เทพนิยาย 10 ปี “ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้” สร้างตัวโครงการแรก 199 ล้าน ปีนี้ล่าเป้ายอดขาย 2.8 หมื่นล้าน

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

ย้อนไปเกือบ 10 ปีก่อน “บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)-ORI” ก่อตั้งขึ้นเมื่อปลายปี 2552 จากซีอีโอคู่ชีวิต “พีระพงศ์-อารดา จรูญเอก” จากนั้นในปี 2553 พัฒนาคอนโดมิเนียมโครงการแรกแบรนด์ “Sense of London” คอนโดฯ โลว์ไรส์ 8 ชั้น ในซอยสุขุมวิท 109 มูลค่าโครงการ 199 ล้านบาท

ปี 2554-2555 บริษัทยังคงพัฒนาโครงการใหม่ๆ ต่อเนื่องปีละ 1-2 โครงการ ใช้แบรนด์หลากหลาย ในปี 2556-2558 มูลค่าโครงการอยู่ที่ปีละ 2,800-7,000 ล้านบาท เริ่มตั้งเป้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

โมเดลธุรกิจเข้าใจในตัวลูกค้า จึงพัฒนาโครงการตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภค เน้นการเจาะเรียลดีมานด์ ในทำเลเกาะแนวรถไฟฟ้าสายใหม่ ถือเป็นตลาด Blue Ocean เป็นจิ๊กซอว์ที่เติมความสำเร็จให้กับบริษัทได้อย่างรวดเร็ว

ทำให้ออริจิ้นใช้เวลาไม่ถึง 6 ปีนับวันก่อตั้ง สามารถนำหุ้น ORI เข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นทางการวันแรกได้ในวันที่ 7 ต.ค. 2558

สเต็ปก้าวกระโดดอีกครั้งในปี 2560 จากการดึงซูเปอร์สตาร์แถวหน้าเมืองไทยอย่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ มารับตำแหน่งเป็นแบรนด์ แอมบาสเดอร์ ผูกสัญญา 1 ปีเต็ม พร้อมทุ่มงบโฆษณาลงบนทุกแพลทฟอร์ม ทั้งสื่อทีวี สื่อออนไลน์ สื่อบนรถไฟฟ้า ป้ายบิลบอร์ด ภาพของณเดชน์และแบรนด์คอนโดมิเนียมในเครือออริจิ้น ถูกสะท้อนไปเป็นภาพจำของผู้บริโภค

และกลายเป็นฉายาติดตัว CEO ที่มีชื่อเล่น “โด่ง” ถูกเรียกขานว่า “ณโด่ง-พีระพงศ์” ในเวลาต่อมา

หมัดเด็ด พ.ศ. นี้ ค่ายออริจิ้นฯ ดึง ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ และกำลังจะมีแคมเปญโฆษณาชุดใหม่ออกสู่ตลาดอีกหลายชุดเร็วๆ นี้

ก้าวสู่ปีที่ 10 ขององค์กร ค่ายออริจิ้นฯ มีความพยายามอธิบายภาพการเติบโตในระยะต่อไปโดยอิงกับคำว่า New S Curve

ทั้งนี้ S Curve เป็นคำศัพท์อธิบายถึงปรากฎการณ์อุตสาหกรรมใหม่ที่ต่อยอดจากของเดิม ปัจจุบันมี 5 กลุ่มอุตสาหกรรม โดย New S Curve มีเพิ่มอีก 6 อุตสาหกรรม รวมเป็นเก่า+ใหม่จะมี 11 อุตสาหกรรม

หากนำแนวคิดที่ผลิตโดยรัฐบาล คสช. นำมาอธิบายในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของออริจิ้นฯ บริษัทมีคำอธิบายว่า ปัจจุบัน บริษัทโดดเด่นเรื่อง New Gen ค่าเฉลี่ยอายุพนักงานเพียง 28-29 ปี จนสามารถพัฒนาโครงการได้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่แล้ว

ตลอดช่วงปี 2560-2562 ถือเป็นช่วงที่ออริจิ้น ได้เฟ้นหา “ตัวจริง” ในแวดวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ มาร่วมสร้าง New S Curve ขยายประเภทธุรกิจใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

Business Model จากเดิมที่แกนหลักของธุรกิจคือผู้พัฒนาคอนโดมิเนียมเจาะตลาดกลาง

วันนี้ ORI กลายเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ “ครบวงจร” ประกอบด้วย มีคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ภายใต้แบรนด์พาร์ค ออริจิ้น (PARK ORIGIN)

มีธุรกิจบ้านจัดสรรภายใต้แบรนด์บริทาเนีย (BRITANIA)

มีธุรกิจโรงแรมภายใต้บริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด บริหารและใช้แบรนด์ของเครือโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล (IHG)

มีความร่วมมือกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นอย่าง โนมูระ เรียลเอสเตท ดีเวลล็อปเมนท์ ทำให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติมากยิ่งขึ้น

และมีธุรกิจบริการทั้งบริการแม่บ้าน บริการรับฝากปล่อยเช่า บริหารนิติบุคคล ตัวแทนขาย ภายใต้ชื่อกลุ่มบริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด

นำไปสู่บทสรุปว่าเป็นบริษัทที่มีประเภทธุรกิจหลากหลาย ครอบคลุม และสมบูรณ์มากที่สุดอีกบริษัทหนึ่งของวงการอสังหาฯ ขณะนี้

เหลียวมองสถานะปัจจุบัน จากปี 2553 ที่เปิดโครงการที่อยู่อาศัยมูลค่า 199 ล้านบาท ณ ปี 2562 ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ มีแผนเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยทั้งคอนโดฯ และบ้านจัดสรร รวมมูลค่าโครงการ 27,300 ล้านบาท

เน้นแบรนด์หลัก 3 แบรนด์ ได้แก่ 1.พาร์ค ออริจิ้น (PARK ORIGIN) 2.ดิ ออริจิ้น (The Origin) และ 3.บริทาเนีย (BRITANIA) ภายในสิ้นปีนี้ ออริจิ้นจะมีมูลค่าโครงการสะสมแตะหลักแสนล้านบาท

สำหรับเป้ายอดขายในปี 2562 อยู่ที่ 28,000 ล้านบาท เป้ารายได้รวม 19,000 ล้านบาท บริษัทได้ตั้งเป้ามีรายได้จากทุกกลุ่มธุรกิจแตะ 30,000 ล้านบาทภายในปี 2565

6/6/2562  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ (6 มิถุนายน 2562)

ผู้สนับสนุน