ร.ฟ.ท.กางแผนรับเพิ่ม 5,600 คนใน 5 ปีรับทางคู่ เปิดกว้างคัดเลือกรองผู้ว่าฯ ซ่อมบำรุง-บริหารรถไฟฟ้า

Transportation News / ข่าวหมวดระบบขนส่ง

ร.ฟ.ท.เตรียมความพร้อมองค์กร วางแผนเพิ่มกำลังคนรวม 5,637 อัตราภายใน 5 ปีรองรับรถไฟทางคู่ หวั่นวิกฤตเสี่ยงลดเที่ยววิ่ง เปิดคัดสรรชิงเก้าอี้รองผู้ว่าฯ ด้านซ่อมบำรุงและบริหารรถไฟฟ้า ตั้งสเปกโปร่งใสป้องกันร้องเรียน “อานนท์” เผยเร่งตั้ง 2 บริษัทลูกด้านทรัพย์สินและเดินรถสีแดงในปีนี้

นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม รักษาการผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ร.ฟ.ท.อยู่ระหว่างการคัดเลือกรองผู้ว่าการ 2 ตำแหน่ง คือ รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการซ่อมบำรุงรถจักรและล้อเลื่อน และรองผู้ว่าการกลุ่มบริหารรถไฟฟ้า เพื่อทดแทนผู้ที่เกษีษณอายุ ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกพนักงานเพื่อแต่งตั้งเลื่อนระดับได้เปิดรับสมัครคัดเลือกตำแหน่งรองผู้ว่าการ (นักบริหาร 14) จำนวน 2 ตำแหน่ง เมื่อวันที่ 29 ม.ค.-6 ก.พ. 2561 ปรากกว่ามีผู้สมัครรวม 8 คน ซึ่งจะมีการสัมภาษณ์และแสดงวิสัยทัศน์ในวันที่ 28 ก.พ. 2561 จากนั้นจะสรุปผลเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) ร.ฟ.ท.ต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า มีผู้สมัครในตำแหน่งรองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการซ่อมบำรุงรถจักรและล้อเลื่อน 5 คน ได้แก่ 1. นายศิริพงศ์ พฤทธิพันธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการพัฒนาที่ดิน 2. นายสุชีพ สุขสว่าง วิศวกรใหญ่ฝ่ายก่อสร้าง 3. นายจุลพงษ์ จุฬานนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการฯ 4. นายวัชรชาญ สิริสุวรรณทัศน์ วิศวกรใหญ่ฝ่ายช่างกล 5. นายไพบูลย์ สุจิรังกุล วิศวกรใหญ่ฝ่ายการช่างโยธา

ตำแหน่งรองผู้ว่าการกลุ่มบริหารรถไฟฟ้ามีผู้สมัคร 6 คน ได้แก่ 1. นายศิริพงศ์ พฤทธิพันธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการพัฒนาที่ดิน 2. นายสุชีพ สุขสว่าง วิศวกรใหญ่ฝ่ายก่อสร้าง 3. นายอวิรุทธ์ ทองเนตร ผู้อำนวยการฝ่ายกองการพัสดุ 4. นายสิทธิชัย บุญเสริมสุข วิศวกรใหญ่ฝ่ายการอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม 5. นายสุจิตต์ เชาว์ศิริกุล ผู้อำนวยการฝ่ายบริการสินค้า และ 6. นายไพบูลย์ สุจิรังกุล วิศวกรใหญ่ฝ่ายการช่างโยธา

นายอานนท์กล่าวว่า ร.ฟ.ท.จะต้องเตรียมความพร้อมองค์กร และพนักงานเพื่อรองรับการพัฒนาบริการ และรองรับเส้นทางรถไฟทางคู่ระยะที่ 1 และ 2 ในอนาคต โดยจากการศึกษากรอบอัตรากำลังช่วงปี 2558-2568 จำนวน 19,241 คน เป็นพนักงาน 16,660 คน ลูกจ้าง 2,581 คน โดยมีแผนรับพนักงานรวม 5,637 อัตราภายใน 5 ปี จะมีทั้งการรับพนักงานใหม่ และปรับในส่วนของลูกจ้างเป็นพนักงาน โดยการจ้างพนักงานเพิ่มดังกล่าวจะส่งผลให้มีเงินเดือนสูงขึ้น 682.51 ล้านบาท แต่มีค่าใช้จ่ายค่าทำงานล่วงเวลาลดลง 521.62 ล้านบาทต่อปี

ปัจจุบัน ร.ฟ.ท.ยังมีอัตรากำลัง 14,175 คน ไม่เพียงพอต่อการทำงาน โดยมติ ครม.เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2541 จำกัดการรับพนักงานเพิ่มได้ 5% ของพนักงานเกษียณอายุ ซึ่งจะต้องทำแผนเพื่อขอทบทวนมติ ครม.ต่อไป เพราะหากไม่สามารถเพิ่มอัตรากำลังได้ตามแผนอาจทำให้ต้องลดจำนวนรถโดยสารจาก 234 ขบวน และขบวนรถสินค้า 60 ขบวนต่อวันลง ซึ่งจะทำให้สูญเสียโอกาสในการทำธุรกิจ

นอกจากนี้จะเร่งการตั้งบริษัทลูกบริหารทรัพย์สิน จะดำเนินการจดทะเบียนในเดือน มี.ค. และในเดือน ก.ย. จะเริ่มทยอยส่งมอบทรัพย์สินไปยังบริษัทลูกด้านทรัพย์สิน ส่วนบริษัทลูกเดินรถสายสีแดง จะเร่งจ้างที่ปรึกษาศึกษาแนวทางในการอัปเกรดจาก บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (แอร์พอร์ตเรลลิงก์) ในปัจจุบันมาบริหารสายสีแดง โดยเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 3,000 ล้านบาท และเปลี่ยนวัตถุประสงค์ให้สอดคล้องกับการเดินรถสีแดง ซึ่งอย่างช้าจะจัดตั้งได้ไม่เกินต้นปี 2562 เพื่อเตรียมพร้อมคนและสต๊อกอะไหล่สำหรับเปิดเดินรถสายสีแดงในปี 2563

19/2/2561  MGR Online (19 กุมภาพันธ์ 2561)

ผู้สนับสนุน