info@icons.co.th 02-810-8892-6 IP: 216.73.216.94
TH EN
 ข่าวสาร

รัฐทุ่มงบกลาง 843 ล้าน ฟื้นระบบระบายน้ำภาคใต้ “ทรงศักดิ์” สั่งเร่งแก้ปัญหาหาดใหญ่ก่อนฝนหนัก

ข่าวหมวดงานสาธารณูปโภค 1 กันยายน 2569 13ครั้ง
รัฐทุ่มงบกลาง 843 ล้าน ฟื้นระบบระบายน้ำภาคใต้ “ทรงศักดิ์” สั่งเร่งแก้ปัญหาหาดใหญ่ก่อนฝนหนัก

“ทรงศักดิ์” ลงพื้นที่หาดใหญ่ร่วมคณะนายกรัฐมนตรี ตรวจแก้มลิงคลองเรียน คลองอู่ตะเภา คลองหวะ และคลอง ร.1 สั่งกรมชลประทานเร่งซ่อมระบบระบายน้ำ หลังรัฐบาลหนุนงบกลางปี 2569 กว่า 843 ล้านบาท ขณะที่ สทนช.เผยแผนน้ำสงขลาปีนี้ 272 โครงการ วงเงินกว่า 3.16 พันล้านบาท พร้อมเปิดอีกโจทย์ใหญ่ แผนแม่บทน้ำ 20 ปีหลายด้านยังต่ำกว่าเป้า เตรียมจับมือ ก.พ.ร.ใช้ Joint KPI ตั้งแต่ปีงบ 2571 ผูกแผนงาน-งบประมาณให้แก้ Pain Point น้ำ 5 ด้านตรงจุด

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ว่า ได้ร่วมคณะติดตามนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่แก้มลิงคลองเรียน ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ เพื่อติดตามความก้าวหน้าการเพิ่มความจุแก้มลิง ซึ่งมีบทบาทในการรองรับและหน่วงน้ำเพื่อลดผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่

จากนั้นได้ลงพื้นที่บริเวณประตูระบายน้ำคลองภูมินาถดำริ หรือคลอง ร.1 เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำและการเตรียมรับมืออุทกภัย รวมถึงความคืบหน้าโครงการขุดลอกคลองอู่ตะเภา โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลองหวะ และงานปรับปรุงคลองระบายน้ำ ร.1

นายทรงศักดิ์กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยได้สนับสนุนงบประมาณรายจ่ายงบกลาง ประจำปี 2569 สำหรับโครงการซ่อมแซมและฟื้นฟูอาคารและระบบระบายน้ำในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ รวม 67 รายการ วงเงิน 843,263,900 บาท

สั่งเร่งซ่อมคลอง ร.1-เช็กประตูน้ำ เครื่องสูบ ระบบเตือน

นายทรงศักดิ์ได้สั่งการให้กรมชลประทานเร่งรัดการซ่อมแซมให้เป็นไปตามแผนและแล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อเพิ่มความพร้อมรับมือช่วงฤดูฝน

พร้อมให้จังหวัดสงขลา กรมชลประทาน สทนช. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน ระดับน้ำ และสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

รวมถึงตรวจสอบประตูระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร เครื่องมือ และระบบแจ้งเตือนให้พร้อมใช้งาน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการน้ำและแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างทันท่วงที

สำหรับโครงการที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ให้ทุกหน่วยเตรียมความพร้อมและเร่งดำเนินการ เพื่อให้สามารถเริ่มก่อสร้างได้ทันทีและไม่เกิดช่องว่างระหว่างปีงบประมาณ

นอกจากนี้ มอบหมายให้ สทนช.เร่งขับเคลื่อนแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยพื้นที่หาดใหญ่ ทั้งแผนเร่งด่วน ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ก่อนเสนอคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรีต่อไป

สงขลาปี 69 มีแผนน้ำ 272 โครงการ 3.16 พันล้าน

นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กล่าวว่า แผนงบประมาณด้านทรัพยากรน้ำของจังหวัดสงขลาในปีงบประมาณ 2569 มีจำนวน 272 โครงการ วงเงิน 3,165.5351 ล้านบาท

เมื่อดำเนินการแล้ว จะทำให้มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 17,507 ไร่ พื้นที่ได้รับการป้องกัน 28,708 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 14,261 ครัวเรือน เพิ่มปริมาตรเก็บกักน้ำ 5.64 ล้านลูกบาศก์เมตร และสามารถป้องกันตลิ่งได้ 4,060 เมตร

ส่วนตามร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 มีแผนงานด้านทรัพยากรน้ำ 143 รายการ วงเงิน 2,210.2996 ล้านบาท เมื่อแล้วเสร็จจะมีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 5,770 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 13,683 ครัวเรือน พื้นที่ได้รับการป้องกัน 10,182 ไร่ และเพิ่มปริมาตรเก็บกักได้ 0.22 ล้านลูกบาศก์เมตร

