info@icons.co.th 02-810-8892-6
TH EN
 ข่าวสาร

สิงห์ เอสเตท ลดเสี่ยงอสังหาฯ เน้นธุรกิจเช่า ดึงดาต้าเซ็นเตอร์ลงทุนนิคมฯอ่างทองพันล้าน

ข่าวหมวดงานอุตสาหกรรม 5 มีนาคม 2569 5ครั้ง
สิงห์ เอสเตท ลดเสี่ยงอสังหาฯ เน้นธุรกิจเช่า ดึงดาต้าเซ็นเตอร์ลงทุนนิคมฯอ่างทองพันล้าน

“สิงห์ เอสเตท” ลดความเสี่ยงพอร์ตอสังหาฯ เน้นสร้างรายได้ประจำจากโรงแรม-ออฟฟิศให้เช่า เปิด 2 โครงการใหม่บนแลนด์แบงก์เดิม ไฮไลต์คอนโดแรกในภูเก็ต วางเป้าขายที่ดินนิคมอุตสาหกรรม “เอส อ่างทอง” มูลค่า 1,000 ล้าน รองรับดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ Hyperscale

นายชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S เปิดเผยว่า ความท้าทายของสถานการณ์เศรษฐกิจไทย และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ส่งผลต่อภูมิทัศน์ธุรกิจอสังหาฯ ปี 2569 บริษัทจึงเตรียมเดินหน้าแผนธุรกิจ ภายใต้แนวคิด STRONG

FOUNDATION, SCALING THE FUTURE เพื่อขับเคลื่อน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ 1.ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัย 2.ธุรกิจโรงแรม 3.ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า และ 4.ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน

บริษัทฯวาง 3 กลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ กลยุทธ์แรก STRENGTHEN THE PROFIT ENGINE มุ่งเสริมความแข็งแกร่งของฐานกำไรจากธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ได้แก่ ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า รายได้รวมกันราว 70% ของพอร์ต

ปักหมุดคอนโดฯภูเก็ต Branded Residence

เริ่มต้นที่ธุรกิจอสังหาฯเพื่อการค้า บริษัทได้เพิ่มศักยภาพออฟฟิศด้วยการเป็นรองรับรูปแบบการทำงานยุคใหม่ที่ผสานพื้นที่ทำงานกับคุณภาพชีวิตเข้าด้วยกัน เพื่อรักษาฐานผู้เช่าหลัก และขยายฐานผู้เช่าใหม่อย่างต่อเนื่อง ด้วยการพัฒนาคอมมูนิตี้รอบพื้นที่ทำงาน วางสัดส่วนพื้นที่เช่าทำงานต่อสิ่งอำนวยความสะดวกไว้ที่ 80:20

สำหรับอัตราการเช่าออฟฟิศของสิงห์ปัจจุบันได้แก่ 1.อาคารสิงห์ คอมเพล็กซ์ และเอส เมโทร มีอัตราการเช่า 90% และ 2.อาคารเอส โอเอซิส มีอัตราการเช่าอยู่ที่ 56% และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 70% ภายในสิ้นปี

นอกจากนี้ ปัจจัยสำคัญที่จะสร้างการเติบโตของกำไรในปี 2569 เติบโตขึ้นแบบมีนัยสำคัญ ผ่านการขายที่ดินของธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมพื้นที่ 200-400 ไร่ มูลค่า 1,000 ล้านบาทจากที่ดินนิคมอุตสาหกรรม เอส อ่างทอง เดิมที่มีมูลค่าทั้งหมด 4,000 ล้านบาท โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ ลูกค้ากลุ่ม Hyperscale Data Centres ซึ่งเติบโตตามความต้องการคลาวด์ AI และบริการดิจิทัลในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก และรายได้จากการจำหน่ายสาธารณูปโภคเช่นไฟฟ้าและน้ำประปาให้กับลูกค้าเดียวกัน เป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ฐานกำไรจากรายได้ประจำ

