กทม.เร่งปรับปรุงสถานีสูบน้ำ ยกเครื่องโซนหลักสี่ บางเขน วิภาวดีฯ

Infrastructure News / ข่าวหมวดงานสาธารณูปโภค

นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ร่วมกับนายณรงค์ เรืองศรี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ นางสาววนิดา เจียงไพศาลกุล ผู้ช่วยปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขตในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ลงพื้นที่ติดตามโครงการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย โครงการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำตามแนวถนนวิภาวดีรังสิต บริเวณสถานีสูบน้ำคลองวัดหลักสี่ขาเข้า สถานีสูบน้ำคลองบางซื่อขาเข้าฝั่งเหนือ สถานีสูบน้ำคลองบางซื่อขาออกฝั่งเหนือ งานก่อสร้างระบบระบายน้ำซอยแจ้งวัฒนะ 5 จากถนนแจ้งวัฒนะถึงคลองเปรมประชากร การปรับปรุงซอยงามวงศ์วาน 47 แยก 42 และโครงการก่อสร้างบ่อหน่วงน้ำใต้ดิน (Water Bank) บริเวณสถานีตำรวจนครบาลบางเขน

“โดยการดำเนินงานในครั้งนี้สอดคล้องกับแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ยุทธศาสตร์ มหานครปลอดภัย ที่มีเป้าหมายให้กรุงเทพมหานครปลอดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยวางมาตรการบริหารจัดการน้ำอย่างเหมาะสม อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีปลอดมลพิษ มีระบบการจัดการน้ำเสียและระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ” นอกจากนั้นกรุงเทพมหานคร โดยสำนักการระบายน้ำดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำบริเวณถนนวิภาวดีรังสิต เนื่องจากถนนวิภาวดีรังสิตเดิมอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของกรมทางหลวง ต่อมาเมื่อปี 2542 กรมทางหลวงได้มอบให้กรุงเทพมหานครดูแลรับผิดชอบระบบระบายน้ำบริเวณคูน้ำตามแนวถนนวิภาวดีรังสิตทั้ง 2 ฝั่ง ทั้งนี้สถานีสูบน้ำตามแนวถนนวิภาวดีรังสิตได้เปิดใช้งานมาเป็นระยะเวลายาวนาน อัตรากำลังสูบน้ำที่มีอยู่เดิม 59 ลบ.ม./วินาที ไม่สามารถระบายน้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สำนักการระบายน้ำจึงดำเนินโครงการปรับปรุงสถานีสูบน้ำตามแนวถนนวิภาวดีรังสิต จำนวน 15 สถานี โดยปรับปรุงเพิ่มอัตรากำลังสูบน้ำเป็น 81 ลบ.ม./วินาที

สำหรับสถานีสูบน้ำที่อยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุง 3 สถานี ได้แก่ สถานีสูบน้ำคลองบางซื่อขาออกฝั่งเหนือ ผลงานที่ทำได้ 30% สถานีสูบน้ำคลองบางซื่อขาเข้าฝั่งเหนือ ผลงานที่ทำได้ 40% และสถานีสูบน้ำคลองวัดหลักสี่ขาเข้า ผลงานที่ทำได้ 26% ทั้งนี้รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้มอบหมายให้ผู้รับจ้างดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำชั่วคราว ในระหว่างที่การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ เพื่อเร่งระบายน้ำจากถนนวิภาวดีรังสิตและคูน้ำตามแนวถนนวิภาวดีรังสิตลงสู่คลองในพื้นที่ เมื่อโครงการปรับปรุงสถานีสูบน้ำตามแนวถนนวิภาวดีรังสิตแล้วเสร็จทั้งหมด จะเพิ่มอัตรากำลังสูบน้ำจาก 81 ลบ.ม./วินาที เป็น 110 ลบ.ม./วินาที สามารถเร่งระบายน้ำลงสู่คลองบางซื่อ คลองลาดยาว คลองบางเขน คลองวัดหลักสี่ ระบายออกสู่คลองเปรมประชากร และอีกส่วนหนึ่งระบายออกคลองลาดพร้าว ตลอดจนช่วยดึงน้ำบริเวณคูน้ำตามแนวถนนวิภาวดีรังสิตทั้งฝั่งขาเข้าและฝั่งขาออกลงสู่ระบบอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นอกจากนี้สำนักการระบายน้ำได้ดำเนินงานก่อสร้างระบบระบายน้ำซอยแจ้งวัฒนะ 5 จากถนนแจ้งวัฒนะถึงคลองเปรมประชากร โดยวางท่อระบายน้ำค.ส.ล. เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.50 ม. ความยาว 720 ม. ภายในซอยแจ้งวัฒนะ 5 เพื่อดึงน้ำจากถนนแจ้งวัฒนะเข้าสู่บ่อสูบน้ำกำลังสูบ 4.5 ลบ.ม./วินาที ระบายลงสู่คลองเปรมประชากร ประกอบด้วย ก่อสร้างบ่อสูบน้ำค.ส.ล. จำนวน 1 แห่ง ก่อสร้างท่อระบายน้ำค.ส.ล. เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.50 ม. ความยาว 720 ม. พร้อมบ่อพัก ติดตั้งเครื่องสูบน้ำไฟฟ้า กำลังสูบ 0.5 ลบ.ม./วินาที จำนวน 1 เครื่อง เครื่องสูบน้ำไฟฟ้า กำลังสูบ 1.0 ลบ.ม./วินาที จำนวน 2 เครื่อง เครื่องสูบน้ำไฟฟ้า กำลังสูบ 2.0 ลบ.ม./วินาที จำนวน 1 เครื่อง “ขณะนี้ผู้รับจ้างได้ดำเนินการวางท่อระบายน้ำค.ส.ล. เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.50 ม. ได้ความยาว 720 ม.แล้วเสร็จ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำไฟฟ้า จำนวน 4 เครื่อง กำลังสูบรวม 4.5 ลบ.ม./วินาที พร้อมติดตั้งหม้อแปลงและมิเตอร์ไฟฟ้าแล้วเสร็จ ผลงานโดยรวมทำได้ 95% โดยวันนี้ผู้รับจ้างได้ทดลองเปิดเดินเครื่องทดสอบระบบระบายน้ำซอยแจ้งวัฒนะ ซึ่งระบบระบายน้ำดังกล่าวสามารถใช้งานได้แล้ว โดยจะช่วยดึงน้ำจากถนนแจ้งวัฒนะระบายลงสู่คลองเปรมประชากร บรรเทาและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณถนนแจ้งวัฒนะ อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนและผู้มาติดต่อราชการในบริเวณดังกล่าว”

