“บ้านชาวไทย” เดินหน้าคอนโด D:CRAFT คลองหลวง เนื้อที่ 115 ไร่ เปิดตัวห้องไซซ์ใหม่ 25.25 ตร.ม. เริ่มต้น 1.3 ล้านบาท รองรับนักศึกษา วัยทำงาน พ่อค้า แม่ค้า ชูห้องแต่งครบ ผ่อน 5,000 บาทต่อเดือน
นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด(มหาชน) หรือ BTS เปิดเผยว่า โครงการ “บ้านชาวไทย” ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนจำนวนมาก ตั้งแต่เปิดตัวและเปิดให้ชมหัองตัวอย่างจริง ซึ่งโครงการ D:CODE (ดี:โค้ด) ศรีนครินทร์ มียอดลงทะเบียนจองสิทธิและผ่านการอนุมัติขั้นต้น( Pre-Approve) 3 เท่าตัว ซึ่งโครงการก่อสร้างเป็นอาคารชุดสูง 8 ชั้น จำนวน 4,150 หน่วย บนเนื้อที่ 42 ไร่ จะมีการจับฉลากวันที่ 20 เมษายนนี้
ขณะที่โครงการ D:CRAFT (ดี:คราฟต์) คลองหลวง แม้ยังไม่เปิดให้ชมห้องจริง มีผู้ลงทะเบียนเกินกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนห้องชุดทั้งหมด ล่าสุดวันที่ 22 มีนาคม 2569 ได้เปิดตัวห้องตัวอย่างแล้ว พร้อมกับเพิ่มห้องชุดไซซ์ใหม่ ขนาด 25.15 ตร.ม. ออกแบบพื้นที่เป็น 2 ห้องนอน อยู่ได้ถึง 3 คน เริ่มต้น 1.3 ล้านบาท หรือผ่อนเดือนละ 5,000 บาท เป็นทางเลือกเพิ่ม รองกรับกลุ่มนักศึกษา คนรุ่นใหม่ รวมถึงพ่อค้าและแม่ค้า ในพื้นที่ใกล้เคียงให้เข้าถึงที่อยู่อาศัยได้
สำหรับโครงการ D:CRAFT คลองหลวง อยู่ติดถนนเทพกุญชร 2-ถนนเลียบคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ใกล้ตลาดไท แหล่งเศรษฐกิจ สถานศึกษา มีเนื้อที่ 115 ไร่ เป็นอาคารชุดสูง 8 ชั้น จำนวน ไม่เกิน 60 อาคาร จำนวนรวมไม่เกิน 7,500 หน่วย มีแบบห้องให้เลือก 4 ขนาด ตั้งแต่ 1-3 ห้องนอน ได้แก่ ขนาด 25.15 ตร.ม. เริ่มต้น 1.3 ล้านบาท ประมาณ 5,000 ยูนิต ที่เหลือเป็นขนาด 30 ตร.ม. 1 เริ่มต้น 1.6 ล้านบาท, ขนาด 45 ตร.ม. เริ่มต้น 2.4 ล้านบาท และขนาด 60 ตร.ม. เริ่มต้น 3.2 ล้านบาท
ทุกแบบเป็นห้องตกแต่งพร้อมอยู่ มาพร้อมเคาน์เตอร์ครัว พร้อมอ่างล้างจาน, โต๊ะทานอาหาร เก้าอี้ทานอาหาร, โซฟา, โต๊ะกาแฟ, เตียง, ที่นอน และหมอน, ตู้เสื้อผ้า, โต๊ะข้างเตียง, โต๊ะแต่งตัว, เก้าอี้แต่งตัว, ตู้เย็น, เครื่องปรับอากาศ, โทรทัศน์, เครื่องซักผ้า, เครื่องดูดควัน, เตาไฟฟ้า, ไมโครเวฟ, โคมไฟแขวน, ผ้าม่าน และระบบ Smart Home โดยรายการ และจำนวนจะขึ้นอยู่กับ ขนาดของห้องชุด
นอกจากนี้มีที่จอดรถโดยไม่มีค่าใช้จ่ายทั่วทั้งโครงการ ทั้งจอดตามทางวิ่ง และภายในอาคาร เป็นระบบการจอดแบบทางวิ่ง และช่องจอด ออกแบบให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด มีที่จอดรถ 30-35% ของจำนวนห้องชุดในแต่ละโครงการ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ สระว่ายนํ้า, ฟิตเนส, Co-working space สัญญาณโทรศัพท์ และอินเตอร์เน็ต หรือทีวี รวมทั้งจัดระบบความปลอดภัยในการเข้าถึงโครงการและการเข้าถึงแต่ละอาคารด้วยระบบ Smart Card ร่วมกับเทคโนโลยีการรักษาความปลอดภัยต่าง ๆ ที่จะครอบคลุมทั้งภายใน และภายนอกอาคาร อีกทั้งพนักงานรักษาความปลอดภัยที่เพียงพอ
ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างขอใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย ซึ่งรวมถึงการขอใบอนุญาตก่อสร้าง และการขอความเห็นชอบตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม คาดว่าจะทยอยเริ่มก่อสร้างประมาณเดือนกันยายน 2569 และคาดว่าจะแล้วเสร็จปลายเดือนธันวาคม 2571 ภายหลังจากการก่อสร้างแล้วเสร็จ จึงจะดำเนินการจดทะเบียนอาคารเป็นอาคารชุดต่อไป
”ผลตอบรับสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของประชาชนในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยในราคาที่เข้าถึงได้และถ้าหากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางไม่ยืดเยื้อหรือส่งผลกระทบอะไรมากนัก เราก็พร้อมจะเดินหน้าบ้านชาวไทย โครงการที่ 3“นายคีรีกล่าว
