“ริชาร์ด มิลล์” นาฬิกาหรูสัญชาติฝรั่งเศส ลงสนามทำตลาดประเทศไทย มั่นใจดีมานด์นักสะสมไทย-UAE-จีนแกร่ง หลังช็อปนาฬิกาเฉลี่ย 5-10 ล้านบาทคึกคัก ปักธงบูทีคแห่งแรกในไทยที่โรงแรมสยามเคมปินสกี้ ย้ำยุทธศาสตร์จุดพบปะสังสรรค์-บรรยากาศส่วนตัวมากกว่ารีเทล ซอฟต์ลอนช์เดือนแรกปิดยอด 10 เรือน ราคา 10-15 ล้านบาท
นายเดฟ ทัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) Richard Mille Asia ผู้จัดจำหน่ายนาฬิกาแบรนด์ ริชาร์ด มิลล์ (Richard Mille) กล่าวว่า ประเทศไทยศักยภาพสำหรับธุรกิจนาฬิกาลักเซอรี่ หลังการทำตลาดผ่านตัวแทนในช่วงที่ผ่านมา พบว่าในไทยมีกลุ่มผู้เล่นนาฬิกาจำนวนมาก มียอดซื้อเฉลี่ย 5-10 ล้านบาทต่อราย โดยส่วนใหญ่ซื้อเพื่อการลงทุน เนื่องจากราคาในตลาดมือสองมักพุ่งสูงขึ้นหลายเท่าจากหน้าร้าน รวมถึงยังมีชาวต่างชาติจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE และจีนด้วย
ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงตัดสินใจเข้ามาบริหารธุรกิจในไทยเอง ตั้งแต่เมื่อปลายปี 2569 พร้อมตั้งบูทีคแห่งแรกในไทยที่โรงแรมสยามเคมปินสกี้ เนื่องจากเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวระดับลักเซอรี่ รวมถึงอยู่ในย่านค้าปลีกและไลฟ์สไตล์ศักยภาพสูงใจกลางเมือง สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ และแนวทางการตั้งบูทีคของบริษัท ซึ่งไม่ตั้งในห้างหรือศูนย์การค้า แต่จะใช้โรงแรมระดับ 5 ดาวเท่านั้น เนื่องจากต้องการให้ลูกค้ารู้สึกถึงความเป็นส่วนตัว และแต่ละสาขาจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างจากสาขาอื่น ๆ
ปักธงบูทีคเน้นพบปะสังสรรรค์
โดยบูทีคในไทยเป็นบูทีคแห่งที่ 13 ของ Richard Mille Asia และเป็นประเทศที่ 4 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อจากการเปิดบูทีคในอินโดนีเซีย มาเลเซียและสิงคโปร์ไปก่อนหน้านี้ ซึ่งใช้เวลาเตรียมการล่วงหน้ามาประมาณ 5 ปี และใช้เวลาก่อสร้างอีก 2 ปี
ตัวบูทีคมีพื้นที่ 3,000 ตารางฟุต หรือประมาณ 279 ตารางเมตร นับเป็นไซซ์กลาง โดยใหญ่กว่าบูทีคในฮ่องกงแต่เล็กกว่าสิงคโปร์ ออกแบบตามยุทธศาสตร์สร้างพื้นที่สำหรับให้ลูกค้ามาเยี่ยมเยือนและพบปะพูดคุยกันมากกว่าการเป็นพื้นที่จำหน่ายสินค้า ด้วยการมุ่งเสนอประสบการณ์การเชื่อมโยงกับแบรนด์ผ่านการผสานองค์ประกอบต่าง ๆ ภายในทั้งการออกแบบ-ตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์ ของประดับตกแต่ง ฯลฯ เน้นความสงบร่มรื่น
สำหรับการตกแต่งใช้ธีมโอเอซิสแห่งความสงบใจกลางเมือง ผสมผสานการออกแบบสไตล์ไทยผสมญี่ปุ่น ด้วยแรงบันดาลใจจากศาลาไทยดั้งเดิม งานลงรักเคลือบไม้เขตร้อน งานปูกระเบื้องและงานปูนปั้น รวมถึงพุ่มไม้และสระน้ำ พร้อมใช้สีแนวเอิร์ทโทนและพื้นผิวหลากหลาย มาช่วยสร้างความต่อเนื่องให้งานฝีมือท้องถิ่น
ด้านนายอเล็กซองเดร์ มิลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์ ของ Richard Mille เสริมว่า ไฮไลต์สำคัญของบูทีคในไทย อยู่ที่ห้องรับรองทั้งภายในและภายนอก ซึ่งผสานเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมไทยไว้อย่างกลมกลืน เป็นนิยามใหม่ของวิสัยทัศน์ด้านไลฟ์สไตล์ของแบรนด์ได้อย่างโดดเด่น เพื่อรองรับทั้งนักเดินทางนานาชาติและลูกค้าชาวไทย รวมถึงสะท้อนตัวตนที่เป็นเอกลักษณ์ของ ริชาร์ด มิลล์ ได้อย่างชัดเจน
เดือนแรกทำยอด 10 เรือน
นายเดฟกล่าวต่อไปว่า ในช่วงซอฟต์ลอนช์ประมาณ 1 เดือน มีลูกค้าชาวไทยเข้ามาใช้บริการต่อเนื่อง โดยสามารถจำหน่ายนาฬิกาไปแล้ว 10 เรือน ราคาระหว่าง 10-15 ล้านบาท และปัจจุบันยังมีลูกค้าหมุนเวียนเข้ามาชมไลน์อัพนาฬิกา อาทิ RM17-02 Tourbillon ราคา 31 ล้านบาท ซึ่งมีเรือนเดียวในไทย