กลยุทธ์ที่สอง SCALING THROUGH PARTNERSHIPS บริษัทขยายการเติบโตผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ลดความเสี่ยงด้านการลงทุน และต่อยอดความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าแต่ละธุรกิจ ชัยรัตน์ ยกตัวอย่างโครงการร่วมทุนในปีที่ผ่านมา ได้แก่ วัน ริเวอร์ พระราม 3 มูลค่า 3,000 ล้านบาท ร่วมทุนกับบริษัท วัน เรียลเอสเตท จำกัด มียอดขาย 98% (เหลือ 4 ยูนิต) พร้อมรับรู้รายได้ปี 2570 และดิ เอส สุขุมวิท 36 มูลค่า 6,000 ล้านบาท ร่วมพัฒนากับ Hong Kong Land โอนปิดโครงการได้แล้วทั้งหมดในปีที่ผ่านมา

“ผมเชื่อว่า การต่อยอดธุรกิจด้วยการร่วมมือกับพันธมิตรจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเพิ่มมูลค่าให้พอร์ตโฟลิโอของสิงห์ เอสเตท ในระยะยาว โดยมองหาพันธมิตรในหลายรูปแบบ เช่น การพัฒนาแฟล็กชิป THE ESSE หรือ SIRANINN การสร้างโครงการเพิ่มเติมกับบริษัท วัน เรียลเอสเตท ด้วยการทำ Branded Residence กับโรงแรมของกลุ่มบริษัท SHR หรือลงทุนในธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่น ๆ เช่น โกดังสินค้าหรือโรงงานให้เช่าด้วยเหมือนกัน” นายชัยรัตน์ กล่าว

สำหรับการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในปีนี้ สิงห์จะเปิดตัวเพิ่ม 2 โครงการร่วมทุนภายใต้เงินลงทุน 4,000 ล้านบาท ได้แก่ 1.โครงการคอนโดกับบริษัท วัน เรียลเอสเตท มูลค่า 3,000 ล้านบาท บนพื้นที่ริมน้ำ 3 ไร่ คาดว่าราคาอยู่ที่ 150,000 บาทต่อตร.ม. และ 2. SAii Residence ที่ภูเก็ต มูลค่า 1,000 ล้านบาท บนพื้นที่เดียวกันกับโรงแรม SAii Laguna ย่านบางเทา เนื้อที่ 2 ไร่ เป็นคอนโดโลว์ไรส์ Branded Residence ความสูง 3-5 ชั้น ราคาเริ่มต้น 200,000 บาทต่อตร.ม. อยู่ในขั้นตอนการยื่นแบบโครงการ คาดว่าจะเปิดตัวในไตรมาส 3/2569

กลยุทธ์ที่ 3 STRONG FUNDING CAPABILITY บริษัทมุ่งรักษาความแข็งแกร่งทางการเงินควบคู่กับการสร้างวินัยทางการเงิน โดยบริหารเงินลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมระดับหนี้สินและรักษาสภาพคล่องให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสม โดยคงสัดส่วนแหล่งเงินทุนระหว่างสินเชื่อจากสถาบันการเงินประมาณ 70% และหุ้นกู้ 30% เพื่อสร้างสมดุลด้านต้นทุนทางการเงินและความยืดหยุ่นในการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ยืม

“สถานการณ์เศรษฐกิจส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายรายเริ่มขยายการลงทุนเข้าสู่ธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำมากขึ้น แต่สำหรับสิงห์ เอสเตท มีธุรกิจโรงแรมมีสินทรัพย์ 18 แห่ง ใน 5 ประเทศ และออฟฟิศให้เช่าและค้าปลีกรวม 5 โครงการ การสร้างรากฐานกำไรให้แข็งแกร่งจึงเปรียบเสมือนกันชนให้บริษัทพร้อมรับสภาวการณ์ต่าง ๆ และการสร้างพอร์ทโฟลิโอที่เป็นรายได้ไม่ประจำจากธุรกิจอสังหาฯเพื่อการพักอาศัยทั้งหมด 9 โครงการ และนิคมอุตสาหกรรม เอส อ่างทอง ที่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างการเติบโตของกำไร” นายชัยรัตน์ กล่าว