ดัน 2 โครงการใหญ่ปี 2571

สทนช.ยังระบุถึง 2 โครงการสำคัญที่มีแผนดำเนินการในปี 2571 ได้แก่ โครงการขุดลอกร่องน้ำร่องกลางทะเลสาบสงขลาตอนล่าง เพื่อพัฒนาและฟื้นฟูทะเลสาบสงขลาตอนล่าง ตำบลสทิงหม้อ อำเภอสิงหนคร โดยกรมเจ้าท่า ระยะทางขุดลอก 13.55 กิโลเมตร

และโครงการระบบระบายน้ำหลัก พื้นที่ชุมชนสะเดา ตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ครอบคลุมพื้นที่ป้องกันน้ำท่วม 2,694 ไร่ และมีครัวเรือนได้รับประโยชน์ 5,236 ครัวเรือน

เลขาธิการ สทนช.ระบุว่า จะเร่งกำกับและขับเคลื่อนทุกโครงการให้เป็นไปตามแผนงานอย่างเคร่งครัด

แผนแม่บทน้ำ 20 ปี หลายด้านยังต่ำเป้า

ขณะเดียวกัน นายชยันต์เปิดเผยถึงความคืบหน้าแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ว่า หลายเป้าหมายสำคัญยังดำเนินการต่ำกว่าแผน และบางด้านจำเป็นต้องเร่งมากกว่าที่กำหนดไว้เดิม เพื่อให้ทันต่อความเสี่ยงด้านน้ำที่มีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น

การพัฒนาและปรับปรุงระบบประปาหมู่บ้านดำเนินการได้ 15.90% การฟื้นฟูป่าต้นน้ำ 30.60% การพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสีย 57.98% และการพัฒนาระบบกระจายน้ำ 74.26%

สำหรับการป้องกันน้ำท่วม สทนช.ระบุว่า โครงการส่วนใหญ่ที่ดำเนินการแล้วเสร็จยังเป็นโครงการขนาดเล็ก ซึ่งแก้ปัญหาได้เฉพาะจุด จึงจำเป็นต้องยกระดับระบบป้องกันน้ำท่วม การระบายน้ำ และการบริหารจัดการให้สามารถรองรับความเสี่ยงในอนาคตได้มากขึ้น

ปี 2571 ใช้ Joint KPI ผูกแผน-งบประมาณ

นายชยันต์กล่าวว่า ปัญหาสำคัญอีกประการหนึ่งคือ หลายโครงการยังขาดความพร้อม ขณะที่งบประมาณมีจำกัด ทำให้แผนงานบางส่วนไม่สามารถเดินหน้าได้ตามเป้าหมาย

ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2571 สทนช.จึงจะปรับแนวทางด้วยการกำหนดตัวชี้วัดเชิงบูรณาการด้านทรัพยากรน้ำ หรือ Joint KPI เพื่อใช้กำหนดทิศทางการจัดทำแผนงานและโครงการขอรับงบประมาณของหน่วยงานต่าง ๆ

Joint KPI จะเน้น Pain Point สำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ การยกระดับประปาหมู่บ้านให้ได้มาตรฐาน การกระจายแหล่งน้ำให้ทั่วถึง การเพิ่มประสิทธิภาพระบบป้องกันน้ำท่วมและระบายน้ำในเมือง การขยายโครงข่ายรวบรวมและบำบัดน้ำเสีย และการพัฒนาฐานข้อมูลกับระบบตรวจวัดเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจบริหารจัดการน้ำ

สทนช.เตรียมหารือร่วมกับสำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อกำหนด Joint KPI ให้สะท้อนปัญหาหลักของประเทศ และเชื่อมโยงกับการจัดทำงบประมาณ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนแผนแม่บทไปในทิศทางเดียวกัน

“สทนช. จะนำประเด็นที่จะเร่งขับเคลื่อนไปบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับการบริหารจัดการน้ำของประเทศ โดยมุ่งเน้นการบูรณาการข้อมูล แผนงาน และงบประมาณให้สอดคล้องกันในทุกระดับ จากนี้ ผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงานด้านทรัพยากรน้ำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มความมั่นคงด้านน้ำ บริการประชาชนได้ดียิ่งขึ้น” นายชยันต์กล่าว

โฆษณา
โฆษณา เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวงการก่อสร้าง ดูแพ็กเกจโฆษณา →
โฆษณา เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวงการก่อสร้าง ดูแพ็กเกจโฆษณา →
โฆษณา เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวงการก่อสร้าง ดูแพ็กเกจโฆษณา →