info@icons.co.th 02-810-8892-6
TH EN
 ข่าวสาร

ดีเดย์ 3 เม.ย.คิกออฟบิ๊กโปรเจ็กต์ ‘เมืองการบินอู่ตะเภา’ 3 แสนล้าน

ข่าวหมวดระบบขนส่ง 29 มีนาคม 2569 5ครั้ง
ดีเดย์ 3 เม.ย.คิกออฟบิ๊กโปรเจ็กต์ ‘เมืองการบินอู่ตะเภา’ 3 แสนล้าน

UTA พร้อมเดินหน้าเมืองการบินอู่ตะเภา 6,500 ไร่ มูลค่า 3 แสนล้าน สละเงื่อนไขไม่รอรถไฟความเร็วสูง ดีเดย์ 3 เมษายนนี้ ตอกเข็มเฟสแรก เร่งยกระดับอู่ตะเภาสู่สนามบินนานาชาติแห่งที่ 3 พัฒนาอสังหาฯ สร้างความมั่นใจนักลงทุน

นายคีรี กาญจนพาสน์ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ผู้รับสัมปทานโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เนื้อที่ 6,500 ไร่ เปิดเผยว่า ทาง UTA และ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ได้มีการพิจารณาร่วมกันแล้วจะเดินหน้าโครงการ โดยไม่รอรถไฟความเร็วสูง เพื่อให้โครงการที่ล่าช้ามากว่า 5 ปีได้เดินหน้า ซึ่งสกพอ.ได้มีหนังสือให้แจ้งเริ่มงาน หรือ NTP วันที่ 3 เมษายนนี้ ถือว่าเป็นการนับหนึ่งโครงการ ซึ่งงานส่วนไหนที่เริ่มได้ก่อนจะเดินหน้าในทันที เพราะที่ผ่านมาทางบริษัทได้มีการลงทุนไปพอสมควรแล้ว

“หลังโควิดสถานการณ์เปลี่ยนไปจากที่เราศึกษาไว้ก่อนหน้านึ้มาก ทั้งเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ผู้โดยสารที่มาใช้สนามบินอู่ตะเภา รวมถึงการลงทุนขยายสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง ทำให้ต้องปรับสเกลการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินนานาชาติแห่งที่ 3 สามารถรองรับผู้โดยสารได้ปีละ 60 ล้านคนนั้น เป็นการเดินหน้าแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะรถไฟความเร็วสูงเองก็ยังไม่ได้เริ่มโครงการเช่นกันปัจจุบันกำลังทำรายละเอียด ทยอยพัฒนาที่ละเฟส ซึ่งเฟสแรก คงปรับให้รองรับได้ 3 ล้านคนต่อปี จากนั้นค่อยๆ ขยายเพิ่ม หลังมีรถไฟความเร็วสูง”

นายคีรีกล่าวว่า หลังรับ NTP แล้ว จะเริ่มพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ด้วยการเร่งรัดการก่อสร้างในส่วนของ Airport City และโครงสร้างพื้นฐานหลัก เพื่อกระตุ้นผู้โดยสาร และสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน โดยปัจจุบันทางกองทัพเรือกำลังก่อสร้างทางวิ่งที่ 2 และทางขับของสนามบินอู่ตะเภา จะแล้วเสร็จเดือนพฤศจิกายน 2571 และได้มีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคสำคัญภายในสนามบิน ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างออกแบบโครงการพัฒนาด้านอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่อยู่อาศัย โรงแรม ศูนย์การค้า ศูนย์ประชุม คาดว่าจะเริ่มต้นภายในปลายปีนี้

แหล่งข่าวจาก สกพอ.กล่าวว่า หลังลงนามในข้อตกลงบริหารสัญญาร่วมลงทุนโครงการกับ บริษัท อู่ตะเภาอินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ประกอบด้วย บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อเริ่มต้นการดำเนินโครงการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา โดยที่ UTA เซ็นสละเงื่อนไขในสัญญาไม่รอรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) หลังโครงการยังแก้ปัญหาสัญญาไม่จบและต้องรอรัฐบาลใหม่อนุมัติ

“ล่าสุดเราได้ออก NTP ให้เริ่มงานในวันที่ 3 เมษายนนี้แล้วเพื่อนับหนึ่งโครงการ ตามสัญญาร่วมทุน มีระยะเวลา 50 ปี แบ่งเป็นก่อสร้าง 3 ปี และบริหารโครงการ 47 ปี ทั้งนี้ในระยะแรกทางเอกชนต้องมาช่วยทำการตลาดเพิ่มผู้โดยสารให้กับสนามบินอู่ตะเภาในปัจจุบันที่อยู่ที่ 4 แสนคน เพราะลดลงจากก่อนหน้าโฅวิดมีอยู่ถึง 2 ล้านคนต่อปี”แหล่งข่าวกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก (เมืองการบินอีอีซี) มีเนื้อที่ 6,500 ไร่ และมูลค่าโครงการ 3 แสนล้านบาท โดยได้มีการลงนามสัญญาครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2563 แต่ที่ผ่านมามีความล่าช้าเนื่องจากรอความชัดเจนของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน มีบริษัท เอรา วัน จำกัด (กลุ่มซีพี.) เป็นผู้รับสัมปทานโครงการ 50 ปี มูลค่าโตรงการ 224,544 ล้านบาท

โฆษณา
โฆษณา
โฆษณา เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวงการก่อสร้าง ดูแพ็กเกจโฆษณา →
โฆษณา เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวงการก่อสร้าง ดูแพ็กเกจโฆษณา →