ตั้งเป้ากำไรทุบ 615 ล้าน

ด้าน นายไมเคิล มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR เปิดเผยว่า ปี 2569 บริษัทจะต่อยอดความสำเร็จของกำไรสุทธิ 615 ล้านบาท สูงที่สุดตั้งแต่เปิดบริษัทมา ใน 3 เป้าหมาย ได้แก่ เพิ่มรายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (RevPAR) ขึ้นประมาณ 20-25% จากปีก่อนหน้า 2568 พร้อมทั้งคาดว่าจะสามารถปรับปรุงอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA Margin) ให้สูงขึ้นสู่ระดับ 30% และลดต้นทุนทางการเงิน (อัตราดอกเบี้ย) 0.50% ผ่าน 3 กลยุทธ์ คือ

1.การหมุนเวียนสินทรัพย์ (Asset Rotation) ผ่านการจำหน่ายโรงแรม 15 แห่งในอังกฤษที่มีศักยภาพการเติบโตและการทำกำไรจำกัด เพื่อนำเงินไปชำระหนี้เงินกู้จากสถาบันการเงินที่มีดอกเบี้ยสูง และเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนในสินทรัพย์ทีมีศักยภาพในการทำกำไร

โดยบริษัทฯ เตรียมงบลงทุน 3,000–3,500 ล้านบาท เพื่อขยายการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดที่มีความเชี่ยวชาญและเครือข่ายที่แข็งแกร่ง สร้างความได้เปรียบด้านขนาด ควบคู่การลงทุนอย่างคัดสรรในโรงแรมระดับบน (Upper Upscale) และการบริหารแบบคลัสเตอร์ ในเมืองที่เป็นทางผ่านประเทศ (Gateway Cities) เช่น แมนเชสเตอร์ เอดินบะระ และกลาสโกว์ โดยมีเกณฑ์ในการเลือกซื้อกิจการ (M&Aที่มีศักยภาพในการสร้างอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) ที่ระดับ 12%

2.การเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ (Asset Enhancement) มุ่งพัฒนาพอร์ตสู่การเป็นพอร์ตโรงแรมระดับพรีเมียมที่ขับเคลื่อนด้วยไลฟ์สไตล์ โดยร่วมมือกับ The Ascott Limited รีแบรนด์และยกระดับโรงแรม 4 แห่งในอังกฤษ สู่แบรนด์ใหม่ที่ตอบโจทย์ด้านไลฟ์สไตล์มากขึ้น ได้แก่ The Unlimited Collection และ lyf พร้อมทั้งอัปเกรดห้องพัก และสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ในระยะยาว

ปัจจุบัน โรงแรมภายใต้แบรนด์ The Unlimited Collection ได้เปิดให้บริการเรียบร้อยแล้ว ขณะที่อีก 2 โรงแรมภายใต้แบรนด์ lyf คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จและเปิดให้บริการภายในครึ่งแรกของปี 2569 และจะช่วยผลักดัน ADR เพิ่มขึ้นประมาณ 20–30% เมื่อเทียบกับปี 2567

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนยกระดับผลิตภัณฑ์ห้องพักของโรงแรมแบรนด์ SAii Hotels & Resorts จำนวน 2 แห่ง โดยที่ SAii Phi Phi Island Village จะดำเนินการปรับปรุงวิลล่าบนเนินเขาทั้งหมดจำนวน 12 ยูนิต ขณะที่ SAii Maldives Lagoon Maldives, Curio Collection by Hilton จะเพิ่มสระว่ายน้ำส่วนตัวให้วิลล่าเหนือน้ำเดิม 20 ยูนิต และพัฒนาวิลล่าเหนือน้ำใหม่อีก 18 ยูนิต เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าระดับบน เสริมศักยภาพด้านราคา และสนับสนุนการเติบโตของ ADR ในระยะยาว

3. การเติบโตของแบรนด์ที่ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์ ชูแบรนด์ SAii Hotels & Resorts และแบรนด์ในเครือ Ascott อย่าง The Unlimited Collection และ lyf โดยสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์เทรนด์การท่องเที่ยวปัจจุบัน เช่น การพักผ่อนแบบเงียบสงบ และการท่องเที่ยวเชิง Wellness

โฆษณา
โฆษณา
โฆษณา เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวงการก่อสร้าง ดูแพ็กเกจโฆษณา →
โฆษณา เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวงการก่อสร้าง ดูแพ็กเกจโฆษณา →