info@icons.co.th 02-810-8892-6 IP: 216.73.216.94
TH EN
 ข่าวสาร

“รพ.วิมุต” เขย่าแผนลงทุน ทุ่ม 4 พันล้าน ปั้นพหลโยธินขึ้นแฟลกชิปศูนย์รักษาโรคเฉพาะทางรับเทรนด์ Medical Hub

ข่าวหมวดโรงพยาบาล 29 สิงหาคม 2569 15ครั้ง
“รพ.วิมุต” เขย่าแผนลงทุน ทุ่ม 4 พันล้าน ปั้นพหลโยธินขึ้นแฟลกชิปศูนย์รักษาโรคเฉพาะทางรับเทรนด์ Medical Hub

“วิมุต โฮลดิ้ง” เขย่าแผนลงทุนรับเทรนด์ฮอสพิทาลิตี้โตแรง โหมปั้น “รพ.วิมุต พหลโยธิน” เป็นแฟลกชิปโรงพยาบาลศูนย์เฉพาะทางโรครักษายาก-ซับซ้อน ขนาด 500 เตียง ชิงแชร์ตลาด Medical & Healthcare ทุ่มอีก 3-4 พันล้านบาทต่อยอดเฟส 2 เพิ่มศูนย์มะเร็ง ศูนย์โรคสมองและหลอดเลือด ดันแบรนด์ “วิมุต” ติด Top of Mind ก่อนรุกขยายสาขาใหม่เพิ่ม เร่งเปิดตลาดต่างประเทศเพิ่มสัดส่วนลูกค้าต่างชาติ มั่นใจไทยขึ้นแท่น Medical Hub เอเชีย ตั้งเป้าอีก 5 ปี รายได้แตะ 8,000 ล้าน

นายแพทย์นิพัฒน์ กุหลาบขาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัด ธุรกิจเฮลท์แคร์ในเครือบริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารโรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน และโรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กลุ่มวิมุตได้เข้าลงทุนในธุรกิจ Medical & Healthcare ด้วยการเปิดให้บริการโรงพยาบาลวิมุต (ViMUT Hospital) แห่งแรก บนถนนพหลโยธิน ใกล้แยกสะพานควาย เป็นโรงพยาบาลศูนย์เฉพาะทางโรครักษายากและโรคซับซ้อน และลงทุนในโรงพยาบาลเทพธารินทร์ ถนนพระราม 4 เมื่อ 5 ปีก่อน

ปั้น “พหลโยธิน” ขึ้นแฟลกชิป

โดยมองว่าธุรกิจ Medical & Healthcare มีอัตราการเติบโตสูงมาก พร้อมประกาศแผนขยายการลงทุนเพิ่มบนทำเลทองหล่อ สุขุมวิท และปิ่นเกล้า เพื่อให้มีโรงพยาบาลครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ แต่ล่าสุดบริษัทได้ปรับโรดแมปการลงทุนใหม่ โดยชะลอแผนการลงทุนใน 3 โครงการที่ประกาศไปแล้วออกไปก่อน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดี บวกกับการแข่งขันที่สูงจากผู้เล่นหน้าใหม่ และหันมาโฟกัสการลงทุนบนทำเลพหลโยธินให้เกิดการใช้ประโยชน์ในที่ดินที่มีอยู่ให้เต็มศักยภาพ

นายแพทย์นิพัฒน์กล่าวว่า จากแผนดังกล่าวบริษัทได้เตรียมลงทุนเพิ่มอีกประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท สำหรับก่อสร้างเฟส 2 โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน บนพื้นที่ 4 ไร่ (ติดกับเฟสแรก) เพื่อเพิ่มจำนวนเตียงเป็นประมาณ 500 เตียง จากปัจจุบันที่ให้บริการอยู่ 220 เตียง เพื่อให้โรงพยาบาลแห่งแรกบนถนนพหลโยธินเป็นโครงการแฟลกชิป และทำให้แบรนด์ “วิมุต” เป็นที่รู้จัก มีอิมแพ็กตในตลาด Medical & Healthcare และเป็นฮับที่ชัดเจนยิ่งขึ้นก่อนที่จะขยายการลงทุนไปในทำเลอื่น ๆ โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3-5 ปี

