หมอบุญ ปั้นอาณาจักรเฮลธ์แคร์ เจาะกำลังซื้อไฮเอนด์

Hospital News / ข่าวหมวดโรงพยาบาล

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เรื่องสุขภาพ กับวัยร่วงโรย กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทยส่งผลให้ธุรกิจเฮลธ์แคร์ เป็นที่ต้องการของตลาด แม้แต่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เองยังต้องปรับกระบวนยุทธ์รองรับคนกลุ่มนี้ อย่างไรก็ตาม “ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป” นับเป็นโรงพยาบาลกลุ่มแรกที่ให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ โดยอาศัยความชำนาญทางการแพทย์... ปั้นอาณาจักรมิกซ์ยูส หมื่นล้านบาท รองรับคนวัยเกษียณ ย่านรังสิตเป็นแห่งแรก และทยอยพัฒนาอีกหลายโปรเจ็กต์ รองรับฐานคนชราที่มีตัวเลขเพิ่มสูงในแต่ละปี โดย น.พ.บุญ วนาสิน ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า

นับวันสังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว โดยเฉพาะอีก 4 ปีข้างหน้าตัวเลขประชากรในวัยชราจะสูงถึงกว่า 20% หรือ 13.5 ล้านคน แม้รัฐบาลจะตระหนักให้ความสำคัญ แต่มองว่าไม่สามารถรองรับได้เพียงพอ ดังนั้นภาคเอกชนจึงเป็นทางเลือกที่ ผู้บริโภคจะใช้บริการ โดยเฉพาะระดับไฮเอนด์ ขณะตัวเลข จากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ออกมาตอกยํ้าว่า ปี 2564 ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มตัว และจากการวิเคราะห์พบว่าคนวัยทำงานสามารถดูแลผู้สูงอายุได้ในสัดส่วน 1 ต่อ 4 และ ปี 2574 แนวโน้มสัดส่วนคนวัยทำงานสามารถดูแลผู้สูงอายุได้ 1 ต่อ 1 เท่านั้น

พลิก “โซโห” เป็นฮับสุขภาพ

ดังนั้นเวลานี้ เทรนด์การรักษาพยาบาลและการดูแลสุขภาพ จึงต้องครบวงจรมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาแข่งขัน บริษัทจึงขยายธุรกิจโรงพยาบาลธนบุรี เพิ่มอีก 5 แห่งทั้งประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา และ จีน ซึ่งถือเป็นตลาดใหญ่ ขณะในไทยได้ซื้อซากอาคารโซโห ห้างสรรพสินค้าเก่า มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ต่อจากกลุ่มเพาเวอร์ไลน์ ตั้งอยู่บนที่ดินของ สภากาชาดไทย ใช้งบกว่า 4,000 ล้านบาท พัฒนาต่อยอด เป็นโรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง ระดับ 6 ดาว เน้นเทคโนโลยีนำสมัยที่ยังไม่มีใช้ในประเทศไทยรองรับผู้ป่วยและผู้สูงวัยต่างชาติ 90% ล่าสุดได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา

สำหรับกลยุทธ์ เน้นซื้ออาคารเก่าพัฒนาต่อยอดอาคารเดิม ใช้เวลาก่อสร้าง เพียง 8 เดือน สามารถลดต้นทุนและแข่งขันในตลาด ซึ่งได้เปรียบเมื่อเทียบกับโรงพยาบาลอื่น ที่เสียเวลามองหาที่ดิน และการก่อสร้างที่ต้องใช้เวลานานถึง 2 ปี

ไล่ซื้อตึกเก่าราชประสงค์

นอกจากนี้ยังวางแผนขยายพื้นที่บริเวณบำรุงเมืองให้เป็นฮับสุขภาพใจกลางเมืองโดยอยู่ระหว่างเจรจาซื้อตึกเก่า ซึ่งเป็นตึกแถวในละแวกโรงพยาบาลเป้าที่ต้องการ100 ไร่ พัฒนาเป็นเมืองสุขภาพ ครบวงจร ซึ่งมีทั้ง ที่พักอาศัยเพื่อเช่าสำหรับญาติ ขณะราคาที่ดิน เพียง 7 แสนบาทต่อตารางวา ถือว่าไม่แพง หากเทียบกับทำเลอื่น 1 ล้านบาทต่อตารางวาขึ้นไป นอกจากนี้ยังมองตึกเก่าที่กำลังหมดอายุ ย่านราชประสงค์ เพื่อพัฒนาต่อยอดเป็นศูนย์สุขภาพใจกลางเมืองเช่นกัน สำหรับ จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ ที่อยู่อาศัยสำหรับวัยเกษียณแห่งแรก ทำเลรังสิต ขณะนี้มียอดขายเกือบ 200 หน่วย

อุ้มคนจนลุยบ้านล้านหลัง

ส่วนผู้มีรายได้น้อย ได้นำที่ดินพัฒนา ในโครงการบ้านล้านหลังตามนโยบายรัฐบาล เป้าหมายพัฒนา 1 แสนหน่วย ขณะเดียวกันยังแทรกบ้านเพื่อผู้สูงอายุ ไว้ 10-20% พร้อมทั้ง มีโรงพยาบาลดูแลภายในแบบครบวงจร โดยการผ่อนชำระต่อเดือนเพียง 3,900 บาท แต่เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระ จะกำหนดให้มีทายาท1-2 คนเพื่อรับช่วงผ่อนชำระต่อเนื่อง ในเวลา 40 ปี กับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เนื่องจากเป็นผู้สูงอายุ ขณะเดียวกันยังบังคับให้ผู้ที่ซื้อโครงการบ้านล้านหลัง กู้สถาบันการเงิน เต็มวงเงิน 1 ล้านบาท แต่แบ่งออกเป็น ซื้อประกันเงินออม เพื่อใช้บั้นปลายชีวิตอีก 3-4 แสนบาท

“ไม่ใช่ว่า เราจะดูแล คนมีเงินเพียงอย่างเดียว ผู้มีรายได้น้อยก็จัดหาที่อยู่อาศัยให้อย่างดีไม่แพ้กัน เนื่องจากเข้าใจว่าเจนวายไม่มีเงินออมมีแต่หนี้ ผ่อนบ้านผ่อนรถ ลูกเรียนหนังสือ ไม่มีปัญญาเก็บเงิน พูดง่ายๆ แก่ก่อนรวย”

26/1/2562  ฐานเศรษฐกิจ (26 มกราคม 2562)

พื้นที่โฆษณา