บ้านปูทุ่ม 182 ล้านดอลล์ลุยโรงไฟฟ้า ตั้งเป้าปีนี้ขายถ่านหิน 44.8 ล้านตัน

Power Plant News / ข่าวหมวดโรงไฟฟ้า

บ้านปูตั้งเป้ายอดขายถ่านหินปีนี้ 44.8 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3.5 ล้านตัน ทุ่มงบลงทุนปีนี้ 182 ล้านเหรียญสหรัฐ ลุยธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานทางเลือก ด้านบ้านปู เพาเวอร์ศึกษาแผนขยายธุรกิจไฟฟ้าในเวียดนาม อินโดฯ และญี่ปุ่น

นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) (BANPU) เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ายอดผลิตและขายถ่านหินในปีนี้ที่ 44.8 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 41.3 ล้านตัน มาจากเหมืองที่อินโดนีเซียจำนวน 26 ล้านตัน ออสเตรเลีย 14.1 ล้านตัน และจีน 4.7 ล้านตัน

ในปีนี้บริษัทตั้งงบลงทุนจำนวนรวม 182 ล้านเหรียญสหรัฐ แบ่งลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้า 80 ล้านเหรียญสหรัฐ ธุรกิจก๊าซ 20 ล้านเหรียญสหรัฐ ธุรกิจถ่านหิน 12 ล้านเหรียญสหรัฐ และธุรกิจพลังงานทางเลือก (Energy Technology Solution:ETS) จำนวน 70 ล้านเหรียญสหรัฐ

สำหรับผลการดำเนินงานปี 2560 บริษัทมีกำไรสุทธิ 7,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1,677 ล้านบาท เนื่องจากมีกำไรจากธุรกิจถ่านหิน ปริมาณการขายไฟฟ้าที่สม่ำเสมอ และธุรกิจก๊าซธรรมชาติที่สร้างรายได้กระแสเงินสด

ด้านนายสุธี สุขเรือน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บ้านปู เพาเวอร์ (BPP) กล่าวว่า บริษัทตั้งงบลงทุนในปี 2561 จำนวน 80 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยจะแบ่งลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม (CHP) จำนวน 25 ล้านเหรียญสหรัฐ และลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) ในญี่ปุ่น จำนวน 55 ล้านเหรียญสหรัฐ

บริษัทมีเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 4,300 เมกะวัตต์ ในปี 2568 จากปี 2561 ที่จะมีกำลังการผลิต 2,164 เมกะวัตต์ คาดว่าจะใช้เงินลงทุนเพิ่มอีกราว 700-1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงทั่วไป และพลังงานทดแทน โดยวางเป้าหมายมีพลังงานทดแทนไม่น้อยกว่า 20%

ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาโครงการโรงไฟฟ้าในเวียดนาม ซึ่งมีทั้งโรงไฟฟ้าถ่านหิน โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และโรงไฟฟ้าพลังงานลม นอกจากนี้ ยังศึกษาการลงทุนโรงไฟฟ้าในอินโดนีเซียและไทย รวมทั้งในเอเชียแปซิฟิก เช่น ในจีน ญี่ปุ่น ที่ยังมีโอกาสต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ตามแผนงานของบริษัทในปี 2562 จะมีกำลังการผลิตเพิ่มอีก 304 เมกะวัตต์ เป็น 2,468 เมกะวัตต์, ในปี 2563 มีกำลังผลิตเพิ่มเป็น 2,687 เมกะวัตต์ และในปี 2566 จะมีกำลังการผลิตเป็น 2,789 เมกะวัตต์

ส่วนผลประกอบการปี 2560 บริษัทมีกำไรสุทธิรวม 4,155 ล้านบาท สะท้อนการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ที่สำคัญมาจากโรงไฟฟ้าหงสาที่มีอัตราการจ่ายไฟ (Equivalent Availability Factor: EAF) กว่า 80% ขณะที่กำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีจำนวนเพิ่มขึ้น 88 เมกะวัตต์ จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date: COD) แล้ว และอีก 130 เมกะวัตต์ จากโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่บริษัทฯ ได้สิทธิพัฒนาเพิ่มเติม ตามกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าอย่างมีสมดุลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ในปี 2560 บริษัทมีรายได้รวม 6,419 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 16% ประกอบด้วยรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศจีนครบทั้ง 6 แห่งตามแผน จำนวน 659 ล้านบาท และรายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม ได้แก่ โรงไฟฟ้าหลวนหนาน เจิ้งติ้ง และโจวผิง จำนวน 5,760 ล้านบาท

23/2/2561  MGR Online (23 กุมภาพันธ์ 2561)

ผู้สนับสนุน