ชูจุดขาย “ศูนย์โรคเฉพาะทาง”

“โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน เป็นศูนย์รักษาโรคเฉพาะทาง (Medical Excellence) ปัจจุบันให้บริการกว่า 20 ศูนย์การรักษาที่ครอบคลุมโรคสำคัญและโรคซับซ้อน เช่น ศูนย์สุขภาพปอด ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด ศูนย์กระดูกและข้อ ศูนย์นรีเวช ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ ศูนย์สมองและระบบประสาท ล่าสุดคือศูนย์เมตาบอลิซึ่มและต่อมไร้ท่อ และควบคุมน้ำหนักซึ่งกำลังเป็นแบรนด์ที่มาแรง” นายแพทย์นิพัฒน์กล่าว และว่า นอกจากนี้ยังมีแผนเพิ่มศูนย์มะเร็ง และศูนย์โรคสมองและหลอดเลือดเพิ่มเติม เพื่อให้สอดรับกับแนวโน้มความต้องการการรักษาในปัจจุบันด้วย

ในส่วนของบุคลากรทางการแพทย์นั้นจะใช้ทีมแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านจากสถาบันการแพทย์ต่าง ๆ และอาจารย์หมอจากโรงพยาบาลรามาธิบดี รวมถึงทีมแพทย์จากต่างประเทศ พร้อมเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย โดยได้รับการรับรองจาก Accreditation & Global Standards: Joint Commission International (JCI) เป็นมาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัยทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก

นายแพทย์นิพัฒน์กล่าวด้วยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายให้โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นฮับของการรักษาโรคซับซ้อน โดยเป้าหมายแรกคือคนในพื้นที่ รองลงมาคือคนต่างจังหวัดที่เดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง และสุดท้ายคือชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามารักษาพยาบาลในประเทศไทย โดยปัจจุบันฐานลูกค้าหลักมาจากลูกค้าเงินสด คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 40-50% รองลงมาคือลูกค้าประกัน ประมาณ 30% ลูกค้าองค์กร ประมาณ 10-20% และลูกค้าต่างชาติ ประมาณ 10%

“ในส่วนของลูกค้าองค์กรตอนนี้เราได้บริษัทใหญ่ในย่านพหลโยธินเกือบหมดแล้ว เช่น AIS กลุ่ม ปตท. SCG ตลาดหลักทรัพย์ บางจาก ยูนิลีเวอร์อีซูซุ โตโยต้า ฯลฯ ซึ่งกลยุทธ์ของเราคือ เราจะเข้าไปตั้งคลินิกในองค์กรเหล่านี้เพื่อดูแลพนักงาน และเปิดประตูในการสร้างแบรนด์และส่งต่อคนไข้มาใช้บริการที่โรงพยาบาลเมื่อมีความจำเป็น” นายแพทย์นิพัฒน์กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทยังมีโรงพยาบาลในรูปแบบที่เป็นโรงพยาบาลผู้สูงอายุ ขนาด 50 เตียง (รูปแบบร่วมลงทุน) อีกจำนวน 3 แห่ง คือ บางนา-วงแหวน, วัชรพล และแบริ่ง และโมเดลที่เป็นคลินิกเวชกรรม เช่น คลินิกเวชกรรมหมอวิมุต ในย่านรังสิต คลอง 3 ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่อรองรับและดูแลชุมชนลูกบ้านของโครงการพฤกษา

ชิงตลาด “เมดิคัล ทัวริซึ่ม”

