรงที่สุด เพื่อดันแบรนด์ขึ้นเป็น Top of Mind ของลูกค้า ช่วยสร้างลูกค้าขาประจำที่จะมาใช้บริการซ้ำต่อเนื่อง และเลี่ยงการแข่งขันราคา
บริษัทจึงเปิดตัวร้านคอนเซ็ปต์ใหม่ในชื่อ “ลัคกี้ มาร์เช่” (Lucky March?) พร้อมปักธงสาขาแรกที่ตลาดอมรพันธุ์ เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2569 ด้วยงบฯลงทุนมากกว่า 20 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 700 ตร.ม. นับเป็นสาขาขนาดใหญ่ที่สุดในขณะนี้
โดยโมเดล ลัคกี้ มาร์เช่ พัฒนาต่อยอดจากอินไซต์ลูกค้าของลัคกี้ บาร์บีคิว ที่เป็นโมเดลให้ลูกค้าตัดอาหารเองตามความต้องการทั้งชนิด-ปริมาณ จึงนำมาสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการความหลากหลาย ความสนุก และอิสระในการเลือก เหมือนเดินตลาดคุณภาพ (March?) ซึ่งรวมวัตถุดิบสุกี้ เครื่องดื่ม และเมนูพิเศษไว้ในพื้นที่เดียว
นอกจากการออกแบบร้านแล้ว ประสบการณ์การใช้บริการเป็นอีกจุดแตกต่าง โดยลูกค้าสามารถเลือกตักอาหารได้อย่างอิสระทั้งชนิดและปริมาณ จากโซนวัตถุดิบบริเวณกลางร้าน ไปจนถึงการออกแบบ Flow ร้านที่ช่วยลดเวลารอ เพิ่มความสะดวกและคล่องตัว
เช่นเดียวกับด้านเมนู ซึ่งคอนเซ็ปต์ใหม่นี้เพิ่มตัวเลือกมากขึ้น อาทิ เครื่องดื่มสลัชชี่จาก 3 เป็น 6 รายการ ของทานเล่นจาก 6 เป็น 9 รายการ พร้อมเตรียมเปิดตัวเมนูพิเศษเฉพาะสาขาในอนาคต เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิม พร้อมขยายการเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่
“วิรัตน์” กล่าวต่อไปว่า บริษัทวางแผนขยายสาขาของลัคกี้ มาร์เช่ ในปี 2569 ไว้ประมาณ 10 สาขา ซึ่งช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ปี’69 นี้จะเปิด 4 สาขารวด อาทิ นครสวรรค์ โดยจะเน้นทำเล Community Mall ทราฟฟิกสูงเพื่อให้มีลูกค้าต่อเนื่อง และพื้นที่ทรงสี่เหลี่ยมเพื่อให้ลูกค้าทุกมุมร้านเดินเลือกอาหารได้สะดวก
เล็งส่งสินค้ารุกค้าปลีก
นายวิรัตน์ยังเปิดเผยว่า นอกจากการขยายสาขาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาการผลิตสินค้าแบรนด์ลัคกี้ สุกี้ เข้าสู่ช่องทางร้านค้าปลีก เพื่อขยายการเข้าถึงผู้บริโภค และสร้างรายได้เสริมให้กับธุรกิจหลัก