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกล่าวต่อว่าได้มอบหมายให้สำนักการระบายน้ำติดตามโครงการอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเร่งรัดผู้รับจ้างให้ดำเนินการเก็บรายละเอียดของงานในส่วนที่เหลือให้แล้วเสร็จโดยเร็ว สำหรับการปรับปรุงซอยงามวงศ์วาน 47 แยก 42 ประกอบด้วย การวางท่อระบายน้ำค.ส.ล. เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.00 ม. ความยาว 359 ม. สร้างบ่อพักระบายน้ำค.ส.ล. เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.00 ม. พร้อมฝาบ่อพักในผิวจราจร จำนวน 26 บ่อ สร้างชั้นพื้นฐานหินคลุกบดอัดแน่น ความหนาเฉลี่ย 0.15 ม. พร้อมสร้างผิวทางค.ส.ล. ความหนาเฉลี่ย 0.15 ม. ความกว้าง 2.60 ม. เนื้อที่ประมาณ 957 ตร.ม. ขณะนี้ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ “มอบหมายให้สำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขตหลักสี่ พิจารณาหาจุดที่เหมาะสมในการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม และดำเนินการสำรวจท่อระบายน้ำบริเวณซอยงามวงศ์วาน 47 แยก 42 และบริเวณใกล้เคียง เพื่อปรับปรุงท่อระบายน้ำให้เชื่อมต่อถึงกัน เพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำจากซอยงามวงศ์วาน 47 ไปลงคลองลาดโตนด ผ่านเข้าสู่ระบบระบายน้ำศูนย์การศึกษาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบางซื่อได้ดียิ่งขึ้น” รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกล่าวอีกว่า ในส่วนโครงการก่อสร้างบ่อหน่วงน้ำใต้ดิน (Water Bank) บริเวณสถานีตำรวจนครบาลบางเขน ประกอบด้วย ก่อสร้างบ่อหน่วงน้ำค.ส.ล. จำนวน 1 บ่อ ก่อสร้างบ่อรับน้ำค.ส.ล. จำนวน 2 บ่อ ก่อสร้างบ่อส่งน้ำค.ส.ล. จำนวน 1 บ่อ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำไฟฟ้า กำลังสูบ 1 ลบ.ม./วินาที จำนวน 1 เครื่อง โดยก่อสร้างบ่อหน่วงน้ำที่ซอยอัมรินทร์ 3 และบ่อรับน้ำที่ปลายคลองบางบัว เพื่อดึงน้ำฝนที่ท่วมขังบริเวณวงเวียนบางเขนมากักเก็บไว้ในบ่อหน่วงน้ำ เมื่อฝนหยุดตกหรือระดับน้ำในคลองลดต่ำลง จะสูบน้ำที่เก็บไว้ระบายลงคลองบางบัว และอีกส่วนหนึ่งระบายลงคลองรางอ้อรางแก้ว สำหรับบ่อหน่วงน้ำดังกล่าว มีขนาดกว้าง 6 ม. ยาว 30 ม. ลึก 6 ม. สามารถเก็บน้ำได้ 1,000 ลบ.ม. ครอบคลุมพื้นที่ 25,000 ตร.ม. ทั้งนี้โครงการก่อสร้างบ่อหน่วงน้ำใต้ดิน (Water Bank) บริเวณสถานีตำรวจนครบาลบางเขน ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้วเมื่อปลายปี 2561 สำหรับรูปแบบการก่อสร้างบ่อหน่วงน้ำใต้ดิน (Water Bank) จะเริ่มจากการก่อสร้างบ่อเก็บน้ำขนาดใหญ่ใต้ดิน พร้อมทั้งก่อสร้างบ่อส่งน้ำเพื่อรับน้ำที่ท่วมขังส่งไปยังบ่อหน่วงน้ำ โดยวางท่อระบายน้ำเส้นผ่านศูนย์กลางไม่ต่ำกว่า 1.20 ม. สำหรับรับน้ำฝนในช่วงเวลาที่ฝนตกเข้ามาเก็บไว้ที่บ่อหน่วงน้ำ โดยการเชื่อมท่อระบายน้ำเข้ากับท่อระบายน้ำเดิม หรืออาจจะวางท่อระบายน้ำใหม่จากบ่อหน่วงน้ำไปยังคลองโดยตรง และดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เมื่อฝนหยุดตกหรือระดับน้ำในคลองลดต่ำลง จะสูบน้ำจากบ่อหน่วงน้ำออกไปตามแนวท่อระบายน้ำไปยังบ่อรับน้ำเพื่อระบายลงสู่คลองในพื้นที่ต่อไป

16/6/2562  ฐานเศรษฐกิจ (16 มิถุนายน 2562)

ผู้สนับสนุน