นายแพทย์นิพัฒน์กล่าวอีกว่า นอกจากดีมานด์ตลาดในประเทศที่สูงแล้ว ปัจจุบันยังมีดีมานด์จากต่างประเทศในอัตราที่สูงเช่นกัน บริษัทจึงมีแผนขยายฐานตลาดลูกค้าชาวต่างชาติ หรือกลุ่มที่มีความต้องการเดินทางเข้ามาเพื่อรักษาพยาบาลในประเทศไทย (Medical Tourism) โดยจะโฟกัสตลาดเมียนมา ตะวันออกกลาง จีน และประเทศในภาคเอเชียใต้ เช่น บังกลาเทศ เป็นหลัก โดยทำงานร่วมกับพันธมิตรที่แข็งแรงในแต่ละประเทศ และส่งทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไปให้ความรู้เกี่ยวกับความก้าวหน้าด้านการรักษาอย่างเข้มข้นมากขึ้น

ทั้งนี้ เนื่องจากนักเดินทางกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีอัตราการใช้จ่ายต่อหัวสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปถึง 5 เท่าตัว โดยมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนลูกค้าชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็น 15-20% ใน 5 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนรายได้จากกลุ่มลูกค้าต่างชาติประมาณ 10%

นายแพทย์นิพัฒน์กล่าวอีกว่า ธุรกิจฮอสพิทาลิตี้ หรือธุรกิจการดูแลสุขภาพและรักษาพยาบาลของประเทศไทยมีความแข็งแรงและเป็นที่ยอมรับในระดับโลก และมีศักยภาพในการดึงให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามา ทั้งเพื่อการดูแลสุขภาพและการรักษาพยาบาล ขณะที่ภาครัฐก็มีแนวทางในการสนับสนุนและผลักดันให้ประเทศไทยเป็น “Medical Hub” ทำให้บริษัทยิ่งเชื่อมั่นว่าด้วยจุดขายที่ชัดเจนเรื่องการเป็นศูนย์การรักษาโรคเฉพาะทางที่หลากหลายนี้จะทำให้เราสามารถชิงส่วนแบ่งการตลาดนี้ได้ไม่ยาก

ตั้งเป้าดันเข้า IPO อีก 5 ปี

นายแพทย์นิพัฒน์กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า โจทย์การบริหารในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาคือ การบริหารโรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน ให้มีกำ ไร ซึ่งล่าสุดก็สามารถบรรลุเป้าหมายเรียบร้อยแล้ว โดยการดำเนินการเริ่มมีกำไรตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 และเชื่อว่าตัวเลขกำไรจะเติบโตชัดเจนยิ่งขึ้นในไตรมาส 3/2569 นี้ ดังนั้นเป้าหมายต่อไปคือ การผลักดันให้ธุรกิจ Medical & Healthcare ของกลุ่มพฤกษา ภายใต้บริษัท วิมุต โฮลดิ้ง จำกัด เป็นอีกหนึ่งธุรกิจหลักของเครือ

โดยพัฒนาโครงการและแบรนด์วิมุตให้มีความชัดเจนผ่านโครงการแฟลกชิปพหลโยธินตามแผนลงทุน 3-5 ปีข้างหน้า หลังจากนั้นถึงจะเริ่มขยายการลงทุนไปในโลเกชั่นต่าง ๆ ตามแผนเดิม ซึ่งบริษัทมีที่ดิน (Land Bank) ของกลุ่มพฤกษาที่มีอยู่จำนวนมากมาต่อยอดพอร์ตโฟลิโอให้มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยมีเป้าหมายนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ในอีก 5 ปีข้างหน้า หรือประมาณปี 2574-2575 ซึ่งคาดว่าพอร์ตรายได้ของวิมุต โฮลดิ้งจะไม่ต่ำกว่า 8,000 ล้านบาท เพิ่มจากปี 2569 ที่คาดว่าจะมีรายได้รวมประมาณ 2,600 ล้านบาท

โฆษณา
โฆษณา เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวงการก่อสร้าง ดูแพ็กเกจโฆษณา →
โฆษณา เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวงการก่อสร้าง ดูแพ็กเกจโฆษณา →
โฆษณา เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวงการก่อสร้าง ดูแพ็กเกจโฆษณา →