info@icons.co.th 02-810-8892-6
TH EN
 ข่าวสาร

แสนสิริ ครองเบอร์ 1 อสังหาฯ ปี’68 กวาดกำไร 4.5 พันล้าน

ข่าวหมวดที่พักอาศัย 27 กุมภาพันธ์ 2569 3ครั้ง
แสนสิริ ครองเบอร์ 1 อสังหาฯ ปี’68 กวาดกำไร 4.5 พันล้าน

แสนสิริ ปิดปี 68 แข็งแกร่ง กำไรสุทธิ 4,513 ล้านบาท เดินหน้าต่อปี 69 ด้วยแผนเชิงรุก เปิดโครงการใหม่ 51,000 ล้าน มั่นใจฐานแกร่ง พุ่งเป้าโตต่อ 10% เคาะปันผล 0.08 บาทต่อหุ้น 20 พ.ค.นี้

นายวิชาญ วิริยะภูษิต ประธานผู้บริหารสายงานการเงิน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า แสนสิริสามารถสร้างผลการดำเนินงานในปี 2568 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหลายส่วนเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ โดยมีกำไรสุทธิ 4,513 ล้านบาท สูงสุดในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ท่ามกลางภาวะการแข่งขันสูง สะท้อนให้เห็นว่าแสนสิริ สามารถรักษาระดับ

ผลประกอบการให้เติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพ โดยมีรายได้รวมที่ 34,395 ล้านบาท ยอดขายรวมอยู่ที่ 51,000 ล้านบาท (51% มาจากโครงการแนวราบและอีก 49% มาจากคอนโดมิเนียม) ขณะที่ยอดโอนอยู่ที่ 36,700 ล้านบาท

ในปี 2568 ที่ผ่านมา แสนสิริได้พิสูจน์ให้เห็นถึงผลประกอบการที่โดดเด่น ทั้งในด้านการสร้างกำไรสูงสุด และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในแง่ของ Gross Profit Margin และ Net Profit Margin ผ่านการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) อย่างเข้มงวด ทั้งนี้ ในไตรมาส 4 ที่ผ่านมา มีคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จใหม่มาช่วยเสริมความแข็งแกร่งของยอดโอนในปี 2568 โดยคอนโดในหัวเมืองสำคัญ เช่น เมคิน เฮ้าส์ และดีคอนโด แคมปัส ขอนแก่น โอนได้ 60-70% ของมูลค่าโครงการ รวมถึงความสำเร็จในตลาดภูเก็ต ไม่ว่าจะเป็นโครงการเดอะเบส บูกิต, เศรษฐสิริ และสราญสิริ เกาะแก้ว ซึ่งเป็นฐานรากสำคัญที่จะนำไปสู่การเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปี 2569

ความสำเร็จนี้ยังรวมถึงวินัยทางการเงิน โดยแสนสิริสามารถรักษาอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ในระดับที่เหมาะสม จนได้รับความไว้วางใจจากสถาบันการเงินในการสนับสนุนวงเงินทั้ง Pre-finance และ Post-finance อย่างต่อเนื่อง มีสภาพคล่อง (Liquidity) สูงสุดในระดับกว่า 25,000 ล้านบาท ซึ่งมากพอที่จะรองรับการดำเนินธุรกิจและชำระคืนหุ้นกู้ได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งพาการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ นอกจากนี้ ยังมุ่งมั่นสร้างมูลค่าคืนสู่ผู้ถือหุ้นด้วยการจ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอ

ล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัท มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลครึ่งปีหลังที่ 0.08 บาทต่อหุ้น (กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับปันผลในวันที่ 18 มี.ค. และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 20 พ.ค.) หากรวมเงินปันผลครึ่งปีแรกที่จ่ายระหว่างกาลไปแล้วที่ 0.05 บาท รวมทั้งปีจ่าย 0.13 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล หรือ Dividend Yield ที่ 9.5% (อ้างอิงราคาปิด ณ สิ้นเดือน ม.ค. 2569) ต่อปี ซึ่งแสนสิริเป็นหนึ่งในบริษัทอสังหาฯ ชั้นนำที่จ่ายปันผลอัตราสูงต่อเนื่องตลอดหลายปี

“ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีนี้ส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ จากการประสานพลังระหว่างนโยบายการคลังโดยรัฐบาลใหม่ที่เร่งวางรากฐานขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และนโยบายการเงินหลังคณะเลขานุการกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 1.00% ต่อปี ซึ่งมีผลทันทีเมื่อวันที่ 25 ก.พ. ที่ผ่านมา ปัจจัยหนุนเหล่านี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงินอย่างตรงจุด พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ เพื่อเป็นแรงส่งปลุกจีดีพีให้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพและมีเสถียรภาพอย่างยั่งยืน และที่สำคัญแสนสิริประเมินว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเริ่มฟื้นตัวจากกลุ่มกำลังซื้อคุณภาพ (High Net Worth) บริษัทจึงวางแผนเชิงรุกด้วยการเปิดตัว 33 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 51,000 ล้านบาท เพื่ออยู่อาศัยในขณะนี้ โดยมุ่งเน้นกลุ่ม Premium และ Medium ถึง 80% เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีความพร้อมและไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะหนี้ครัวเรือน ด้วยที่ดินที่รองรับไว้แล้ว 100% และความแข็งแกร่งของแบรนด์ เรามั่นใจว่าจะสามารถบรรลุเป้ายอดขาย 4.8 หมื่นล้านบาท และยอดโอน 3.9 หมื่นล้านบาท โดยตั้งเป้าผลการดำเนินงานในภาพรวมทั้งกำไรและยอดโอนให้เติบโตต่อเนื่อง 10% เพื่อครองความเป็นผู้นำในตลาด สร้างผลตอบแทนให้กับ ผู้ถือหุ้น และดูแล 4 เสาหลัก (ลูกค้า พนักงาน คู่ค้า และสังคม) อย่างต่อเนื่อง” นายวิชาญ กล่าวทิ้งท้าย

โฆษณา
โฆษณา
โฆษณา เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวงการก่อสร้าง ดูแพ็กเกจโฆษณา →
โฆษณา เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวงการก่อสร้าง ดูแพ็กเกจโฆษณา →